UN Women เผยภายในปี 2593 ‘ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง’ จะตกอยู่ในความยากจน-ไม่มั่นคงทางอาหาร เหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ของการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (UN Climate Change Conference) หรือ การประชุม COP28 ที่จัดขึ้น ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสัปดาห์นี้ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ได้เปิดการประชุมโดยการรับฟังเสียงของผู้นำหญิงและนักเคลื่อนไหวจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเรียกร้องให้ยุติช่องว่างระหว่างเพศและบรรเทาผลกระทบที่เลวร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

UN Women เปิดตัวรายงาน ในหัวข้อ “Feminist climate justice: A framework for action” ได้ระบุว่า ภายในปี 2593 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจผลักให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 158 ล้านคนตกอยู่ในความยากจน และคาดว่าอีก 236 ล้านคน ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหาร ซึ่งวิกฤตสภาพภูมิอากาศกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งและการย้ายถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้น รวมถึงวาทศิลป์ทางการเมืองที่กีดกันและต่อต้านสิทธิของผู้หญิง ผู้ลี้ภัย และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศได้อย่างเต็มที่

รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจไปจนถึงปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง โดยเรียกร้องให้มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (climate justice) ของสตรีนิยม ผ่านการบูรณาการสิทธิสตรีเข้ากับการต่อสู้กับภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม

นโยบายต้องตระหนักว่าผู้หญิงสามารถเสนอความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะ รวมถึงชนพื้นเมือง พื้นที่ชนบท และเยาวชน สำหรับนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งที่ผ่านมาผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลก มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ ผ่านการดำเนินการโดยวิธีต่าง ๆ เช่น เกษตรกรหญิงได้จัดตั้งสหกรณ์และกลุ่มต่าง ๆ เพื่อกระจายภาระงาน เพิ่มผลผลิตและรายได้ในพื้นที่

ดังนั้น นโยบายควรต่อยอดจากความสำเร็จเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักว่าผู้หญิงแบกรับความรับผิดชอบจากการดูแลที่ไม่เท่าเทียมกัน และมีทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่าผู้ชาย รวมถึงมีระดับความรู้และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่น้อยกว่า ซึ่งความไม่เท่าเทียมกันเหล่านี้ได้รุนแรงยิ่งขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Jemimah Njuki หัวหน้าฝ่ายเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของ UN Women กล่าวในการประชุมว่า “แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีทรัพยากร แต่เราก็ยังเห็นการดำเนินการมากมายที่นำโดยผู้หญิงและเด็กผู้หญิง และหากเราสามารถมอบทรัพยากรให้พวกเขาได้ ซึ่งรวมถึงทรัพยากรทางการเงิน เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่มากขึ้น ฉันคิดว่าโลกของเราคงจะดีขึ้นกว่าเดิม”

อย่างไรก็ดี ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ต้องประสบปัญหากับภาระการดูแลครอบครัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งผลกระทบอาจแย่ลงหากต่อไปราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ นอกจากนี้ เด็กผู้หญิงยังมีแนวโน้มที่จะออกจากโรงเรียนมากขึ้น หากอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแล้ง 

ดังนั้น รัฐบาลต้องสร้างหลักประกันว่าความต้องการและสิทธิของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายเกี่ยวกับการตอบสนองต่อภัยพิบัติ ความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพ (gender-based violence) การผลิตอาหาร เศรษฐกิจ การเลือกปฏิบัติทางสังคม และเรื่องอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รายงานฉบับนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการการแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่คำนึงถึงผลกระทบอย่างครอบคลุมถึงเพศสภาพ

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
ชวนจับตา 4 ประเด็นสำคัญการประชุม ‘COP28’ พร้อมสำรวจความกังวลต่อท่าทีเจ้าภาพในการยุติการใช้พลังงานฟอสซิล 
‘ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง’ ในประเทศที่เกิดวิกฤต ประสบกับภาวะทุพโภชนาการ เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 25 
5 ข้อสังเกตที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้หญิง-เด็กหญิงเป็นพิเศษ 
2 คอร์สเรียนฟรีจาก UN เพื่อตระหนักถึงบทบาทของผู้หญิง ในโลกที่เผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
SDG Updates | Climate Change และผลกระทบต่อผู้หญิงในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.5) ภายในปี พ.ศ. 2573 สร้างภูมิต้านทานให้กับผู้ที่ยากจนและอยู่ในสถานการณ์เปราะบาง รวมทั้งลดความเสี่ยงและความล่อแหลมต่อภาวะสภาพอากาศผันผวนรุนแรง การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ
#SDG2 ขจัดความหิวโหย
– (2.1) ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีอาหารตามหลักโภชนาการ และมีอาหารเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิผล และมีโอกาสที่เท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสาธารณะ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ

แหล่งที่มา : 
New report shows how feminism can be a powerful tool to fight climate change – UN Women 
COP28: Women and climate advocates driving forward change together – UN News 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Last Updated on ธันวาคม 22, 2023

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ‘ครูตี๋’ นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง ได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565 (ค.ศ. 2022) เพื่อยกย่อง…

Google Earth อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ‘Timelapse’ แสดงภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง 37 ปี ที่ทำให้เห็นผลของ Climate Change ทั่วโลก

Google Earth เปิดตัว Timelapse ฟีเจอร์ใหม่ที่ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลกระทบที…

UN เผย ‘ความรุนเเรงเเละการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง’ในเกาหลีเหนือยังดำเนินต่อเนื่อง พบช่วงโควิด-19 ผู้หญิงเข้าไม่ถึงอาหารเเละยา

ปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่องค์การสหประชาชาติจัดตั้งคณะกรรมาธิการไต่สวนเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ (Commission of Inquiry on North Korea) ซึ่งได้…

ม.เคมบริดจ์นำทีมพัฒนาดัชนีโลกหาต้นตอการสูญเสียแมลงผสมเกสร สัญญาณเตือนภัยของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่

แมลงผสมเกสร (pollinators) อาทิ ผึ้ง ผีเสื้อ ตัวต่อ ด้วง ค้างคาว แมลงวัน และนกฮัมมิงเบิร์ด เป็นสันหลังสำคัญในระบบนิเวศที่ช่วยผสมพันธุ์พืชมากกว่า 75% ข…

ค้นหา