
OECM หรือ พื้นที่อนุรักษ์นอกเขตพื้นที่คุ้มครอง คือมาตรการอนุรักษ์รูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) เพื่อขยายขอบเขตการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่นอกเหนือจากอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแบบดั้งเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่มีการกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ชัดเจน มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิดได้ในระยะยาว แม้ว่าการอนุรักษ์อาจไม่ใช่ “วัตถุประสงค์หลัก” ของการจัดตั้งพื้นที่นั้นก็ตาม
เกณฑ์สำคัญที่ทำให้พื้นที่หนึ่งถูกยอมรับเป็น OECM ประกอบด้วยหลักการ 4 ประการ คือ ต้องไม่ใช่พื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายปกติในปัจจุบัน, ต้องมีหน่วยงานหรือชุมชนกำกับดูแลพื้นที่อย่างชัดเจน, ต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และต้องส่งเสริมคุณค่าอื่นๆ เช่น บริการทางระบบนิเวศหรือคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์ขั้นปฐมภูมิ ที่จัดการเพื่ออนุรักษ์แต่ไม่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นเขตป่า, การอนุรักษ์ขั้นทุติยภูมิ เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำหรือแนวเชื่อมต่อทางนิเวศ และ การอนุรักษ์โดยบังเอิญ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการจัดการเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน เขตพื้นที่ทางทหาร หรือแม้แต่ซากเรืออับปางที่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิต
ในบริบทของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน OECM ถือเป็นกลไกยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน SDG 14 (ทรัพยากรทางทะเล) และ SDG 15 (ระบบนิเวศบนบก) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรลุเป้าหมาย “30×30” ภายใต้กรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) ที่มุ่งหวังจะอนุรักษ์พื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของโลกภายในปีค.ศ. 2030 การรับรองพื้นที่ OECM จึงเป็นการให้คุณค่าและยอมรับบทบาทของกลุ่มชาติพันธุ์ ชุมชนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในฐานะผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการดูแลรักษาธรรมชาติที่อยู่นอกเหนือการดูแลของภาครัฐ
กลไก OECM จึงช่วยทลายข้อจำกัดของการอนุรักษ์แบบเดิมที่ยึดติดกับกฎหมายส่วนกลางมาเป็นการให้คุณค่ากับวิถีชีวิตและสิทธิของชุมชนท้องถิ่นในการดูแลบ้านเกิดตนเอง การขยายขอบเขตการคุ้มครองระบบนิเวศผ่านโมเดลนี้จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามเป้าหมายโลกและการสร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้อยู่หน้างานที่ผูกพันกับทรัพยากรมาอย่างยาวนาน
ชุดซีรีส์ 15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs – โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาปี ค.ศ. 2030 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการผ่านพ้นวาระครบรอบ 10 ปีของการประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหมุดหมายในการทบทวนความก้าวหน้าและวิเคราะห์อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำที่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายในระดับสากล สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในกรอบเวลาที่เหลืออยู่
การนำวาระการพัฒนาปี 2030 กลับเข้าร่องเข้ารอยเส้นทางที่เหมาะสม จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเชิงระบบและการบูรณาการความร่วมมืออย่างจริงจังในทุกระดับ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายระดับมหภาคไปจนถึงการปรับเปลี่ยนในระดับปัจเจกบุคคล คอลัมน์ “15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs” นี้จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมแนวคิดสำคัญ นิยามใหม่ ๆ และหลักการเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างความสามารถในฟื้นฟูและแก้ปัญหา ยกระดับความเป็นธรรม และสร้างการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
หมายเหตุ – คำอธิบายข้างต้นสรุปโดยทีมงาน เพื่อให้อ่านแล้วทำความเข้าใจง่ายเท่านั้นไม่แนะนำให้นำไปอ้างอิงในเชิงวิชาการ
เนตรธิดาร์ บุนนาค – เรียบเรียง
แพรวพรรณ ศิริเลิศ – พิสูจน์อักษร
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– SDG Updates | สรุปเสวนา “การเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่งและการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ” (โครงการย่อยที่ 3) “
– Policy Brief | เร่งรัดขับเคลื่อนอนุรักษ์ทะเล ชายฝั่ง เเละความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการหนุนเสริม OECM เเละการพัฒนาระบบสารสนเทศ
– กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดออกเอกสารแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชดเชยทางการเงินให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ
– รายงานสถานะแนวปะการังจากข้อมูล 40 ปี พบว่า โลกสูญเสียแนวปะการังไปถึง 14% ภายในช่วงแค่สิบปีที่ผ่านมา
– COP 27 ย้ำการปกป้อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เชื่อมโยงกับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกออกจากกัน
– รายงาน OECD เตือนวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษ รุนแรงขึ้นใน 30 ปี พร้อมเสนอ 6 นโยบายบูรณาการเร่งด่วน
–SDG Updates | Flora of Thailand – พรรณพฤกษชาติของไทย นักพฤกษศาสตร์กับการพิทักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในป่าไทย
คำศัพท์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
– (14.5) ภายในปี พ.ศ. 2563 อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 10 โดยให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและภายในประเทศ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำจืดในแผ่นดิน รวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขาและพื้นที่แห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
– (15.3) ต่อต้านการกลายสภาพเป็นทะเลทราย ฟื้นฟูที่ดินและดินที่เสื่อมโทรม รวมถึงที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการกลายสภาพเป็นทะเลทราย ภัยแล้ง และอุทกภัย และพยายามที่จะบรรลุถึงความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน ภายในปี พ.ศ. 2573
– (15.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขาและความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศเหล่านั้น เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถของระบบนิเวศในการสร้างผลประโยชน์อันสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี พ.ศ. 2573
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี พ.ศ. 2563 ปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน
เเหล่งที่มา
– Other Effective Area Based Conservation Measures (OSPAR Commission)
– OECMs ทางเลือกใหม่เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ
– OECMs: A new Paradigm for Area-based Conservation (WWF)
– Creating a Nature Positive Future: The Contribution of Protected Areas and Other Effective Area-Based Conservation Measures (UNDP)
– Briefing note on Other Effective Area-Based Conservation Measures (OECMs) (CDB)