ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน ‘เกษตรและอาหาร’ ทั่วโลกกว่า 100 คน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนรายงานประเมินฉบับที่ 7 ของ IPCC

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรและอาหาร (Expert Meeting on Agriculture and Food) ระหว่างวันที่ 2–5 มิถุนายน 2569 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขากว่า 100 คน จากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนและนำเสนอหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงเทคนิคสำหรับสนับสนุนการจัดทำรายงานการประเมินฉบับที่ 7 (Seventh Assessment Report: AR7) ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

สำหรับบทสรุปที่ได้จากรายงานของ Earth Negotiations Bulletin (ENB) องค์กรสื่อสารข่าวสารการเจรจาของสหประชาชาติด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าระบบเกษตรและอาหาร (agrifood systems) กำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตสองด้านพร้อมกัน ได้แก่ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันระบบอาหารเองก็ยังคงเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่สำคัญของโลก ด้วยความท้าทายที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนดังกล่าว ทำให้ ENB เรียกร้องให้มีแนวทางแก้ปัญหาแบบบูรณาการที่เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างการตั้งรับปรับตัว และลดการปล่อยก๊าซไปพร้อมกัน

จากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรและอาหารดังกล่าว ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งเห็นพ้องถึงความจำเป็นว่าในการออกแบบนโยบายและมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตรและอาหารจำเป็นต้องก้าวข้ามการดำเนินงานแบบแยกส่วนรายสาขา (sectoral approaches) ไปสู่การมองระบบเกษตรและอาหาร (agrifood systems) ในภาพรวม โดยคำนึงถึงห่วงโซ่คุณค่าด้านอาหาร (food value chain) ตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการบริโภค จนรวมไปถึงการจัดการการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss, Food Waste)

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับประเด็นสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพ ความเป็นธรรม การดำรงชีพ การใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายเหล่านี้ไม่อาจแก้ไขแบบแยกส่วนได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันในการกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินงานในอนาคต

ข้อสรุปสำคัญที่ประชุมได้เน้นย้ำ ได้แก่ 

  • ความมั่นคงทางอาหารระยะยาวจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีการปรับตัวเชิงระบบ โดยผู้เข้าร่วมประชุมเรียกร้องให้เปลี่ยนจุดเน้นจากการระบุทางเลือกในการปรับตัว ไปสู่การประเมินประสิทธิผลของการปรับตัว ความเสี่ยงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ขีดจำกัดของการปรับตัว (adaptation limits) และต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการไม่ลงมือทำ (cost of inaction)
  • พบหลักฐานวิทยาศาสตร์ใหม่เกี่ยวกับโอกาสลดก๊าซเรือนกระจก ในระบบเกษตรและอาหาร โดยครอบคลุมแนวทางที่หลากหลาย ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน  การจัดการธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ การลดมีเทน การทำเกษตรวนระบบ แนวทางเกษตรนิเวศ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม การลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ตลอดจนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริโภค 
  • เงื่อนไขที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ รวมถึงการนำมาตรการต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล โดยเน้นบทบาทของธรรมาภิบาล สถาบัน และกลไกทางการเงิน ในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 

ตลอดระยะเวลาการประชุมทั้ง 4 วัน ผู้เข้าร่วมประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็งและน่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนผู้กำหนดนโยบายและผู้มีอำนาจตัดสินใจในการเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรับมือกับความท้าทายอันซับซ้อนของระบบเกษตรและอาหารภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้จะถูกรวบรวมเป็นรายงานสรุปและข้อค้นพบสำคัญ เพื่อใช้เป็นข้อมูลนำเข้าสำหรับการจัดทำ AR7 ของ IPCC โดยที่ประชุมย้ำตรงกันว่าการรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหารจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ขับเคลื่อนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– FAO เผยแพร่รายงานความก้าวหน้าของระบบอาหาร ชี้ภูมิภาคต่าง ๆ เข้าถึงน้ำที่ปลอดภัยมากขึ้น แต่ราคาอาหารที่ผันผวนยังเป็นเรื่องน่ากังวล 
– SDG Insights | อนาคตเกษตรและอาหารไทย: ก้าวสู่ระบบยั่งยืนอย่างแท้จริง หรือแค่ภาพฝัน?
– รายงานวิกฤตการณ์อาหารโลกปี 2567 เผยโลกเผชิญกับ ‘ความไม่มั่นคงทางอาหาร’ เหตุจากความขัดแย้ง – สภาพอากาศสุดขั้ว – เศรษฐกิจย่ำแย่
– เมื่อความหิวโหยจุดชนวนเหตุขัดแย้ง: Timeline ความล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศศรีลังกา
– วิกฤติทางการเมืองในเมียนมาทำให้ประชากรอีก 3.4 ล้านคนต้องเผชิญกับ ‘ความหิวโหย’
– การปฏิรูประบบอาหารให้เป็นการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน หัวใจที่ UN Food Systems Summit เรียกร้องให้ลงมือทำ 
– SDG Updates | โลกไม่อาจยุติความหิวโหยได้ หากไม่สามารถยุติความขัดแย้ง และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ขจัดความหิวโหย
– (2.1) ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีอาหารตามหลักโภชนาการ และมีอาหารเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี 2573
– (2.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและดำเนินการตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่มีภูมิคุ้มกันที่จะเพิ่มผลิตภาพและการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาระบบนิเวศ เสริมขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะอากาศรุนแรง ภัยแล้ง อุทกภัย และภัยพิบัติอื่น ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณภาพของดินและที่ดินอย่างต่อเนื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
#SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.1) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาที่สามารถซื้อหาได้ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยังยืน  
– (12.1) ดำเนินการให้เป็นผลตามกรอบระยะ 10 ปีของแผนงานว่าด้วยแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทุกประเทศนำไปปฏิบัติโดยประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำ โดยคำนึงถึงการพัฒนาและขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.b) ส่งเสริมกลไกที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เยาวชน และชุมชนท้องถิ่นและชายขอบ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล 
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก 
– (15.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขาและความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศเหล่านั้น เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถของระบบนิเวศในการสร้างผลประโยชน์อันสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี พ.ศ. 2573

แหล่งที่มา: Agrifood Experts Give Inputs to IPCC’s Seventh Assessment Report ( SDG Knowledge Hub)

Last Updated on มิถุนายน 15, 2026

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

“Vaccine Nationalism” ทำให้ประเทศที่รวยจนไม่เท่ากันเข้าถึงวัคซีนได้ไม่เท่าเทียม

เขียนเมื่อ 15 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

ขณะที่วัคซีนอาจเป็นความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งโควิด-19 ได้ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ได้ชี้สถานการณ์ของวั…

ธนาคารโลก เผยการท่องเที่ยวและการส่งออก ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปี 2567  – พร้อมได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลก (World Bank: WB) เผยแพร่ “รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย : เส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย – บทบาทของการกำหนดรา…

ยูเนสโกอนุมัติจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่ง ใน 11 ประเทศ ย้ำความสำคัญความหลากหลายทางชีวภาพและมรดกทางวัฒนธรรม

ยูเนสโก (UNESCO) อนุมัติการจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑล (biosphere reserve) 11 แห่ง ใน 11 ประเทศ ล่าสุด ได้แก่ เบลเยียม แกมเบีย

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาปี 2565 เพื่อผลักดันชาวแอฟริกันให้พ้นจาก ‘ความยากจน’

หากไม่มีการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 ผู้คนอย่างน้อย 492 ล้านคน จะต้องตกอยู่ภายใต้ ‘ความยากจนขั้นรุนแรง’ (extreme poverty) และอีก…

ค้นหา