ภาครัฐ-เอกชนกว่า 80 องค์กรทั่วโลก ผนึกกำลังประกาศ “ปฏิญญาคุมาโมโตะ” เดินหน้าการฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก ก่อนถึง COP17

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 การประชุม Global Nature Positive Summit ครั้งที่ 2 ณ จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น องค์กรที่เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันประกาศ ปฏิญญาคุมาโมโตะ” (Kumamoto Declaration)  เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนอนาคตที่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก (nature-positive) พร้อมส่งสัญญาณพร้อมส่งสารถึงนานาประเทศให้เร่งดำเนินการตามพันธกรณีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อนถึงการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 17 (CBD COP17) ที่กำลังจะมาถึง

เหลือเวลาอีกเพียง 4 ปี ในการเร่งรัดการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งและพลิกฟื้นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปี 2563 ซึ่งกำหนดเป็นปีฐานในการวัดผล และมุ่งสู่การฟื้นฟูธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2593 ตามกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล (KMGBF) การขับเคลื่อนจากข้อตกลงระดับโลกสู่การปฏิบัติจริงจึงจำเป็นต้องอาศัย “แนวทางทั้งสังคม” (whole-of-society approach) ที่ดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ไปจนถึงประชาชนและผู้บริโภค

จังหวัดคุมาโมโตะ ได้รับเลือกเป็นสถานที่ประกาศปฏิญญาครั้งนี้ เนื่องจากเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติเป็นรากฐานสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร มรดกทางวัฒนธรรม การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของชุมชน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำใต้ดินและลุ่มน้ำที่อาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนเกษตรกรรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน

สรุปข้อเสนอสำคัญของปฏิญญาคุมาโมโตะในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ ดังนี้

  • การยืนยันให้กรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง- มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: KMGBF) โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ปี 2593 และพันธกิจปี 2573 เป็นกรอบหลักในการดำเนินงาน
  • การรับรองความสำคัญของรายงานการประเมินธุรกิจและความหลากหลายทางชีวภาพของ IPBES ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ในฐานะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบการกำหนดนโยบายและการดำเนินธุรกิจ
  • การต้อนรับยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติของญี่ปุ่น (NBSAP) ปี 2566–2573 ในฐานะตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ
  • การเรียกร้องให้ภาคธุรกิจยึด ลำดับขั้นการบรรเทาผลกระทบ (mitigation hierarchy) ได้แก่ หลีกเลี่ยง (Avoid) – ลดผลกระทบ (Minimize) – ฟื้นฟู (Restore) – ชดเชย (Offset) ตามลำดับ พร้อมยึดมาตรฐานความสมบูรณ์ในระดับสูงประกอบการดำเนินการ
  • การผลักดันให้ภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และสถาบันการเงิน ใช้ตัวชี้วัดและแนวทางที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มีมาตรฐานร่วมกัน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
  • การสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานตลาดในระดับโลกให้สอดคล้องกัน ทั้งด้านการประเมิน การกำหนดเป้าหมาย การจัดทำแผนเปลี่ยนผ่าน และการเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมชาติ ตามเป้าหมายที่ 15 ของกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง- มอนทรีออล 
  • การผลักดันให้ทุนธรรมชาติ (natural capital) ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์สำคัญ พร้อมบูรณาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions)เศรษฐกิจหมุนเวียน (circularity) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (decarbonization) เข้าด้วยกัน เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงด้านภูมิอากาศ น้ำ และอาหาร รวมถึงสุขภาวะของผู้คนในระยะยาว
  • การยึดหลักการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) ที่การอนุรักษ์สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติต้องคุ้มครองและเสริมสร้างวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมความเป็นธรรมทางสังคม และเสริมพลังชุมชนชายขอบ ตามที่สะท้อนผ่านแบบจำลอง ‘ซาโตยามะ’ (Satoyama) ของญี่ปุ่นที่ผสานการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของมนุษย์

ปฏิญญาฯ เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ” (nature-positive economy) หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจากการใช้ทรัพยากรจนเสื่อมโทรมไปสู่การฟื้นฟู ไม่ควรถูกมองว่าเป็นต้นทุน หากแต่เป็นการลงทุนที่สร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง กระตุ้นนวัตกรรม และสร้างคุณค่าในระยะยาว ควบคู่กับการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

นอกจากนี้ ปฏิญญาคุมาโมโตะยังได้รับการรับรองจากองค์กรกว่า 80 แห่ง ครอบคลุมทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม สถาบันวิจัยและการศึกษา องค์กรด้านมาตรฐานและการเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนเครือข่ายธุรกิจ โดยมีผู้ลงนามสำคัญ อาทิ กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น และจังหวัดคุมาโมโตะ ทั้งยังมีผู้แทนจากภาคธุรกิจเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติกำลังก้าวขึ้นเป็นวาระสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
ชวนจับตา 4 ประเด็นสำคัญการประชุม ‘COP28’ พร้อมสำรวจความกังวลต่อท่าทีเจ้าภาพในการยุติการใช้พลังงานฟอสซิล
– ‘Glasgow Climate Pact’ ข้อตกลงจากการประชุม COP26 ที่ยังคงเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลก ‘1.5°C’ แต่ล้มเหลว ‘ยุติการใช้ถ่านหิน’
– COP 27 ย้ำการปกป้อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เชื่อมโยงกับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกออกจากกัน 
– กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดออกเอกสารแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชดเชยทางการเงินให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ยุติความหิวโหย
– (2.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและดำเนินการตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่มีภูมิคุ้มกันที่จะเพิ่มผลิตภาพและการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาระบบนิเวศ เสริมขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะอากาศรุนแรง ภัยแล้ง อุทกภัย และภัยพิบัติอื่น ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณภาพของดินและที่ดินอย่างต่อเนื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำจืดในแผ่นดิน รวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขาและพื้นที่แห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.3) ระดมทรัพยากรทางการเงินเพิ่มเติมจากแหล่งที่หลากหลายไปยังประเทศกำลังพัฒนา
– (17.9) เพิ่มพูนการสนับสนุนระหว่างประเทศสำหรับการดำเนินการด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถที่มีประสิทธิผลและมีการตั้งเป้าในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อสนับสนุนแผนระดับชาติที่จะดำเนินงานในทุกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงผ่านทางความร่วมมือแบบเหนือ-ใต้ ใต้-ใต้ และไตรภาคี
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งข่าว: 
The Kumamoto Declaration  (naturepositive)
Record private sector participation in Global Nature Positive Summit  (naturepositive)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

เกษตรกรไทยเปลี่ยนมาเลี้ยงหมูหลุมเพื่อลดผลกระทบจาก Climate Change ที่ทำให้อากาศร้อนและน้ำแล้งรุนแรง

สภาพอากาศที่ร้อนรุนแรงในปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรหลายคนเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงหมู จากเดิมที่เคยเลี้ยงในคอกปูน ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงหมูหลุมที่อยู่ในพื้นที่โปร่ง …

รายงานของ WHO เผยความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพเป็นเหตุให้ผู้พิการจำนวนมากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำเเละรายได้ปานกลาง

ทราบหรือไม่ว่าปัจจุบัน ร้อยละ 80 ของผู้พิการอาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและประเทศที่มีรายได้ปานกลางซึ่งสามรถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างจำกัด การ…

Global Housing Watch โดย IMF ชี้ ราคาที่อยู่อาศัยยังคงพุ่งสูงขึ้นในหลายประเทศ

ข้อมูลดัชนีราคาที่อยู่อาศัยทั่วโลก (Global House Price Index) ล่าสุดในไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2563 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ ราคาที่อยู่อาศ…

ค้นหา