ผู้เชี่ยวชาญเตือน การใช้บุหรี่ไฟฟ้าใน ‘เด็กและเยาวชน’ เพิ่มขึ้น เสี่ยงทำลายสมอง สุขภาพจิต และร่างกาย


ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเด็กและเยาวชน โดยเตือนว่าเยาวชนหลายล้านคนทั่วโลกอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรง ทั้งจากการได้รับสารพิษและสารก่อมะเร็ง อีกทั้งระดับนิโคตินที่สูงในบุหรี่ไฟฟ้ายังเพิ่มโอกาสในการเสพติดและทำลายสมองที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ เด็กและเยาวชน ยังเผชิญความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์ Maja-Lisa Løchen แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ จาก University Hospital of North Norway กล่าวในการประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป (European Society of Cardiology: ESC) ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งเป็นการประชุมด้านโรคหัวใจที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่า “การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อสมองและหัวใจของเด็ก แม้เราจะยังต้องรอข้อมูลระยะยาวเพิ่มเติม แต่ฉันกังวลอย่างยิ่ง เพราะมันทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น และเราทราบแล้วว่าหลอดเลือดแดงมีแนวโน้มแข็งตัวมากขึ้น”

เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าสร้างความเครียดต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของเด็ก ทำให้อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้นและหลอดเลือดหดตัว ซึ่งอาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวเมื่อเวลาผ่านไป การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องจึงอาจนำไปสู่ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง และหัวใจวาย โดย ศาสตราจารย์ Maja-Lisa ได้อ้างอิงถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งระบุว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองเกือบร้อยละ 32 และเมื่อบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ของเหลวภายในร้อนขึ้นในอุณหภูมิสูง จะปล่อยสารเคมีอันตรายในปริมาณมากเข้าสู่ปอด ก่อนแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดและซึมเข้าสู่หัวใจ ซึ่งของเหลวในบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อถูกให้ความร้อนสามารถปล่อยสารก่อมะเร็งที่เรารู้จัก เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) และอะซีตัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ตลอดจนสารเคมีอื่น ๆ ที่อาจทำลายหลอดเลือด กระตุ้นการอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด 

ศาสตราจารย์ Maja-Lisa กล่าวเพิ่มเติมว่า “การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่ในด้านผลกระทบต่อร่างกาย เนื่องจากนิโคตินและสารอื่น ๆ ในบุหรี่ไฟฟ้ามีผลร้ายแรงต่อสมองที่ยังพัฒนาอยู่ ไม่เพียงเฉพาะทารกในครรภ์ แต่ยังรวมถึงในช่วงวัยเด็กไปจนถึงวัย 20 ต้น ๆ นี่คือสิ่งที่เรากังวลอย่างยิ่ง”

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Susanna Price แพทย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาล Royal Brompton กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และประธานคณะกรรมการรณรงค์ของ ESC กล่าวว่า “เรากำลังเห็นจำนวนเด็กที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบอกได้ว่าการสูบในระยะยาวจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างไร เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นเรื่องใหม่” ด้าน ดร. Charmaine Griffiths ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิหัวใจแห่งสหราชอาณาจักร (British Heart Foundation) เพิ่มเติมว่า “บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งที่ปลอดภัย และไม่มีเด็กหรือวัยรุ่นคนใดควรจับต้องมัน” เธอเน้นย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่น่าสนใจสำหรับเด็กและสร้างสังคมปลอดบุหรี่โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ในประเทศไทย ปัญหาการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน จากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (พ.ศ. 2562–2563) พบว่าวัยรุ่นอายุระหว่าง 10 –19 ปี ที่เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 53 ซึ่งหมายความว่ามากกว่าครึ่งของเยาวชนกลุ่มนี้ อาจเผชิญปัญหาทางสุขภาพจิต

อย่างไรก็ดี จำนวนเด็กและเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีข้อมูลอย่างจำกัดเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยต่างเห็นตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ปลอดภัย ซึ่งเด็กหรือเยาวชนไม่ควรสัมผัสจับต้องมัน ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการเพื่อลดความสนใจในบุหรี่ไฟฟ้าและเตือนถึงผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.5) เสริมสร้างการป้องกันและการรักษาการใช้สารในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิดและการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่เป็นอันตราย
– (3.a) เพิ่มความเข้มแข็งในการดำเนินงานตามกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบในทุกประเทศตามความเหมาะสม

Last Updated on กันยายน 7, 2025

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

THE Impact Rankings 2021 – มีมหาวิทยาลัยกว่า 1,200 แห่ง ส่งข้อมูลร่วมจัดอันดับการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน SDGs

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดย The Times Higher Education…

บริษัทสัญชาติไทย 38 แห่ง ได้รับคัดเลือกติดกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ปี 2021

บริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์จากประเทศไทย 38 แห่ง ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Index (DJSI) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ ป…

รายงาน IPCC ล่าสุด เตือนว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น จะทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงที่ “ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ได้เผยแพร่ส่ว…

ค้นหา