ผู้นำทั้ง 25 ประเทศ และ องค์การอนามัยโลก สนับสนุน สนธิสัญญาที่จะช่วยให้โลกจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต

ผู้นำทั้ง 25 ประเทศ และ องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนแนวคิดในการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะช่วยให้โลกจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต แบบเดียวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดทั่วโลก

องค์การอนามัยระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2021 ว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของประชาคมโลก ตั้งแต่ทศวรรษ 1940 เป็นต้นมา และในอนาคตไม่มีรัฐบาลหรือหน่วยงานใดที่สามารถจัดการกับการระบาดใหญ่หรือภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพครั้งต่อไปได้โดยลำพัง

ประชมคมระดับนานาชาติควรร่วมมือ “ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใหม่สำหรับการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับการระบาดของโรค” เพื่อสร้างโครงสร้างทางสุขภาพระดับโลกที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยจะปกป้องชีวิตคนรุ่นต่อไปได้

เป้าหมายหลักของสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใหม่สำหรับการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับการระบาดของโรคนี้ คือการส่งเสริมรูปแบบความร่วมมือของหลายภาคส่วนที่มีความครอบคลุม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก และความสามารถในการฟื้นตัวของโลกหากมีการระบาดใหญ่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ผ่านระบบแจ้งเตือนที่ดีขึ้น การแบ่งปันข้อมูลการวิจัย และการผลิตและจำหน่ายวัคซีน ยา การวินิจฉัยโรค และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล นี่เป็นโอกาสที่คนทั้งโลกจะผนวกรวมเป็นประชาคมโลกเพื่อความร่วมมืออย่างสันติที่ขยายไปไกลกว่าวิกฤติครั้งนี้

สนธิสัญญาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากผู้นำของ 1) ฟิจิ 2) ไทย 3) โปรตุเกส 4) อิตาลี 5) โรมาเนีย 6) อังกฤษ 7) รวันดา 8) เคนยา 9) ฝรั่งเศส 10) เยอรมนี 11) กรีซ 12) เกาหลี 13) ชิลี 14) คอสตาริกา 15) แอลเบเนีย 16) แอฟริกาใต้ 17) ตรินิแดดและโตเบโก 18) เนเธอร์แลนด์ 19) ตูนิเซีย 20) เซเนกัล 21) สเปน 22) นอร์เวย์ 23) เซอร์เบีย 24) อินโดนีเซีย 25) ยูเครน และ WHO

สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะช่วยให้โลกจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ 
- SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่มา: WHO

Last Updated on เมษายน 8, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

งานหนักต้องไม่ฆ่าใคร: บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปรับลดวันทำงานจาก 5 วันเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์

หลายบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นได้เริ่มออกข้อบังคับใหม่อนุญาตให้พนักงานทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ ในปีงบประมาณ 2565 นี้ เพื่อปรับสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตั…

Environmental, Social and Governance: ESG ตัวชี้วัดที่นำมาช่วยวัดผลการดำเนินงานของบริษัทเพื่อสรรค์สร้างอนาคตที่มีความยั่งยืน

ถิรพร สิงห์ลอ

ปี 2564 อาจไม่ต่างไปจากปี 2563 ในแง่ประเด็นด้านสาธารณสุขอันเป็นผลพวงมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมไปถึงเป็นที่ชัดแจ้งว่าผลกระทบได้…

นิเวศเกษตร (Agroecology): การเปลี่ยนแปลงจากฐานรากเพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อ climate change และความไม่มั่นคงทางอาหาร

ตั้งแต่ความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนถึงวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน เป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารและความเป็นอ…

แคนาดา-บริติชโคลัมเบีย จับมือพัฒนาข้อตกลงทวิภาคีอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมทำงานร่วมกับชนพื้นเมือง

“ด้วยเกียรติของคนบริติชโคลัมเบีย ฉันซาบซึ้งดีว่าพวกเราหวงแหนและพึ่งพาการมีอยู่ของธรรมชาติมากขนาดไหน และมันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลงมือปกป้องระบบนิเวศ…

ค้นหา