WBA เผยผลสำรวจความเท่าเทียมทางเพศในบริษัทชั้นนำ ชี้ผู้หญิงจำนวนมากเผชิญความรุนแรงและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน

องค์กรสมาพันธ์เกณฑ์มาตรฐานโลก (World Benchmarking Alliance : WBA) เผยแพร่รายงานผลสำรวจความเท่าเทียมทางเพศในบริษัทขนาดใหญ่ โดยชี้ว่าแม้ปัจจุบันผู้หญิงจะเข้าถึงบทบาทการเป็นผู้นำมากขึ้น แต่บริษัทจำนวนมากยังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างหลักประกันความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน

รายงานดังกล่าวชี้ว่าบริษัททรงอิทธิพลของโลกมากกว่า 1,000 บริษัท มีภาพลักษณ์ที่น่าห่วงกังวลเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ โดยพบว่าผู้หญิงไม่มีบทบาทในตำแหน่งผู้นำและข้อกังวลของพวกเธอมักถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรับฟัง นอกจากนี้มีบริษัทจำนวนไม่มากที่ดำเนินการเพื่อป้องกันความรุนแรงและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน 

ข้อค้นพบอื่น ๆ ที่ปรากฏในรายงานข้างต้น เช่น 

  • จากการสำรวจพบว่ามีเพียง 3 บริษัทเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสมดุลทางเพศในตำแหน่งผู้นำทุกระดับ ขณะที่อีกกว่า 130 บริษัท รายงานว่าไม่มีผู้หญิงครองตำแหน่งผู้นำสูงสุด
  • ผู้หญิงทั่วโลกมีรายได้น้อยกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยร้อยละ 17 โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ อัตราการเลื่อนตำแหน่งที่ต่ำกว่า และผู้หญิงเข้าถึงการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นโดยจ่ายค่าจ้างต่อชั่วโมงน้อยกว่างานเต็มเวลา
  • บริษัทเพียงร้อยละ 3.5 เท่านั้นที่เผยแพร่รายละเอียดช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศตามหมวดหมู่ของพนักงาน
  • การแพร่ระบาดของโควิด-19 เผยให้เห็นว่าผู้หญิงทั่วโลกต้องแบกรับแรงกดดันจากการทำงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างอย่างไร รวมถึงผลกระทบจากการเจ็บป่วยและความแก่ชรา โดยพบว่าผู้หญิงใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่งในแต่ละวันไปกับการทำงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง
  • การลางานที่ยังได้รับค่าจ้างสามารถช่วยให้ผู้หญิงยังคงอยู่ในงานได้ โดย ILO สนับสนุนให้ผู้หญิงลาคลอดได้อย่างน้อย 14 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูทารกที่เพิ่งคลอดได้ ซึ่ง 120 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายที่สอดคล้องกับคำแนะนำดังกล่าว อย่างไรก็ดีมีอีกกว่า 64 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศโลกใต้ ที่ยังห่างไกลจากการให้ผู้หญิงลาคลอดได้อย่างเต็มที่
  • พบว่ามากกว่า 1 ใน 5 ของคนทำงานทั่วโลกเผชิญกับกับประสบการณ์ความรุนแรงและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน โดย WBA ชี้ว่านโยบายการสั่งห้ามนั้นไม่เพียงพอ บริษัทจำเป็นต้องสร้างหลักประกันว่าการทำร้ายร่างกายจะต้องได้รับการป้องกัน รายงาน และแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
  • WBA ชี้ว่าบริษัททั้งหลายจำเป็นต้องเพิ่มการดำเนินการให้ผู้หญิงเข้าร่วมในโปรแกรมการพัฒนาการทำงานและจัดการเรื่องการเลือกปฏิบัติพร้อมทั้งสร้างสมดุลในการทำงาน

ขณะที่ งานวิจัยของแมคเคนซี่ในปี 2562 เปิดเผยว่า การมีสตรีในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสามารถเพิ่มกำไรและมูลค่าหุ้นให้บริษัทได้สูงสุดถึง 50% ส่วน  Development Dimensions International ชี้ว่าองค์กรที่มีความหลากหลายทางเพศสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีแนวโน้มที่จะอยู่ในกลุ่ม 10% แรกของบริษัทที่มีผลประกอบการสูงสุดถึง 8 เท่า ในปีศักราชใหม่นี้ จึงเป็นโจทย์ให้บริษัททั่วโลกทบทวนนโยบายและการดำเนินการเชิงปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์แก่คนทุกเพศเท่านั้นแต่ยังส่งผลดีต่อบริษัทด้วยเช่นกัน

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ILOSTAT เผยปี 2566 ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศยังคงสูง-แม้วุฒิการศึกษาเท่ากัน แต่ผู้หญิงก็ได้ค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย
– หลายประเทศระบุให้ ‘เปิดเผยค่าจ้าง’ แต่ละตำแหน่ง เพื่อความชัดเจนและโปร่งใส – หนึ่งในวิธีลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างเพศสภาพ
– Global Gender Gap Report 2023 ชี้อีก 131 ปี กว่าโลกจะมีความเท่าเทียมทางเพศ – ส่วนไทยติดอันดับที่ 74 ในการประเมินดัชนี
– การบังคับใช้กฎหมาย ‘ความเท่าเทียมระหว่างเพศ’ ตามบริบทของประเทศไทยเป็นอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ. สาวตรี สุขศรี’

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
– (5.2) ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงทั้งในที่สาธารณะและที่รโหฐาน รวมถึงการค้ามนุษย์ การแสวงประโยชน์ทั้งทางเพศ และในรูปแบบอื่น
– (5.4) ตระหนักและให้คุณค่าต่อการดูแลและการทำงานบ้านแบบไม่ได้รับค่าจ้าง โดยจัดให้มีบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม และสนับสนุนความรับผิดชอบร่วมกันภายในครัวเรือนและครอบครัว ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
– (5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิผลและมีโอกาสที่เท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และกิจกรรมสาธารณะ 
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้

แหล่งที่มา : Big companies making ‘dismal’ progress on gender equality: report (Eco-Business)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Author

  • Atirut Duereh

    Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Atirut Duereh

    Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ Microsoft เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริม “Adaptive Accessories” รองรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้พิการ

เมื่อโลกปัจจุบันผู้คนต่างต้องอาศัยการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่อุปกรณ์นั้นกลับไม่ได้เหมาะสมต่อผู้ใช้งานทุกคน จะดีกว่าไหมหากมีอุปกรณ์เสริมที่ปรับใช้ได้แก่…

การวิเคราะห์ข้อมูล เปิดเผยว่าหากต้องการลดความเหลื่อมล้ำในอนาคต ต้องจัดการกับ SDG ใดบ้าง ?

ในงานสัมมนาวิชาการ EconTU Symposium ประจำปี 2564 ครั้งที่ 43 ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ ‘ก้าวต่อไปเพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน’…

RISC เปิดตัว หอฟอกอากาศระดับเมือง ‘ฟ้าใส’ รุ่นที่สอง เพื่อแก้ปัญหามลพิษ และฆ่าเชื้อโรคในอากาศ

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ได้พัฒนา ‘ฟ้าใส 2’ ซึ่งเป็นหอฟอกอา…

งานวิจัยชี้ หากสหรัฐฯ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จะลดอัตราการเสียชีวิตของทารกได้ 1,400 คน/ปี

จากงานวิจัยหัวข้อ “Effects of US state preemption laws on infant mortality” โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัย Syracuse ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าค่าแรงขั้นต่ำ…

ค้นหา