
Climate Emergency หรือ “ภาวะฉุกเฉินทางสภาพภูมิอากาศ” คือการประกาศจุดยืนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเหล่านักวิทยาศาสตร์เพื่อยอมรับว่ามนุษยชาติกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศขั้นรุนแรง โดย Oxford Dictionary ซึ่งคัดเลือกคำนี้ให้เป็นคำแห่งปี ค.ศ. 2019 ได้นิยามความหมายว่าเป็นสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดหรือหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นอย่างถาวรจนยากจะประสานให้กลับคืนดังเดิม
กระแสความตื่นตัวนี้มีจุดเริ่มต้นจากการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งแรกโดยรัฐบาลท้องถิ่นเมืองแดเรบิน กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี ค.ศ. 2016 ก่อนจะขยายตัวเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ข้อมูลปี ค.ศ. 2015 ชี้ให้เห็นว่ามีหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (jurisdictions) กว่า 2,366 แห่ง ใน 40 ประเทศ ครอบคลุมประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน ที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์นี้ นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศที่ยกระดับการประกาศภาวะฉุกเฉินในระดับชาติ เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ รวมถึงสถาบันระดับโลกอย่างรัฐสภายุโรปที่พร้อมใจกันเปลี่ยนมาใช้คำนิยามที่สะท้อนความรุนแรงของวิกฤตแทนคำเดิมอย่าง “ภาวะโลกร้อน” เพื่อสื่อสารสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเด็ดขาดและทันท่วงที
ในมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาวะฉุกเฉินทางสภาพภูมิอากาศถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของเป้าหมาย SDGs แทบทุกประการ โดยมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ SDG 13 เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น วิกฤตด้านภูมิอากาศนี้อาจผลักให้ประชากรโลกกว่า 100 ล้านคนต้องตกอยู่ในภาวะยากจนภายในปีค.ศ. 2030 ทั้งยังสั่นคลอนความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานจนอาจมีผู้คนที่อดอยากเพิ่มขึ้นนับร้อยล้านคนในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น โลกจะต้องเผชิญกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นและการเกิดขึ้นของโรคระบาดใหม่ ๆ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ
หัวใจสำคัญของภาวะฉุกเฉินทางสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่เพียงการประกาศเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่คือการสร้างกรอบความคิดที่คำนึงถึงความเร่งด่วนที่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับเดียวกับการระดมสรรพกำลังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมุ่งเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปีค.ศ. 2050 การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นต้นเหตุหลักของก๊าซเรือนกระจกถึง 79% และการยึดหลักความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ (climate justice) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นี่จึงเป็นการยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อปกป้องอารยธรรมและระบบนิเวศของโลกให้ดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ชุดซีรีส์ 15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs – โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาปี ค.ศ. 2030 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการผ่านพ้นวาระครบรอบ 10 ปีของการประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหมุดหมายในการทบทวนความก้าวหน้าและวิเคราะห์อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำที่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายในระดับสากล สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในกรอบเวลาที่เหลืออยู่
การนำวาระการพัฒนาปี 2030 กลับเข้าร่องเข้ารอยเส้นทางที่เหมาะสม จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเชิงระบบและการบูรณาการความร่วมมืออย่างจริงจังในทุกระดับ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายระดับมหภาคไปจนถึงการปรับเปลี่ยนในระดับปัจเจกบุคคล คอลัมน์ “15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs” นี้จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมแนวคิดสำคัญ นิยามใหม่ ๆ และหลักการเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างความสามารถในฟื้นฟูและแก้ปัญหา ยกระดับความเป็นธรรม และสร้างการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
หมายเหตุ – คำอธิบายข้างต้นสรุปโดยทีมงาน เพื่อให้อ่านแล้วทำความเข้าใจง่ายเท่านั้นไม่แนะนำให้นำไปอ้างอิงในเชิงวิชาการ
เนตรธิดาร์ บุนนาค – เรียบเรียง
อติรุจ ดือเระ – พิสูจน์อักษร
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– UN Women เผยภายในปี 2593 ‘ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง’ จะตกอยู่ในความยากจน-ไม่มั่นคงทางอาหาร เหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– ปิดฉากการประชุม COP28 ชวนสำรวจบทสรุป ข้อตกลงลดการใช้ ‘เชื้อเพลิงฟอสซิล’ ที่ต้องจับตามอง
– กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดออกเอกสารแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชดเชยทางการเงินให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ
– SDG Vocab | 62 – climate justice – ความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ
คำศัพท์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เเหล่งที่ที่มา
– The Climate Emergency (UNEP)
– Word of the Year 2019 (OxfordLanguages)
– The genesis of the idea (CACE)
– Climate emergency declarations in 2,366 jurisdictions and local governments cover 1 billion citizens
– Rapid, Climate-Informed Development Needed to Keep Climate Change from Pushing More than 100 Million People into Poverty by 2030 (World Bank)
– New report reveals how infrastructure defines our climate (UNEP)
Last Updated on เมษายน 30, 2026