คน กทม. เสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เหตุเกาะความร้อนในเมือง – รายงาน World Bank เสนอรับมือด้วย “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว-น้ำเงิน” 

ในปี 2567 อุณหภูมิโลกพุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ภาวะความร้อนในเขตเมืองทวีความรุนแรงขึ้นและกลายเป็นความท้าทายเร่งด่วนที่หลายเมืองทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะ ‘กรุงเทพมหานคร’ ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเผชิญความเสี่ยงจากความร้อนจัดส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและศักยภาพของเมือง จึงจำเป็นต้องมีการขยายขอบเขตมาตรการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความร้อนและพัฒนาเมืองในระยะยาว

ธนาคารโลก (The World Bank) ร่วมกับกองทุนโลกเพื่อลดความเสี่ยงและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ (Global Facility for Disaster Reduction and Recovery – GFDRR) และกรุงเทพมหานคร เผยแพร่การศึกษาเรื่องพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เย็นสบาย แก้ปัญหาความร้อนเพื่อมหานครที่น่าอยู่ ระบุว่ากรุงเทพฯ กำลังเผชิญผลกระทบรุนแรงจากภาวะความร้อนในเขตเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island: UHI)  ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างได้กลายเป็นแหล่งสะสมและกักเก็บความร้อน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนที่เพิ่มขึ้น การสูญเสียผลิตภาพแรงงาน ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบทางลบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของเมือง

การศึกษาพบความท้าทายสำคัญหลายประการ อาทิ

  • ผลกระทบจากอากาศที่ร้อนเพิ่มมากขึ้น จากการคาดการณ์ด้วยแบบจำลองภูมิอากาศสะท้อนให้เห็นว่า ภายในปี 2643 กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นอีก 153 วันต่อปีหากยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับปานกลาง ซึ่งหมายถึงประชาชนจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้นกว่าครึ่งปี 
  • ผลกระทบต่อสุขภาพและการเสียชีวิตจากความร้อน หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส เฉพาะกรุงเทพฯ อาจส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,300 รายต่อปี โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ 880,000 คน และผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ประมาณ 1 ล้านคน ที่มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนสูงสุด
  • ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและผลิตภาพแรงงาน  ข้อมูลในปี 2562 ระบุว่ามีแรงงานในกรุงเทพฯ ราว 1.3 ล้านคน ที่ต้องทำงานกลางแจ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส อาจทำให้ผลิตภาพแรงงานลดลงประมาณ 3.4% ซึ่งเทียบเท่ากับ การสูญเสียค่าจ้างแรงงานมากกว่า 44,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้ของประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมของเมือง
  • ผลกระทบต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส อาจทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 17,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งความร้อนที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ถนน ที่ต้องได้รับการซ่อมแซมบ่อยขึ้น เนื่องจากการเสื่อมสภาพจากความร้อน ส่งผลให้เกิดภาระทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังได้มีการเสนอมาตรการในการแก้ปัญหาความร้อนในเมือง เช่น การขยายขอบเขตมาตรการและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความร้อน รวมถึงการบูรณาการประเด็นสภาพอากาศในการวางแผนเมืองในระยะยาว เช่น การขยายโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีน้ำเงิน (Green and Blue Infrastructure) รวมถึงการปรับใช้กฎหมาย ข้อบังคับอาคาร และการพัฒนาระบบขนส่งที่คำนึงถึงสภาพอากาศ อีกทั้งยังมีความจำเป็นในการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษด้านความร้อนในเมือง เพื่อบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อน และพัฒนาแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืน เช่น กองทุนพัฒนาความสามารถในการรับมือความร้อน เพื่อให้โครงการลดความร้อนในเมืองดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.d) เสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (11.a) สนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมระหว่างพื้นที่เมือง รอบเมือง และชนบท โดยการเสริมความแข็งแกร่งของการวางแผนการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
– (13.b) ส่งเสริมกลไกที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เยาวชน และชุมชนท้องถิ่นและชายขอบ

แหล่งที่มา: Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City (worldbank)

Last Updated on เมษายน 18, 2025

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ตัวเลขผู้ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จะสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 สวนทางกับเงินบริจาคจากนานาชาติ

รายงานฉบับล่าสุดจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ในปี 2022 จะมีประชาชน 274 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (hu…

อ่านรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2564 ดูผลกระทบที่มีต่อ “ความเป็นเมือง”

ถิรพร สิงห์ลอ

“เมือง” เป็นหน้าด่านสำคัญที่เผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งที่มีต่อสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายทางสังคม ระ…

มะลาละห์ ยูซัฟซัย: ‘เราอาจมีเวลาเถียงกันเรื่องอัฟกานิสถานมาถึงจุดนี้ได้ยังไง แต่เสียงร้องของผู้หญิงและเด็กหญิงชาวอัฟกัน รอเวลาไม่ได้แล้ว’

มะลาละห์ ยูซัฟซัย (Malala Yousafzai) ชาวปากีสถานผู้ชนะรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2557 ผู้รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับตาลีบัน และปัจจุบันเป็นนักเคลื่อนไหวรณร…

“Bali Agenda for Resilience” ผลลัพธ์จากการประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ ปี 2565

การประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2565 (Global Platform for Disaster Risk Reduction 2022: GP2022) เป็นการประชุมฟ…

ค้นหา