ผู้นำระดับสูงรับรอง ‘แผนงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพและพลังงาน’ เพื่อสร้างอนาคตที่มีพลังงานสะอาดและทุกคนสุขภาพดี

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและพลังงาน ผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ และผู้แทนอาวุโสจากสถาบันภาคประชาสังคมกว่า 20 คน ได้รับรอง ‘Strategic Roadmap on Health and Energy หรือ แผนงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพและพลังงาน’ ในการประชุม High-Level Coalition on Health and Energy ครั้งแรก ซึ่งจัดตั้งโดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) แผนงานดังกล่าวได้ระบุขั้นตอนสำคัญที่เป็นรูปธรรมในการเร่งพัฒนาการเข้าถึงพลังงานสะอาดและยั่งยืนสำหรับการคุ้มครองและการบริการด้านสาธารณสุข

สองประเด็นหลักที่มีการเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ส่งเสริมเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาดสำหรับการประกอบอาหาร และเร่งพัฒนาการเข้าถึงไฟฟ้าสำหรับสถานพยาบาล

แผนงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพและพลังงานได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ในที่ประชุม ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการและข้อเสนอแนะ 6 ประการต่อไปนี้

  • จัดลำดับความสำคัญการพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงและเทคโนโลยีการประกอบอาหารที่ไม่ก่อมลพิษและการเข้าถึงไฟฟ้าในสถานพยาบาล ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของประชาชน
  • เพิ่มการลงทุนภาครัฐและเอกชนในสถานพยาบาลที่ใช้ไฟฟ้าและในเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีการประกอบอาหารที่ไม่ก่อมลพิษ
  • จัดหาทรัพยากรมนุษย์และเงินทุนที่จำเป็นเพื่อออกแบบและดำเนินการตามแผนพลังงานสะอาดและรูปแบบการจัดส่งที่ยั่งยืนซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการของภาคสุขภาพและครัวเรือน
  • พัฒนานโยบายและแผนการเงินที่ปรับให้ตรงกับความต้องการ เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพลังงานสะอาดและยั่งยืนและเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคสุขภาพ
  • เพิ่มความร่วมมือระหว่างภาคพลังงานและภาคสุขภาพ และความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรนอกภาครัฐ

องค์การอนามัยโลกได้จัดประชุมเพื่อรับรองแผนงานยุทธศาสตร์นี้ เพื่อเป็นการเร่งการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการด้านพลังงาน ตามการประมาณในปี 2019 ประชาชน 2.6 พันล้านคนต้องสัมผัสกับมลพิษทางอากาศที่มาจากการใช้เชื้อเพลิงสกปรกและเทคโนโลยีดั้งเดิมในการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง และโรคปอดถึง 4 ล้านคนต่อปี โดยผู้ที่ได้รับความเสี่ยงด้านสุขภาพนี้มากกว่ากลุ่มอื่น คือ ผู้หญิง เด็ก และทารกที่ใช้ชีวิตในครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่

ในปีเดียวกันนั้น ประชากรประมาณ 1 พันล้านคนทั่วโลกยังคงได้รับบริการด้านสุขภาพในสถานพยาบาลที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ยิ่งทำให้เห็นความสำคัญของการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานของอุปกรณ์ทางการแพทย์และการให้บริการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

การเข้าถึงพลังงานสำหรับสถานพยาบาล การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ (3.4)  ลดการตายและป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษต่าง ๆ (3.9) การเข้าถึงบริการสาธารณสุขถ้วนหน้า (3.8 )
- SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ ในประเด็น การเข้าถึงการบริการพลังงานสมัยใหม่  (7.1)  ความร่วมมือระหว่างประเทศในการเข้าถึงและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด (7.a) ขยายโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดส่งบริการพลังงานที่เป็นสมัยใหม่และยั่งยืนให้โดยถ้วนหน้าในประเทศกำลังพัฒนา (7.b)

ที่มา : WHO

Last Updated on มิถุนายน 18, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

Florida Coral Rescue Center ใช้ห้องแลปหาสาเหตุโรคระบาด SCTLD ที่ทำลายแนวปะการังในฟลอริดาและแถบแคริบเบียน

โรคสูญเสียเนื้อเยื่อหินปะการัง (Stony Coral Tissue Loss Disease – SCTLD) เป็นโรคระบาดและเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำให้แนวปะการังนานาชนิดมากถึง 30 สปีชีส์…

‘Plume’ ดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านสุขภาพให้ชุมชนคนข้ามเพศเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยความเข้าใจในอัตลักษณ์และความรู้สึกของคนข้ามเพศ

‘Gender-affirming care – กระบวนการและการให้บริการของระบบสุขภาพที่สนับสนุนปัจเจกบุคคล โดยเข้าใจ ยอมรับ และตระหนักถึงอัตลักษณ์และการแสดงออกทางเพศ เพื่อ…

สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของ UN เรียกร้องให้มีการห้ามขาย-ใช้ AI ที่เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนเป็นการชั่วคราว

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ออกรายงาน The right to privacy in the digital age พร้อมกับที่ Michelle …

ผู้ป่วยชนพื้นเมืองอะบอริจิน รู้สึกว่าได้รับการดูแลและประสบการณ์ที่ดีกว่าจากบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นชนพื้นเมืองเหมือนกัน

รายงานจาก สำนักข้อมูลสุขภาพประจำรัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales Bureau of Health Information) ประเทศออสเตรเลีย ที่เผยแพร่เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา …

ค้นหา