Focus group “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน”

การประชุมกลุ่มเฉพาะ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้ โครงการการปรับปรุงดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย เมื่อวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2559 เวลา 9:00-12.30 น. ณ ห้องประชุมสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยการนำเสนอในหัวข้อ “เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความสุขและประโยชน์สุขสำหรับทุกคนและประเทศชาติ” โดย ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม และ หัวข้อ “แนวทางการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการปรับปรุงดัชนีอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย” โดย อาจารย์ ชล บุนนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(ดาวน์โหลดเอกสารงานประชุม:ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน  อ.ชล บุนนาค  รายชื่อผู้เข้าร่วมงาน)

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุล พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว้างขวาง ทั้งทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้กล่าวถึงดัชนีความสุขของภูฏานหรือ GNH ที่ได้รับความนิยมกว่าเศรษฐกิจพอเพียง (“Gross National Happiness is more important than Gross National Product”) เนื่องจากในกรณีของภูฏานได้กำหนดให้มี “sufficiency” cutoff point คือ จุดพอเพียงที่จะช่วยไม่ให้เกิดความทุกข์ ถ้าต่ำกว่านั้นถือว่ายังมีปัญหาหรือความทุกข์ จะต้องมีนโยบายที่เข้าไปช่วยแก้ไข

ในตอนท้าย ศ.ดร อภิชัย ได้กล่าวฝากนักวิจัยและองค์กรที่ให้การสนับสนุนงานวิจัยนี้จะมีประโยชน์ถ้าหากสามารถสร้างตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงความสุขและประโยชน์สุขเข้าด้วยกัน การพัฒนาในระดับบุคคล องค์กร และประเทศชาติโดยรวม ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงได้ว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่ร่มเย็นเป็นสุขนั้นเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องใดบ้าง หรืออย่างน้อยควรจะบอกได้ว่าอะไรเป็นความทุกข์ของสังคมที่จาเป็นจะต้องแก้ไขและควรจะแก้อย่างไร เหมือนกรณีการสร้าง GNH ของภูฏาน

FullSizeRender.jpg

อาจารย์ชลได้เปิดประเด็นการพูดคุยด้วยการมองต่างมุมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยการตั้งโจทย์ที่สำคัญคือ

1. การสร้างสมดุลระหว่างการพึ่งพาตนเองและฐานทรัพยากร กับการพึ่งพาตลาด
– เพราะการพึ่งพาตลาดอย่างเดียวย่อมเผชิญกับความผันผวนของตลาดทาให้ไม่มั่นคง ในขณะที่พึ่งพาตนเองและฐานทรัพยากรอย่างเดียวก็ย่อมเผชิญกับพลวัตรทางสังคมและนิเวศในท้องถิ่น

2. มิใช่การสร้าง “ชุมชน” ที่พอเพียงเท่านั้นแต่จะสร้างให้ “รัฐ” และ “ตลาด” ที่พอเพียงด้วยได้อย่างไร
– ชุมชนที่เข้มแข็งและพอเพียงเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ทุกชุมชน สังคมเมืองเองก็ยากที่จะสร้างให้เกิด “ชุมชน”
– กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนมิได้ปฏิสัมพันธ์กับชุมชนเท่านั้น แต่กับตลาดและรัฐด้วย ต้องทาให้ทุกกลไกมีลักษณะที่ส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย

เพื่อเป็นการท้าทายความคิดในสิ่งที่เรากำลังคิดและยึดกระทำกันอยู่ นอกจากนั้นยังได้ให้ข้อสังเกตเพื่อการปรับปรุงดัชนีอยู่เย็นเป็นสุข ดังนี้
• ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับประเด็นด้านคุณภาพชีวิต ในมิติต่าง ๆ ค่อนข้างครอบคลุม
•ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับประเด็นภูมิคุ้มกันทั้งจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะที่มีต่อผู้คนในระดับจุลภาคยังไม่ได้ถูกให้ความสาคัญและพิจารณาอย่างรอบด้านมากนัก
• ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับประเด็นคุณธรรม เน้นหนักที่การทุจริตคอรัปชันในภาครัฐ มีตัวชี้วัดด้านคุณธรรมที่เกี่ยวกับภาคเอกชนอยู่บ้าง และไม่พบตัวชี้วัดด้านคุณธรรมของภาคประชาสังคม/ชุมชนเลย
• ตัวชี้วัดด้านความพอประมาณ/ความมีประสิทธิภาพ ยังขาดการประเมินกลไก/กติกาของรัฐที่ส่งเสริมด้านความพอประมาณ/ความมีประสิทธิภาพด้วย
•ตัวชี้วัดด้านความมีเหตุผลและการใช้ความรู้ยังไม่พบในดัชนี
• ตัวชี้วัดดูจะมอบภาระหน้าที่ด้านความ “พอเพียง” และการสร้าง “ความอยู่เย็นเป็นสุข” ให้กับครอบครัวและชุมชนมากเป็นพิเศษ แต่ไม่ชี้วัดความพอเพียงหรือกลไกการส่งเสริมความพอเพียงจากกลไกรัฐและตลาดที่จะมีให้กับคนที่ไม่มีชุมชนหรือไม่มีครอบครัวอบอุ่น

และได้กล่าวปิดท้ายการนำเสนอไว้ว่า ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขฯ กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีทั้งความซ้อนเหลื่อมกันอยู่และส่วนต่าง ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขฯ ต้องการวัดระดับความอยู่เย็นเป็นสุขฯ ของสังคมในขณะหนึ่ง ๆ ในขณะที่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเน้นไปในทางองค์ประกอบและกระบวนการที่จะทาให้ชีวิตผู้คนมีความพออยู่พอกินและรับมือกับความผันผวนของโลกได้ เราควรนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปรับปรุงดัชนีมากน้อยเพียงใด ?

Last Updated on มกราคม 4, 2022

Author

ผู้เขียน

RELATED

1.1 ล้านชีวิตที่เสียไปทั่วภูมิภาคแอฟริกาในปี 2562 มีสาเหตุมาจาก “มลพิษทางอากาศ”

การศึกษาโดย Boston College ร่วมกับ UN Environment Programme เผยแพร่ในวารสาร Lancet Planetary Health ที่พยายามศึกษาผลกระทบของมลพิษทางอากาศ ระบุว่า มลพ…

ประกาศผลการประกวดภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “พลังงาน เปลี่ยนผ่าน เป็นธรรม?”

การประกวดภาพถ่ายแนวคิด “พลังงาน เปลี่ยนผ่าน เป็นธรรม?” ภายใต้โครงการสื่อสารองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transiti…

RISC เปิดตัว หอฟอกอากาศระดับเมือง ‘ฟ้าใส’ รุ่นที่สอง เพื่อแก้ปัญหามลพิษ และฆ่าเชื้อโรคในอากาศ

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ได้พัฒนา ‘ฟ้าใส 2’ ซึ่งเป็นหอฟอกอา…

ทั้งวงจรชีวิตของพลาสติกปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะจากกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานถ่านหิน

รายงานเผยแพร่ใน Nature Sustainability ระบุว่า รอยเท้าคาร์บอนจากพลาสติกทั่วโลกเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปี 2538 เกือบเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2.2 พัน…

ค้นหา