วันที่ 20 ตุลาคม 2569 สหภาพว่าด้วยการอนุรักษ์ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) เปิดตัว ‘มาตรฐานสากลว่าด้วยพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ที่มีประสิทธิผลและเป็นธรรม’ (IUCN Global Standard for Effective and Equitable Protected and Conserved Areas) หรือ ‘IUCN Global PCA Standard’ เวอร์ชัน 2.0 ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) สมัยที่ 17 หรือ CBD COP17 ณ เมืองเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย โดยมาตรฐานนี้เป็นกรอบการทำงานร่วมกันที่ช่วยให้พื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งสามารถประเมิน ปรับปรุง และแสดงผลการดำเนินงานของตนเองได้
มาตรฐานนี้เดิมรู้จักในชื่อ ‘IUCN Green List Standard’ โดยการปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เพื่อสะท้อนบทบาทที่กว้างขวางขึ้นในการสนับสนุนเป้าหมายการรับรองพื้นที่บก น้ำจืด และมหาสมุทรร้อยละ 30 ว่าสร้างผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้จริง โดยเน้นการกำหนดวิธีวัดคุณภาพและความสำเร็จของการดำเนินงาน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นฐานในการรับรองพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ ‘บัญชีเขียวของ IUCN’ (IUCN Green List)
ประเด็นน่าสนใจของ IUCN Global PCA Standard เวอร์ชัน 2.0 เช่น
- การทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานนำโดยคณะกรรมการ IUCN Green List Standard Committee โดยเริ่มจากการทบทวนระดับโลกของเวอร์ชัน 1.1 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกระบวนการ 170 คน ทั้งพื้นที่ที่อยู่ในบัญชีเขียวของ IUCN พื้นที่จากหุ้นส่วน และผู้จัดการพื้นที่ จากนั้นจึงเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะต่อ ‘ร่างมาตรฐาน’ ในที่ประชุมสภาอนุรักษ์โลกของ IUCN ณ กรุงอาบูดาบี เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งมีผู้ร่วมให้ความเห็นกว่า 150 คน ก่อนที่สภา IUCN จะอนุมัติมาตรฐานฉบับสุดท้ายในเดือนเมษายน 2569
- มาตรฐานเวอร์ชันนี้จะถูกใช้เป็นเกณฑ์เทียบเคียงระดับโลกเพื่อรับรองทั้งประสิทธิผลและความเป็นธรรม และสนับสนุนให้นำไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ 3 ของกรอบการทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพคุนหมิง-มอนทรีออลระดับโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework)
- มาตรฐานเวอร์ชันนี้ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 19 เกณฑ์ และ 48 ตัวชี้วัด ใช้ได้กับพื้นที่แบบการกำกับดูแลทุกประเภทของ IUCN ทั้งรัฐบาลระดับชาติและท้องถิ่น ชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ดูแลภูมิทัศน์ทางบกและทางทะเลอื่น ๆ โดยออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตพื้นที่ครอบครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) และยังนำไปใช้กับเครือข่ายเชิงนิเวศของพื้นที่ที่บริหารจัดการร่วมกันเพื่อวัตถุประสงค์การอนุรักษ์เดียวกันได้ด้วย
- มาตรฐานเวอร์ชันนี้ ยังคงเกณฑ์และตัวชี้วัดส่วนใหญ่จากเวอร์ชัน 1.1 แต่จัดโครงสร้างใหม่ให้มีความเป็นลำดับที่ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่บริบท การวางแผน การบริหารจัดการ ไปจนถึงผลลัพธ์
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุง 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ คุณภาพของการกำกับดูแล (Governance Quality) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ศักยภาพในการบริหารจัดกา (Management capacity) ภัยคุกคามและผลลัพธ์ของการคุ้มครองและอนุรักษ์ (Threats and PCA outcomes) และการบริหารจัดการแบบปรับตัว (Adaptive Management)
ทั้งนี้ Stephen Woodley ประธานคณะกรรมการมาตรฐานบัญชีเขียวของ IUCN (IUCN Green List Standard Committee) กล่าวว่าเวอร์ชัน 2.0 ต่อยอดจากข้อมูลและการดำเนินการของบัญชีเขียวที่สั่งสมมานานกว่าทศวรรษ โดยคงสิ่งที่ได้ผลดีไว้และเสริมความแข็งแกร่งในจุดที่จำเป็น อันเป็นผลให้พื้นที่และผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นเคยกับเวอร์ชัน 1.1 สามารถจดจำและใช้งานมาตรฐานนี้ได้ง่าย
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– เสียงส่วนใหญ่ใน IUCN World Conservation Congress เห็นชอบห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกชั่วคราว
– ILO และ IUCN ลงนาม MOU เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและการพึ่งพากันระหว่างงานและธรรมชาติ
– IUCN Green List ขึ้นทะเบียนบัญชีเขียวพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่ได้มาตรฐานระดับโลก
– ‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ จะบังคับใช้ต้นปีหน้า ผลจาก ‘โมร็อกโก’ และ ‘เซียร์ราลีโอน’ ให้สัตยาบันเป็นประเทศที่ 60 และ 61 ถือว่าครบเกณฑ์ขั้นต่ำตามกำหนด
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทานและปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมีผลิตภาพ ภายในปี พ.ศ. 2563
– (14.5) ภายในปี พ.ศ. 2563 อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 10 โดยให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและภายในประเทศ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำจืดในแผ่นดิน รวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขาและพื้นที่แห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
– (15.9) บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การจัดทำแผนกระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความยากจน และบัญชีทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน
Last Updated on ตุลาคม 27, 2026