Maersk ลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับเรือขนส่งสินค้าที่ใช้เมทานอลปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์รายแรก ใช้จริงภายใน 3 ปีนี้

ปี 2564 เรียกว่าเป็นปีของบริษัทสายการเดินเรือและการขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Maersk ก็ว่าได้ นอกจากที่ไปปรากฏตามหน้าข่าวสารสำคัญ ก้าวแห่งความยั่งยืนหนึ่งคือการประกาศเร่งแผนนำเรือขนส่งสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์มาใช้ในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล ภายในปี 2566 เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม ที่ตั้งมั่นว่าจะเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (decarbonization) ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) ภายในปี 2593

ก้าวแห่งความยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าที่พยายามจะหาวิธีลดรอยเท้าคาร์บอนจากกระบวนการปฏิบัติงานของตนย่อมมีนัยสำคัญ เมื่อองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) ระบุว่า ในปี 2562 การขนส่งระหว่างประเทศเป็นส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว ๆ 2% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวกับภาคพลังงานทั้งหมดทั่วโลก

สิ่งที่ภาคขนส่งทำได้คือการหาแหล่งพลังงานทางเลือก หรือ พลังงานหมุนเวียน/พลังงานสะอาด สำหรับ Maersk แผนที่ว่านั้นมีทั้งการติดตั้งเทคโนโลยีระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel) ในเรือที่สั่งประกอบใหม่ ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงเรือมาตรฐานแบบกำมะถันต่ำ (VLSFO) และใช้พลังงานเมทานอลแบบที่เกิดจากกระบวนการแยกโมเลกุลของน้ำด้วยไฟฟ้า (e-methanol) หรือเมทานอลชีวภาพ (bio-methanol)

โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา Maersk ได้สั่งเรือขนส่งสินค้าทางทะเลขนาดใหญ่ 8 ลำที่จะใช้พลังงานเมทานอลปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (carbon neutral methanol) ในระบบเชื้อเพลิงร่วมดังกล่าว สร้างโดยบริษัท Hyundai Heavy Industries จากเกาหลีใต้ โดยเรือแต่ละลำสามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ประมาณ 16,000 ตู้ ส่วนราคาของเรือแต่ละลำอยู่ที่ 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะสามารถนำไปใช้งานจริงภายในต้นปี 2567 และคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นหลักล้านตันในแต่ละปี

แม้ว่าการประกาศหมุดหมายของ Maersk จะสามารถอนุมานได้ว่ามีแหล่งพลังงานเมทานอลแบบ e-methanol เพียงพอที่จะใช้ในการดำเนินการ แต่บริษัทเองก็ตระหนักดีว่า ยังคงมีความท้าทายในด้านการหาแหล่งผลิตเมทานอลที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

ในจุดนี้เอง บริษัทพัฒนาพลังงานหมุนเวียน European Energy ในเดนมาร์ก และบริษัท REintegrate จะเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตพลังงานเมทานอลแบบ e-methanol ที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในเรือขนส่งสินค้า โดยคาดว่าจะสามารถผลิตได้ราว 10,000 เมตริกตันในทุกปี

พร้อมกันนั้น Maersk ได้พัฒนาแดชบอร์ดรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ‘Emissions Dashboard’ จากภาคการให้บริการขนส่งทั้งหมดในห่วงโซ่ซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งรถบรรทุก รถไฟ เครื่องบิน และเรือขนส่งสินค้า บริการขนส่งอื่นและลูกค้าในห่วงโซ่นี้เพื่อติดตามนำข้อมูลมาวิเคราะห์สู่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซในแต่ละกระบวนการได้ โดยใช้วิธีการวัดค่าตามที่สภาการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระดับโลก (GLEC) กำหนด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาด
-(7.2) เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
-(7.a) ในด้านการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด ภายในปี 2573
#SDG9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน
-(9.4) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยเพิ่มประสิทธิการการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศ ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
-(12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงในวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
#SDG13 การจัดการ/รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-(13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งที่มา:
Maersk ประกาศปฏิบัติการเรือขนส่งสินค้าคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ลำแรกภายในปี 2023 (logistics manager)
Maersk เปิดตัวแดชบอร์ดตรวจสอบปริมาณการปล่อยคาร์บอนแบบครบวงจร (logistics manager)
Maersk เดินหน้าองค์กรไร้มลพิษด้วยการใช้เรือไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อขนส่งพัสดุในปี 2023 (brandinside.asia)
Maersk spends $1.4 billion on ships that can run on ‘carbon neutral’ methanol (cnbc)

Last Updated on กันยายน 1, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ของมันต้องมี? แบรนด์ Trestique ผลิตเครื่องสำอางแบบรีฟิล ใช้ได้ตลอดไปไม่ก่อขยะเพิ่ม

พาเลทอายแชโดว์ 8 สียังเป็นของมันต้องมีอยู่ไหม? แบรนด์เครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์และได้รับการรับรอง PETA อย่าง Trestique ยึดหลักเมคอัพสไตล์มินิมอล…

EarthEnable ปรับปรุงพื้นบ้านในชนบทรวันดา ด้วยนวัตกรรม ‘พื้นดินขัดมัน’ ที่สะอาด ทนทาน และราคาถูก

EarthEnable คือ องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดตั้งแต่ปี 2014 โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงและพัฒนาพื้น…

1 ปีของการใช้ซ้ำถ้วยรองประจำเดือน ทดแทนผ้าอนามัยราว 20 ชิ้นต่อเดือนและอีกหลายร้อยปีกว่าที่ขยะผ้าอนามัยจะย่อยสลาย

ในหมวดสินค้าอนามัยสำหรับผู้หญิง ถ้วยรองประจำเดือน (menstrual cup) ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แม้ผู้หญิงจำนวนมากย…

โคคา-โคล่า ร่วมมือกับ The Ocean Cleanup เดินหน้าใช้นวัตกรรมดักจับขยะพลาสติกในแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลกก่อนไหลลงสู่มหาสมุทร

‘ขยะพลาสติก’ จากแม่น้ำกว่า 1,000 แห่งทั่วโลกไหลลงสู่มหาสมุทรคิดเป็นปริมาณสูงถึงร้อยละ 80 ของขยะทั้งหมดในมหาสมุทร และปัญหาขยะพลาสติกก็มีความรุนแรงขึ้น…

ค้นหา