‘Blue Precribing – ใบสั่งยาให้ไปหาแหล่งน้ำธรรมชาติ’ เที่ยวชมพื้นที่ชุ่มน้ำในลอนดอน เพื่อรักษาสุขภาพใจ

โครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในลอนดอน สหราชอาณาจักร ที่เรียกว่า ‘Blue Precribing’ หรือ ‘ใบสั่งยาให้ไปหาแหล่งน้ำธรรมชาติ’ เพื่อให้ธรรมชาติช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วย จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้าร่วมที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตมากถึง 300 คน ในโปรแกรมศึกษาธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อสุขภาพเป็นเวลาหกสัปดาห์ ที่ WWT London Wetland Centre หรือ ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำลอนดอนในเร็วๆ นี้

โปรแกรมเพื่อสุขภาพจิตนี้ ได้รับการออกแบบโดย Wildfowl & Wetlands Trust (WWT) , Mental Health Foundation (MHF) สหราชอาณาจักร และผู้เข้าร่วมเอง กิจกรรมตลอดหกสัปดาห์ประกอบด้วย การดูนก การศึกษาสัตว์น้ำ การเดินชมธรรมชาติ และการดูแลถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินสนับสนุนค่าเดินทาง และจะมีการประเมินการพัฒนาการของอาการด้วยแบบสอบถามที่มีมาตรฐานทางการแพทย์

โครงการคล้ายกันก่อนหน้านี้ให้ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรม เช่น การเป็นอาสาสมัครดูแลสัตว์ป่า พบว่าทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างชัดเจน มีข้อมูลการสำรวจผ่าน YouGov โดย Mental Health Foundation พบว่า 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ทะเลสาบ แม่น้ำ และทะเล ช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจและเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ชื่นชอบที่สุด และยังมีหลักฐานทางวิชาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงผลดีของการบำบัดด้วยธรรมชาติที่สามารถช่วยลดความเครียดทางจิตใจ ความอ่อนล้า ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีน้ำเงินยังสัมพันธ์กับการมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

งานวิจัยในปี 2019 พบว่า การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะเป็นเพียงการนั่งเฉยๆ และดื่มด่ำกับความสงบเท่านั้น

การใช้ธรรมชาติในการบำบัดรักษาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘Social Prescribing’ ที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะให้คำแนะนำผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมแทนหรือร่วมกับการจ่ายยา เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางจิต เช่น การออกกำลังกาย กิจกรรมทางสังคม การปรับปรุงบ้าน และกิจกรรมอื่นๆ ที่ถูกใช้เป็นวิธีการรักษาทางเลือกที่ราคาไม่สูงและมีประสิทธิภาพเช่นกัน

การเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำ เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพจิต เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ป้องกัน รักษาโรค สนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี (3.4)
- SDG 6 น้ำสะอาดและสุขาภิบาล ในประเด็น ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำรวมถึงภูเขาป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำ ชั้นหินอุ้มน้ำ และทะเลสาบ (6.6)
- SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ในประเด็น การพัฒนาและเข้าถึงพื้นที่สีเขียวสำหรับคนกลุ่มต่าง ๆ (11.8) 

ที่มา: The Guardian , WWT

Last Updated on พฤษภาคม 19, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ม.การแพทย์ออกัสต้าจับมือ บ.ฟิลิปส์-ยกระดับเทคโนโลยีการแพทย์ 15 ปี

AU Health partnership with Philips saves money and lives

ที่มา : wjbf.com

VDO link 

Augusta University

How to ใช้มาตรฐานความยั่งยืนของเอกชนมาช่วยรัฐรายงานความก้าวหน้า SDGs

ตามกระบวนการปกติภาครัฐจะรายงานความคืบหน้าตาม SDGs ของประเทศตนเองผ่านการส่งรายงานการทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ (Voluntary National Reviews: VNRs) โดยที่…

QS Sustainability Rankings 2024 มหาวิทยาลัยไทย 13 แห่ง ได้รับการจัดอันดับ ด้าน University of Toronto คว้าอันดับ 1 ของโลก 

วันที่ 5 ธันวาคม 2566 Quacquarelli Symonds หรือ QS ซึ่งเป็นสถาบันวิเคราะห์และจัดอันดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ได้เผยแพร่ผลกา…

Metra-รถไฟชิคาโก จับมือ Uber เพิ่มการเข้าถึงขนส่งสาธารณะ

Metra Enters Marketing Partnership With Uber

ที่มา : nbcchicago.com และ railwaypro.com

เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่อผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ รถไฟและรถแ…

ค้นหา