9 ข้อที่จะช่วยให้ท้องถนนในประเทศยากจนและที่มีรายได้ปานกลางปลอดภัยขึ้น

สภาพถนนที่ย่ำแย่ทำให้ในทุกปีมีประชากรโลกมากถึง 50 ล้านคนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน และ 1.35 ล้านคนต้องเสียชีวิต เป็นจำนวนที่มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคมาลาเรียและโรคเอดส์รวมกัน โดย 93% ของการเสียชีวิตนี้เกิดขึ้นในประเทศยากจนและที่มีรายได้ปานกลางที่ ‘เมือง’ กำลังขยายกว้างตามจำนวนประชากรที่เติบโต ทว่าการเสียชีวิตจากท้องถนนกลับทำให้เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ต้องสูญเสียเม็ดเงินไปถึง 3-5% ของ GDP

แม้ว่าข้อมูลสถิติที่ผ่านมามักพูดถึงข้อผิดพลาดจาก ‘ผู้ขับขี่’ เป็นหลัก เช่นการขับขี่เร็วเป็นปัจจัยสำคัญ 50% ของอุบัติเหตุทางถนน แต่ก็ยังมีปัจจัยด้าน ‘ระบบ’ และ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่ต้องพร้อมและปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วย

ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติในด้านความปลอดภัยทางท้องถนนและประธานสหพันธยานยนต์นานาชาติ (Fédération Internationale de l’Automobile) ร่วมกับ ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติและเลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติในยุโรป (UNECE) จึงได้แนะนำ ‘9 ข้อที่จะช่วยให้ท้องถนนในประเทศยากจนและที่มีรายได้ปานกลางปลอดภัยขึ้น’ ดังนี้

1. พัฒนาเรื่องการเคลื่อนที่ในเมือง (urban mobility) ที่ยั่งยืน –เมืองต้องเรียนรู้ความต้องการของผู้สัญจรในชุมชนท้องถิ่นและพลเมืองทุกคนครอบคลุมความหลากหลายทางเพศ  เพื่อนำมาออกแบบแผนการเคลื่อนที่ในเมืองและด้วยรูปแบบของการขนส่งได้ยั่งยืนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนส่งสาธารณะ การขนส่งที่ใช้เครื่องยนต์และที่ไม่ใช่เครื่องยนต์ ให้สามารถใช้งาน ‘ร่วมกัน’ และ ‘เสริมกัน’ ได้บนท้องถนน โดยคำนึงถึงการมีตัวเลือก/ช่องทางของการเคลื่อนที่ที่หลากหลายและความปลอดภัย

2. พัฒนาให้มีการขี่จักรยานและการเดินมากขึ้น – ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้สามารถขี่จักรยานและเดินได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิผล และเป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีหลาย ๆ ประเทศที่เดินหน้าลงทุนตามแนวทางนี้ อาทิ แผนแม่บทภาคพื้นยุโรปเพื่อสนับสนุนการปั่นจักรยาน (Plan-European Master Plan for Cycling Promotion) ด้วยเหตุที่ว่าหากสนับสนุนให้มีการขี่จักรยานมากขึ้นหรือให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น (physical activity) ก็จะสามารถช่วยลดการตายก่อนวัยอันควรได้ 30,000 ชีวิต และมีผลทางอ้อมต่อสภาพเศรษฐกิจด้วย

3. ถนนที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้เปราะบางโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง – มากกว่า 50% ของถนนที่มีอยู่นั้นขาดโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่อำนวยความสะดวกต่อคนเดินเท้า ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ และผู้ใช้รถ การปรับปรุงถนนที่อันตรายที่สุด 10% ในแต่ละประเทศในระยะ 20 ปี ให้มีทางเดินเท้า ตัวกันถนนเพื่อความปลอดภัย (safety barriers) เลนขี่จักรยาน และไหล่ถนนที่มีการราดพื้นผิว (paved shoulders) จะสามารถช่วยป้องกันการตายได้มากถึง 3.6 ล้านคนและป้องกันการบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนน 40 ล้านคนได้ ทั้งนี้ ต้องอยู่บนฐานคิดเรื่องประชาชนเป็นศูนย์กลางของการออกแบบ ให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้ถนนร่วมกันได้ด้วย (cohabitation)

4. เสริมขีดความสามารถเพื่อถนนที่ปลอดภัย – อบรมผู้บังคับใช้กฎหมายและให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเคารพ พร้อมกับสร้างหลักประกันให้สภาพแวดล้อมรอบโรงเรียนมีความปลอดภัย ให้มีทางข้ามถนนที่ปลอดภัย – ลดความเร็ว – และติดตั้งกล้องเพื่อตรวจจับ มีการประเมินกระบวนการออกใบขับขี่สำหรับผู้ขับขี่ประเภทที่ชำนาญแล้วกับผู้ขับขี่มือใหม่

5. ให้มีอุปกรณ์ที่ปลอดภัยสำหรับคนที่เปราะบางมากที่สุด – หมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์สามารถลดความเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนต่อศีรษะอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตได้ถึง 60% เบาะนั่งนิรภัยเด็กสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 40% ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ 35% และความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเล็กน้อยได้ 20%

6. พัฒนากระบวนการและการบริการหลังอุบัติเหตุ – เพื่อให้ประชาชนทราบว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วสามารถติดต่อบริการฉุกเฉินเพื่อรับการช่วยเหลือได้ที่ช่องทางใด และการให้บริการความช่วยเหลือฉุกเฉินนั้นจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย

7. ปรับปรุงข้อมูล – มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งรวมถึงข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลสถิติ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยทางท้องถนนได้ดีขึ้น ให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อชี้และติดตามการจราจรที่ติดขัดและสาเหตุที่ทำให้ติดขัด เพื่อให้มีการปรับปรุง ติดตาม และบริหารจัดการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

8. สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะในเมือง – ให้ประชาชนตระหนักถึงการเคลื่อนที่ในเมืองที่ปลอดภัย และการใช้พื้นที่สาธารณะในเมืองเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย

9. เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่ทำงานเรื่อง ‘เมือง’  – เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและข้อมูลเกี่ยวกับการมีท้องถนนที่ปลอดภัยกับผู้ที่ทำงานด้านเมือง

ทั้งนี้ ต้องเป็นการดำเนินการของประเทศที่สอดคล้องกับ UN conventions for road safety ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
แคมเปญ #Love30 ถนนความเร็วต่ำที่ 30 กม./ชม. ในเขตชุมชน
แผนแม่บทภาคพื้นยุโรปเพื่อสนับสนุนการปั่นจักรยาน
ระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืนในเมืองหลวงของกานา ช่วยป้องกันการตายก่อนวัยอันควรได้มากถึง 5,500 คน

ปัจจุบัน มี (ร่าง) ‘Global Plan of Action on Road Safety’ แล้วโดยคาดว่าฉบับสมบูรณ์จะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อถนนที่ปลอดภัย ‘Decade of Action for Road Safety 2021 – 2030’ ที่ : https://www.who.int/teams/social-determinants-of-health/safety-and-mobility/decade-of-action-for-road-safety-2021-2030

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
– (3.6) ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2563
#SDG11 เมืองและที่อยู่อาศัย
– (11.2) จัดให้มีการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน เข้าถึงได้ ปลอดภัย ในราคาที่สามารถจ่ายได้สำหรับทุกคน พัฒนาความปลอดภัยทางถนนโดยขยายการขนส่งสาธารณะและคำนึงเป็นพิเศษถึงกลุ่มคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ผู้หญิง เด็ก ผู้มีความบกพร่องทางร่างกายและผู้สูงอายุภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
https://www.weforum.org/agenda/2021/05/9-ways-cities-can-prevent-road-crash-deaths/

Last Updated on พฤษภาคม 24, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

Global Midwives’ Hub แหล่งรวมทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการบริการสุขภาพที่มีพยาบาลผดุงครรภ์เป็นผู้นำ

เข้าถึงเว็บไซต์ได้ที่: https://www.globalmidwiveshub.org/

สหพันธ์ผดุงครรภ์นานาชาติ (International Confederation of Midwives – ICM) และองค์กรด้านกา…

การสนับสนุนเงินทุนในโครงการขจัดความยากจน สามารถลดจำนวนการทารุณกรรมในเด็กและการละเลยทอดทิ้งเด็กได้

งานศึกษาล่าสุด State Spending on Public Benefit Programs and Child Maltreatment โดยกุมารแพทย์และผู้ที่ศึกษาปัจจัยในวัยเด็กที่มีผลต่อสุขภาพเมื่อโตเป็น…

จุฬาฯ และ มช. ติดอันดับ Top 100 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2022

THE Impact Rankings ประจำปี 2022 มีจำนวนมหาวิทยาลัย 1,406 แห่งใน 106 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับ

‘จุฬาฯ’ ได้อันดับที่ 16 ของโลก ตามมาด้ว…

ยูนิเซฟ สร้างโลกแห่งการเรียนรู้สำหรับเด็ก ผ่าน ‘คู่มือ ABC’ กิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งปัญหานั้นมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง “การสูญเสียค…

ค้นหา