FAO เรียกร้องให้เพิ่มการลงทุน ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ – พบผู้คนราว 733 ล้านคนทั่วโลกยังเผชิญกับความหิวโหย 

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) และพันธมิตรร่วมเปิดตัวรายงานสถานะความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการของโลก ประจำปี 2567 (The State of Food Security and Nutrition in the World หรือ SOFI 2024) เรียกร้องให้มีการจัดหาเงินทุนและความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น โดยมีการกำหนดมาตรฐานการจัดหาเงินทุนเพื่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ

รายงานฉบับนี้ จัดทำภายใต้ธีม “การจัดหาเงินทุนเพื่อขจัดความหิวโหย ความไม่มั่นคงทางอาหาร และภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ” (Financing to End Hunger, Food Insecurity and Malnutrition in All Its Forms) ได้เน้นย้ำว่าจะรับประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้และมีราคาที่ไม่แพง จึงจำเป็นต้องใช้แนวทางแบบองค์รวม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและเสริมสร้างระบบอาหารและการเกษตร การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และปรับกระบวนการด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการเพื่อขยายแหล่งเงินทุนให้กว้างขึ้น

โดยได้ระบุว่าผู้คนราว 733 ล้านคน หรือ 1 ใน 11 คนทั่วโลกประสบปัญหาความหิวโหย โดยในปี 2566 พบว่าภูมิภาคแอฟริกา มีประชากร 20.4% เผชิญความหิวโหย ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย 8.1% เผชิญความหิวโหย ซึ่งระดับของการขาดสารอาหารเทียบได้กับระดับในปี 2551 – 2552 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการหยุดชะงักที่น่าตกใจในการขจัดปัญหาความหิวโหย

นอกจากนี้ในปี 2566 ประชากรทั่วโลกราว 2.33 พันล้านคนต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนทางอาหารในระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง นอกเหนือจากปัญหาความหิวโหยในแอฟริกา พบประชากร 58% ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารในระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง และยังพบอีกว่าในปี 2565 มีผู้คนมากกว่า 2.8 พันล้านคนไม่สามารถซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพได้ ขณะเดียวกันในประเทศที่มีรายได้น้อย (Low-income Countries: LICs) พบประชากร 71.5% ไม่สามารถซื้ออาหารเพื่อสุขภาพได้ กลับกันในประเทศรายได้สูง (High-income Countries: HIC) พบตัวเลขเพียง 6.3% เมื่อเทียบกันจึงเป็นตัวเลขที่ต่างกันอย่างน่าตกใจ

จากรายงานมีความคืบหน้าที่น่าสนใจ ดังนี้

  • อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเฉพาะในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 37.1% ในปี 2555 เป็น 48% ในปี 2565
  • ความชุกของภาวะเตี้ยแคระแกร็น ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีทั่วโลกลดลงจาก 26.3% ในปี 2555 เป็น 22.3% ในปี 2565
  • ความชุกของภาวะผอมแห้ง (wasting) ทั่วโลกลดลงจาก 7.5% ในปี 2555 เป็น 6.8% ในปี 2565

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ทำให้ความไม่มั่นคงทางอาหารและภาวะทุพโภชนาการแย่ลง เนื่องจากสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อ เหตุความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ทำให้ราคาอาหารสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากมีราคาแพง ส่งผลให้ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหตุเพราะความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ยังคงมีอยู่ เพื่อแก้ไขช่องว่างที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในระบบอาหารให้สามาถตั้งรับปรับตัวได้มากขึ้นในอนาคต

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.5) ภายในปี 2573 สร้างภูมิต้านทานให้แก่คนยากจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางและลดการเผชิญหน้าและความเสี่ยงต่อเหตุการณ์รุนแรง/ภัยพิบัติอันเนื่องมาจากภูมิอากาศ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
#SDG2 ขจัดความหิวโหย
– (2.1) ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีอาหารตามหลักโภชนาการ และมีอาหารเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี 2573
– (2.2) ยุติภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบ ภายในปี 2573 รวมถึงการบรรลุเป้าประสงค์ที่ตกลงร่วมกันระหว่างประเทศว่าด้วยภาวะแคระแกร็นและผอมแห้งในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเน้นความต้องการโภชนาการของหญิงวัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้สูงอายุ ภายในปี 2568
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.2) ยุติการตายที่ป้องกันได้ของทารกแรกเกิดและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลดอัตราการตายในทารกลงให้ต่ำถึง 12 คน ต่อ การเกิดมีชีพ 1,000 คน และลดอัตราการตายในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลงให้ต่ำถึง 25 คน ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน ภายในปี 2573 
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ

แหล่งที่มา: SOFI 2024 Calls for Increased, Cost-effective Financing to End Hunger – IISD

Last Updated on สิงหาคม 9, 2024

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ผอ.รพ.อุ้มผาง รับรางวัล ‘United Arab Emirates Health Foundation Prize’ ในฐานะผู้ผลักดัน ‘บริการสุขภาพที่เท่าเทียม’ ในพื้นที่ชายเเดน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สมัชชาอนามัยโลก ได้มอบรางวัล ‘United Arab Emirates Health Foundation Prize’ แก่ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์

WHO เรียกร้องให้จีนเผยข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 – พร้อมส่องมาตรการรับมือของแต่ละประเทศ หลังจีนประกาศเปิดประเทศ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission: NHC) ได้ออกแถลงการณ์ว่าทางการจีนจะยกเลิกมาตรการกักตัวผ…

นักโทษจะกลับคืนสู่สังคมพร้อมกับการมีสุขภาพกายและใจดีได้ เริ่มต้นจากโภชนาการอาหารที่ดีในเรือนจำ

ถิรพร สิงห์ลอ

ในสหรัฐฯ ชนกลุ่มผิวสี (Black and brown communities) มักเป็นกลุ่มที่ประสบกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารในอัตราที่สูงเป็นทุนเดิม ทว่าการ…

WHO รับรองนวัตกรรมใหม่สำหรับทดสอบวินิจฉัยวัณโรค ชี้ทราบผลเร็ว-ระบุการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมได้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) รับรอง “Xpert MTB/RIF Ultra” ซึ่งเป็นวิธีการทดสอบวัณโรคแบบใหม่ท…

ค้นหา