รายงานสถานะแนวปะการังจากข้อมูล 40 ปี พบว่า โลกสูญเสียแนวปะการังไปถึง 14% ภายในช่วงแค่สิบปีที่ผ่านมา

Global Coral Reef Monitoring Network (GCRMN) ออกรายงาน “Status of Coral Reefs of the World” ฉบับแรกนับตั้งแต่ปี 2008 โดยให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบันที่สุดของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้เกิดการสูญเสียแนวปะการังประมาณไปถึง 14% ตั้งแต่ปี 2009

รายงาน Status of Coral Reefs of the World ล่าสุดนี้เป็นการรายงานสถานะสุขภาพของแนวปะการังโลกฉบับที่ 6 ที่ถือว่าเป็นรายงานการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมข้อมูลมากที่สุดเท่าที่เคยจัดทำขึ้นในโลก โดยใช้ข้อมูลระยะเวลา 40 ปี (1978-2019) ของปะการังกว่า 12,000 แห่งใน 73 ประเทศ ซึ่งรวบรวมมาจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 300 คน ที่ได้จากชุดข้อมูลการสังเกตการณ์อีกกว่าสองล้านครั้ง ทำให้ได้ข้อค้นพบที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • การฟอกขาวของปะการังที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างถือเป็นเป็นรบกวนแนวปะการังที่รุนแรงที่สุดในโลก เฉพาะในปี 1998 มีปะการังทั่วโลกตายไป 8% คิดเป็นพื้นที่ 6,500 ตารางกิโลเมตร
  • ปะการังฟอกขาวรุนแรงเกิดขึ้นจำนวนมากในมหาสมุทรอินเดีย พื้นที่ประเทศญี่ปุ่น และทะเลแถบหมู่เกาะแคริบเบียน
  • ระหว่างปี 2009 – 2018 ปะการังทั่วโลกหายไปประมาณ 14% คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 11,700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่แนวปะการังที่มีชีวิตทั้งหมดในออสเตรเลีย

แนวปะกางรังมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเป็นกรดในมหาสมุทร มลพิษทางจากทั้งบนบกและในทะเล การทำประมงเกินขนาด (overfishing) และการใช้เครื่องมือทำประมงแบบทำลายล้าง แต่ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในมหาสมุทรนี้ คือ อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สะสมในชั้นบรรยากาศ ทำให้สภาพภูมิอากาศโลกอุ่นขึ้น ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ปริมาณมหาศาลภายในกลางศตวรรษนี้ แนวปะการังทั่วโลกอาจลดลงถึง 70-90% หรือสูญเสียไปเกือบทั้งหมด

พื้นที่แนวปะการังเป็นที่อยู่ในโลกเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลเกือบ 30% ดังนั้นหากแนวปะการังล่มสลายไป สิ่งมีชีวิตในทะเลอื่น ๆ ก็จะหายไปด้วย

— สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของรายงาน “Status of Coral Reefs of the World” ในรูปแบบ Interactive story

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG14 นิเวศทางทะเลและมหาสมุทร
- (14.1) ป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภทอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกิจกรรมบนแผ่นดิน รวมถึงขยะในทะเลและมลพิษจากธาตุอาหาร (nutrient pollution) ภายในปี 2568
- (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทานและปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมีผลิตภาพ ภายในปี 2563
- (14.3)  ลดและแก้ปัญหาผลกระทบของการเป็นกรดในมหาสมุทร โดยรวมถึงผ่านทางการเพิ่มพูนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ในทุกระดับ
- (14.4) ภายในปี 2563 ให้กำกับการทำการประมงอย่างมีประสิทธิผล และยุติการประมงเกินขีดจำกัด การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) และแนวปฏิบัติด้านการประมงที่เป็นไปในทางทำลาย และดำเนินการให้เป็นผลตามแผนการบริหารจัดการที่อยู่บนฐานวิทยาศาสตร์ เพื่อจะฟื้นฟูมวลปลา (fish stock) ในเวลาที่สั้นที่สุดที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยที่สุดให้อยู่ในระดับผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (maximum sustainable yield) ตามคุณลักษณะทางชีววิทยาของสัตว์น้ำเหล่านั้น
- (14.5) ภายในปี 2563 อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 10 โดยให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและภายในประเทศ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่

ที่มา : Rising sea surface temperatures driving the loss of 14 percent of corals since 2009 (UNEP)

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

‘Fit for 55’ แพ็กเกจนโยบายและกฎหมายลดคาร์บอน เพื่อต่อสู้กับ Climate Change ของสหภาพยุโรป

คณะกรรมมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป เผยแพร่ ข้อเสนอชุดนโยบายด้านกฎหมายพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ‘Fit 55’ โด…

ST100 อุปกรณ์พลังงานทดแทน ขนาดพกพาสำหรับชุมชนห่างไกล

UAF research facility device could boost use of renewable energy
ที่มา: alaskapublic.org

วิศวะกรจากประจำศูนย์ Alaska

ให้เทคโนโลยีทางการเกษตรไข ‘trade-offs’ ประเด็นอาหารที่เพียงพอกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การผลิตอาหารอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับที่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการของโลกที่มีประชากรกว่า 7.8 พันล้านคนนั้น นับว่าเป็นค…

เด็กและวัยรุ่นอายุ 2-19 ปีในสหรัฐฯ บริโภคอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษมากถึง 2 ใน 3 ของแคลอรี่

การศึกษาจาก Friedman School of Nutrition Science & Policy ภายใต้ Tufts University เผยแพร่ใน JAMA ชี้ให้เห็นว่าอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษ (Ultrapr…

ค้นหา