อากาศยิ่งร้อนขึ้น ยิ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บและอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น

งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา ศึกษาผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้นกับการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บ พบว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเพื่มขึ้น 1,601 รายในแต่ละปี

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine ได้วิเคราะห์ข้อมูลในช่วงปี 1980-2017 ของผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บ 5 ล้านราย กับค่าความผิดปกติของอุณหภูมิ (temperature anomalies) ของแต่ละเดือนที่เกิดขึ้นในระดับเทศมณฑลของสหรัฐอเมริกา เพื่อหาความเกี่ยวข้องระหว่างตัวเลขผู้เสียชีวิตเหล่านี้กับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว

จากนั้น นักวิจัยใช้แบบจำลองเชิงพื้นที่และเวลาแบบเบย์ (Bayesian Spatio-temporal model) เพื่อคำนวณว่าหากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงตามที่นักวิทยาศาสตร์หลายสำนักได้คาดการณ์ไว้ จะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มจากการบาดเจ็บทั้งโดยไม่ตั้งใจ (อุบัติเหตุทางถนน การหกล้ม และจมน้ำ) และตั้งใจ (การทำร้ายและการฆ่าตัวตาย) เป็นจำนวนเท่าไรในสหรัฐอเมริกา

ผลการศึกษาพบว่า อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นนี้จะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มอีก 1,601 รายต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 0.75% โดยแบ่งออกเป็นการเสียชีวิตจากการจมน้ำจะเพิ่มขึ้นมากถึง 13.7% ในกลุ่มผู้ชายอายุ 15-24 ปี ในขณะที่การทำร้ายร่างกายและการฆ่าตัวตายจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 3% ในทุกกลุ่มอายุและเพศ ส่วนการเสียชีวิตจากการเดินทางจะเพิ่มขึ้น 2% สำหรับกลุ่มผู้ชายอายุ 25-34 ปี และ 0.5% สำหรับกลุ่มผู้หญิงในช่วงอายุเดียวกัน

การศึกษาอื่น ๆ ที่ผ่านมาให้หลักฐานสนับสนุนว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ ทั้งสัมพันธ์กับความหงุดหงิด ความขัดแย้งและความรุนแรงระหว่างบุคคลที่เพิ่มขึ้น อาการเหนื่อยล้าจากความร้อนที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และความผิดพลาดในการใช้งานอุปกรณ์เครื่องกล และการจมน้ำที่เพิ่มขึ้นเพราะสัดส่วนคนไปเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนเพิ่มขึ้น รวมทั้งการฆ่าตัวตายที่มักตามมาหลังเหตุการณ์ไฟป่าหรือความแห้งแล้งที่ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนัก

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสามผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
- (3.6) ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2563
#SDG13 ต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ

ที่มา : Car accidents, drownings, violence: hotter temperatures will mean more deaths from injury (The Conversation)

Last Updated on สิงหาคม 11, 2021

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

เมื่อ Gen Z สนับสนุนความยั่งยืนในการเลือกซื้อมากกว่าใคร และอยากให้ทุกช่วงวัยหันมาใส่ใจความยั่งยืนด้วยกัน

ปัจจุบัน กลุ่มประชากร Gen Z มีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องวิถีชีวิตยั่งยืน โดยเฉพาะผ่านพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ กลุ่ม Gen Z ใ…

SDG Index 2024 ไทยรั้งอันดับ 45 ของโลก ร่วงลงมาสองอันดับจากปีก่อน ส่วน SDG1 และ SDG4 อยู่ในสถานะบรรลุเป้าหมายแล้วคงเดิม

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Developme…

คาดการณ์พื้นที่และเวลาที่กวางจะข้ามถนนในเดนมาร์ก เพื่อนำข้อมูลเข้าระบบนำทางเพื่อเตือนภัยผู้ขับขี่

นักวิจัยศึกษาข้อมูลการเกิดการชนกันระหว่างรถยนต์และสัตว์ เพื่อคาดการณ์ว่าพื้นที่ไหนและเวลาใดที่สัตว์จะข้ามถนน และเสนอการเพิ่มข้อมูลความเสี่ยงนี้ลงในแอ…

เลขาธิการ UN ย้ำ โลกจะต่อสู้กับ climate change ได้ เมื่อประเทศ G20 เห็นตรงกัน – แสดงบทบาทนำ

เมื่อวันที่ 23-25 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ เมืองเนเปิลส์ อิตาลี ที่ประชุม G20 ด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และพลังงาน (G20 Environment,

ค้นหา