ต้นทุนแฝงของ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ ต่อสิ่งแวดล้อม – ผลกระทบด้านน้ำ ที่ดิน และสภาพภูมิอากาศ สู่แนวทาง AI ที่รับผิดชอบ

5 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” (World Environment Day) จึงอยากชวนให้ทุกคนหันมาตระหนักและร่วมกันดูแลโลก ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตผู้คน ทว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เพียงสร้างโอกาสและความก้าวหน้าแต่ยังมาพร้อมกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเสียไป ทั้งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากังวล  และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของรอยเท้าทางสิ่งแวดล้อม จากกิจกรรมของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้พลังงานจำนวนมหาศาลของศูนย์ข้อมูล การใช้น้ำในกระบวนการระบายความร้อน  ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้น โดยอาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อระบบนิเวศและทรัพยากรของโลกได้ในอนาคต

วันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักว่า การพัฒนาเทคโนโลยีและการรักษาสิ่งแวดล้อมควรเดินหน้าไปควบคู่กัน เพื่อให้การเข้ามาของ AI เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ โดยงานวิจัยใหม่Environmental Cost of AI’s Energy Use: Carbon, Water and Land Footprints” ของมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (United Nations University : UNU) เผยว่าภายในสิ้นทศวรรษนี้ การใช้ AI อาจส่งผลต่อการใช้น้ำในปริมาณเทียบเท่าความต้องการใช้น้ำในครัวเรือนของประชากรถึง 1.3 พันล้านคนต่อปี ขณะที่รอยเท้าด้านการใช้ที่ดิน (land footprint) หรือปริมาณพื้นที่ดินที่ต้องใช้สำหรับศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจขยายตัวเกิน 14,500 ตารางกิโลเมตร หรือราว 2 เท่าของพื้นที่กรุงจาการ์ตา 

รายงานดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของ AI โดยมุ่งวัดเพียงผลของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจทำให้มองข้ามต้นทุนด้านทรัพยากรที่สำคัญอื่น ๆ ทั้งการใช้น้ำและการใช้ที่ดิน จึงยังเตือนว่าแม้พลังงานหมุนเวียนบางประเภทจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ แต่อาจแลกมาด้วยความต้องการใช้น้ำและพื้นที่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญที่น่าจับตา เช่น

  • การใช้งานของศูนย์ข้อมูล (Data Centres) :  ภายในปี 2573 ศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของ AI ทั่วโลก อาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 945 เทราวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือเกือบ 3 เท่าของการใช้ไฟฟ้ารวมของปากีสถาน บังกลาเทศ และไนจีเรีย รวมกันหนึ่งปี และผลกระทบของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้น้ำสำหรับระบบหล่อเย็นและการผลิตพลังงาน รวมถึงการใช้พื้นที่ดินสำหรับศูนย์ข้อมูล โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วย
  • การใช้งาน AI ในประจำวัน : งานวิจัยพบว่าการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 – 90 ของความต้องการพลังงานทั้งหมด โดยผู้ให้บริการ AI ยอดนิยมแห่งหนึ่ง เผยว่ามีการประมวลผลคำสั่ง (prompt) ประมาณ 2.5 พันล้านครั้งต่อวัน และใช้ไฟฟ้าหลายร้อยกิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ การใช้พลังงานยังแตกต่างกันตามประเภทงานอย่างมาก เช่น การสร้างภาพด้วย AI เพียงหนึ่งภาพอาจใช้พลังงานมากกว่าการประมวลผลข้อความธรรมดาถึงกว่าพันเท่า ดังนั้นหากมองการเพิ่มประสิทธิภาพ AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะเมื่อใช้งานง่ายและถูกลง จะยิ่งทำให้คนใช้ AI มากขึ้น จนทำให้การใช้ทรัพยากรรวมสูงขึ้นกว่าเดิม
  • ผลกระทบ AI ตกกับประเทศรายได้ต่ำ : หลายประเทศต้องรับภาระสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศูนย์ข้อมูลมักใช้ไฟฟ้าในสัดส่วนสำคัญของระบบพลังงานประเทศ หรือบางพื้นที่ที่ถูกนำน้ำไปใช้ในปริมาณมากท่ามกลางปัญหาภัยแล้งของพื้นที่ เนื่องจากการขยายตัวของโรงงาน นอกจากนี้ คาดว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI จะก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 2.5 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 ซึ่งภาระการจัดการดังกล่าวมักตกอยู่ที่ประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งยังขาดศักยภาพในการกำจัดอย่างปลอดภัย
  • ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม : มากกว่าร้อยละ 90 ของขีดความสามารถในการประมวลผลของ AI เฉพาะทาง มีการกระจุกตัวอยู่ในเพียงสองประเทศ คือสหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่กว่า 150 ประเทศยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ความไม่สมดุลนี้ไม่เพียงจำกัดโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนคำถามด้านความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม เพราะบางประเทศต้องแบกรับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียม

ดังนั้น รายงานจึงเสนอทางออกผ่านแนวคิด “AI ที่รับผิดชอบ” โดยนักวิจัยจาก UNU เน้นย้ำว่าไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา AI แต่ต้องเร่งทำให้เทคโนโลยีเติบโตภายใต้ขีดจำกัดของโลก ผ่านกรอบ “ระบบนิเวศ AI ที่รับผิดชอบ” ซึ่งตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส ประสิทธิภาพโดยการออกแบบ ความเท่าเทียม ความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิต ความร่วมมือระดับโลก และการใช้งานอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน AI เข้ากับการวางแผนด้านพลังงาน น้ำ และการใช้ที่ดิน ขณะที่ภาคเอกชน ควรออกแบบระบบให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และผู้ใช้งานเองก็มีบทบาทในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

ด้วยวาระวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ จึงอยากชวนทุกคนตระหนักถึงการใช้ AI และต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานมหาศาลของศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบที่กระจายอย่างไม่เท่าเทียม เช่นนั้นหวังว่าการพัฒนา AI ในอนาคต จะไม่ใช่เพียงเรื่องของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ความเป็นธรรม และขีดจำกัดของโลกไปพร้อมกัน

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ Google ยอมรับการพัฒนา AI ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเกือบ 50% ในรอบ 5 ปี
สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ชวนแสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิต หวังประชาชนมีส่วนร่วมการจัดการ Climate Change
UNDP เตือน AI อาจขยาย ‘ความเหลื่อมล้ำ’ แม้เอเชีย-แปซิฟิกมีผู้ใช้งานกว่าครึ่งหนึ่งของโลก แต่หลายประเทศยังขาดกฎหมายกำกับดูแล
SDG Updates | สรุปเสวนา “การวิจัยและสนับสนุนระบบการขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของกลุ่มการจัดการของเสียและมลพิษ” (โครงการย่อยที่ 2)
ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 แสดงความมุ่งมั่น – ที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
–  (9.4) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก

#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม สถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลายซึ่งจะระดมและแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และทรัพยากรด้านการเงิน เพื่อจะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

แหล่งที่มา :
AI’s environmental costs threaten water, land and climate (UN News)
Rising Emissions, Depleting Water and Vanishing Land—UN Scientists: AI Is Threatening Natural Resources for Billions (United Nations University)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. กากอุตสาหกรรม เข้าสภาฯ ตั้งเป้าประกาศใช้ตุลาคมปี 2568

วันที่ 22 มกราคม 2568 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติกากอุ…

SDG Recommends | ‘World Wide Waste’ ซีรีส์ขยะโลก วิธีการจัดการ และไอเดียต่อยอดทางธุรกิจ

พบกับคอลัมน์ SDG Recommends เช่นเดิม เพิ่มเติมคือปรับลุคใหม่ ชวนติดตามประเด็นใน SDGs กับการ ‘อ่าน – ดู – ฟัง’ หาความยั่งยืนในทุกแง่มุม

ดู

บทเรียนผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอร์โนบิลสู่เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตโฟม ซอยกิ่งแก้ว 21

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตโฟม ซอยกิ่งแก้ว 21 เมื่อสองวันที่ผ่านมา ชวนให้รำลึกถึงบทเรียนการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในนิคมเชอร์โนบิลในสหภาพโซเวียต …

อินเดียวางแผนระบบเมืองปราศจากของเสีย

Plans for Salt Lake-Rajarhat to be a smart & green city

ที่มา : timesofindia.indiatimes.com

เมืองโกลกาตา

ค้นหา