รายงาน UN ประเมินต้นทุนความเสียหาย จากภัยพิบัติโลกสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี – แนะการลงทุนเสริมการตั้งรับปรับตัว

หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติที่เกิดถี่ขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนและทรัพย์สินทางเศรษฐกิจมีความเปราะบางมากขึ้น นำไปสู่ต้นทุนความเสียหายที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าค่าใช้จ่ายโดยตรงจากภัยพิบัติจะอยู่ที่ราว 202,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 7.37 ล้านล้านบาทต่อปี) แต่รายงานการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติระดับโลกปี 2568 (Global Assessment Report on Disaster Risk Reduction 2025) ระบุว่าต้นทุนที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นถึง 11 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 83.95 ล้านล้านบาท) โดยประเทศกำลังพัฒนาเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีขนาดเศรษฐกิจที่เล็กกว่าและขีดความสามารถในการรับมืออย่างจำกัด เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว แม้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะประสบภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายสูงกว่าในเชิงมูลค่ารวมก็ตาม

13 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันลดภัยพิบัติสากล” (International Day for Disaster Risk Reduction) ที่ถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ลงทุนเพื่อสร้างการตั้งรับปรับตัว ไม่ใช่เพื่อภัยพิบัติ” (Fund Resilience, Not Disasters) เพื่อเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มสูงจากภัยพิบัติ โดยมุ่งเปลี่ยนแนวทางจากการตอบสนองหลังเกิดภัย (reactive response) สู่การลงทุนเชิงป้องกันและลดความเสี่ยง (proactive investments in disaster risk reduction) การเฉลิมฉลองปีนี้เน้นสองประเด็นสำคัญในการปฏิบัติ  คือ 1) การเพิ่มงบประมาณสำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ทั้งในงบสาธารณะและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ และ 2) การรับรองว่าการลงทุนทุกโครงการพัฒนาสาธารณะและภาคเอกชน ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและเสริมสร้างการตั้งรับปรับตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติ 

สารสำคัญ (Key Messages)

  • ภัยพิบัติกำลังเป็นภัยคุกคามต่อความเจริญทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยต้นทุนจากภัยพิบัติถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงและถูกจัดสรรอย่างไม่ยั่งยืน
  • ต้นทุนจากภัยพิบัติส่งผลให้หลายประเทศตกอยู่ในวงจรหนี้สินที่เพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ความสามารถในการประกันภัยลดลง และส่งผลให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมที่ซ้ำร้ายขึ้นเรื่อย ๆ 
  • ความช่วยเหลือระหว่างประเทศที่ลดลง ทำให้การลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (disaster risk reduction) มีความสำคัญมากขึ้น
  • การลดงบประมาณสำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตสูงขึ้น และเพิ่มความต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการรับมือภัยพิบัติ
  • เพื่อลดต้นทุนจากภัยพิบัติ นานาประเทศต้องเพิ่มงบประมาณสำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พร้อมรับรองว่าการลงทุนในทุกโครงการพัฒนาจะถูกคำนึงถึงความเสี่ยง (risk-informed) จากภัยพิบัติ

ตัวอย่างแนวทางปฏิบัติในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศต่าง ๆ 

  • อินเดีย มีการเพิ่มงบประมาณภายในประเทศสำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Increasing Domestic DRR Funding) ปัจจุบันจัดสรรงบประมาณประมาณ 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 50% จากงบประมาณปัจจุบัน
  • ออสเตรเลีย ขยายความช่วยเหลือระหว่างประเทศด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยให้การสนับสนุนการสร้างการตั้งรับปรัวตัวต่อสภาพอากาศและภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งในปี 2568 – 2569 ออสเตรเลียจะเพิ่มงบประมาณ ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance : ODA) ประมาณ 2.75% จากระดับปี 2567 – 2568 เพื่อมอบความช่วยเหลือรวม 5.097 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 130,000 ล้านบาท)
  • ภูฏาน ด้วยการสนับสนุนจาก UNDRR และ Coalition for Disaster Resilient Infrastructure ภูฏานได้พัฒนาแผนชาติว่าด้วยความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน (National Plan for Infrastructure Resilience) และเชื่อมโยงเข้ากับแผนห้าปีฉบับที่ 13 (13th Five-Year Plan, 2024–2029) โดยมีเป้าหมายผลักดันประเทศสู่สถานะประเทศรายได้สูงภายในทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ดี ทั้งเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และการตัดสินใจด้านการพัฒนาที่ไม่คำนึงถึงความเสี่ยง ส่งผลให้ผู้คนและทรัพย์สินทางเศรษฐกิจมีความเปราะบางมากขึ้น และเผชิญภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนความเสียหายสูงขึ้นอย่างยากที่จะคาดการณ์ ทุกประเทศจึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงล่วงหน้าแทนการตอบสนองหลังเกิดภัย เพราะวิกฤติในอนาคตอาจซับซ้อนและยากต่อการแก้ไขหากไม่เตรียมการล่วงหน้า

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
– (9.1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ยั่งยืนและมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและที่ข้ามเขตแดน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนลดความสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจเทียบเคียงกับ GDP ของโลก ที่เกิดจากภัยพิบัติ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.b) ส่งเสริมกลไกที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก โดยให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เยาวชน ชุมชนท้องถิ่นและชุมชนชายขอบ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มโดยหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลายซึ่งจะระดมและแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี และทรัพยากรทางการเงิน เพื่อจะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา :
International Day for Disaster Risk Reduction (IDDRR) 
Concept Note: International Day for Disaster Risk Reduction 2025 (IDDRR)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นร่างกฎหมาย 3 ฉบับต่อ ส.ส. หวังยกระดับการปกป้องผู้บริโภคให้ครอบคลุมและทันยุคสมัย

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 สภาองค์กรของผู้บริโภค นักกฎหมาย นักวิชาการ และตัวแทนจากเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค เดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อยื่นร่างกฎหมาย 3…

SDG Index 2024 ไทยรั้งอันดับ 45 ของโลก ร่วงลงมาสองอันดับจากปีก่อน ส่วน SDG1 และ SDG4 อยู่ในสถานะบรรลุเป้าหมายแล้วคงเดิม

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Developme…

ร่วมส่งภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “พลังงาน เปลี่ยนผ่าน เป็นธรรม?”

การประกวดภาพถ่ายแนวคิด “พลังงาน เปลี่ยนผ่าน เป็นธรรม?” ภายใต้โครงการสื่อสารองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transiti…

การขับถ่ายลงสู่แหล่งน้ำในเมืองเป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคติดต่อที่ประเทศยากจนและที่มีรายได้ปานกลางต้องเร่งแก้ไข

การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Birmingham ร่วมกับ Centre for Diarrhoeal Disease Research ชี้ว่า การปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลจากร่างกายมนุษย์ในแหล่งทะเลสาบ แม่น้ำ…

ค้นหา