เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 17 (CBD COP17) ปิดฉากลงแล้วที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย โดยที่ประชุมรับรอง “Yerevan Pathway” เพื่อกำหนดเรื่องที่ประเทศภาคีต้องเร่งดำเนินการในช่วงสี่ปีที่เหลือ หลังการทบทวนความก้าวหน้าระดับโลกครั้งแรกพบว่า การดำเนินงานในปัจจุบันยังไม่อยู่บนเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายทั้ง 23 เป้าหมายของกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลกคุนหมิง–มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: GBF) ภายในปี 2573
Yerevan Pathway ถือเป็นแนวทางที่ภาคีตกลงร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อผลการทบทวนที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขเรื่องเงินอุดหนุนและแรงจูงใจที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ การเพิ่มความช่วยเหลือด้านการเงิน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแก่ประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนการนำเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาประกอบการจัดทำงบประมาณและการตัดสินใจทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปรับปรุงระบบติดตามและรายงานผล เพื่อให้เห็นว่ามาตรการที่นำไปใช้สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากหรือน้อยเพียงใด
สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ระบุว่าในการประชุม COP17 มีการประกาศเงินทุนใหม่เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพรวมเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 67,400 ล้านบาท) ยอดดังกล่าวรวมถึงเงิน 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,900 ล้านบาท) จากการเติมทุนรอบที่ 9 ของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และกองทุนกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก (GBFF) อีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,850 ล้านบาท) ผ่านพันธมิตรเพื่อฟื้นฟูชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม (Species Recovery Alliance) และกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 11,100 ล้านบาท) ผ่านกองทุน Value Nature Fund ซึ่งมุ่งระดมเงินลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ
อย่างไรก็ดี อีกผลลัพธ์สำคัญคือการรับรอง “Sevan Guidelines” ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรย่อยถาวรตามข้อ 8(j) ของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้และวิถีปฏิบัติของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น แนวทางนี้ช่วยเสริมบทบาทของคนกลุ่มดังกล่าวในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก นอกจากนี้ การประชุมยังมีมติในประเด็นอื่น ๆ เช่น พื้นที่คุ้มครอง ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าไม้ ทะเลและชายฝั่ง การจัดการสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน และชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานอีกด้วย
หลังปิดประชุม COP17 โจทย์สำคัญคือการนำข้อตกลงที่เยเรวานไปปฏิบัติ ผ่านการปรับนโยบายและงบประมาณของประเทศภาคี รวมถึงการส่งเงินทุนที่ประกาศไว้ให้ถึงประเทศและชุมชนที่ต้องการการสนับสนุน ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามคือการดำเนินงานเหล่านี้จะสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ต่อธรรมชาติและผู้คนหรือไม่ โดยการประชุม CBD COP18 ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นที่ประเทศเอกวาดอร์ในปี 2571 ซึ่งเป็นการประชุมสองปีก่อนครบกำหนดเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพโลกในปี 2573
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– เปิดประชุม COP17 ทบทวนความคืบหน้า–เร่งฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพสู่เป้าหมายปี 2573
– ภาครัฐ-เอกชนกว่า 80 องค์กรทั่วโลก ผนึกกำลังประกาศ “ปฏิญญาคุมาโมโตะ” เดินหน้าการฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก ก่อนถึง COP17
– UNTOC COP13 มีมติร่าง ‘พิธีสารว่าด้วยอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ’ หวังป้องกันการลอยนวลพ้นผิดอาชญากรสิ่งแวดล้อม
– IUCN เปิดตัว ‘มาตรฐานสากลว่าด้วยพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์’ เวอร์ชัน 2.0 หวังใช้เป็นเกณฑ์ผลักดันการบรรลุเป้าหมาย 30×30
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี พ.ศ. 2563 ปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
– (15.9) บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การจัดทำแผน กระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความยากจน และบัญชีทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
– (15.a) ระดมและเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกแหล่ง เพื่ออนุรักษ์และใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.9) เพิ่มพูนการสนับสนุนระหว่างประเทศสำหรับการดำเนินการด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถที่มีประสิทธิผลและมีการตั้งเป้าในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อสนับสนุนแผนระดับชาติที่จะดำเนินงานในทุกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
แหล่งที่มา
– UN Biodiversity Conference charts Yerevan Pathway to accelerate global action for nature ( Convention on Biological Diversity)
– Global review of collective progress in the implementation of the Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework at the seventee