ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น – ผู้หญิงมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย 18% แตกต่างตามครอบครัว เชื้อชาติ อายุ และตำแหน่งงาน 

Payscale บริษัทด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ค่าตอบแทน ได้จัดทำรายงาน ‘Gender Pay Gap Report 2026 (GPGR)’ เผยผลสำรวจเงินเดือนออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 130,000 คนในสหรัฐฯ โดยระบุว่าผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา ยังคงมีรายได้ต่ำกว่าผู้ชาย และช่องว่างดังกล่าวขยายกว้างขึ้น แม้หลายรัฐเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสด้านค่าจ้าง โดยในปี 2569 ผู้หญิงมีรายได้เฉลี่ยเพียง 0.82 ดอลลาร์ (ประมาณ 28.70 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ เมื่อพิจารณาช่องว่างค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัย (uncontrolled gender pay gap) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยของผู้หญิงและผู้ชายโดยรวม หรือเท่ากับว่าผู้หญิงมีรายได้ต่ำกว่าผู้ชายประมาณ 18% 

ขณะที่การเปรียบเทียบผู้หญิงและผู้ชายที่มีตำแหน่งงาน คุณสมบัติ และปัจจัยด้านการทำงานใกล้เคียงกัน หรือช่องว่างค่าจ้างแบบปรับปัจจัย (controlled gender pay gap) พบว่าผู้หญิงได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 0.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 34.65 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ หรือได้รับน้อยกว่าผู้ชายประมาณ 1% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับเดียวกับปีก่อน สะท้อนว่าแม้หลักการ “ค่าจ้างเท่ากันสำหรับงานเดียวกัน” จะเข้าใกล้ความเท่าเทียม แต่ความเหลื่อมล้ำในภาพรวมของตลาดแรงงานยังคงอยู่ 

นิยามคำศัพท์
1) ช่องว่างค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัย (Uncontrolled Gender Pay Gap) เปรียบเทียบรายได้มัธยฐานของผู้หญิงและผู้ชายในภาพรวม โดยยังไม่ได้ควบคุมความแตกต่างด้านอาชีพ ตำแหน่งงาน การศึกษา ประสบการณ์ หรือชั่วโมงทำงาน จึงสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสและการเข้าถึงงานที่มีค่าตอบแทนสูง
2) ช่องว่างค่าจ้างแบบปรับปัจจัย (Controlled Gender Pay Gap) เปรียบเทียบค่าจ้างของผู้หญิงและผู้ชายที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน และมีคุณสมบัติ เช่น การศึกษาและประสบการณ์ ใกล้เคียงกัน เพื่อพิจารณาว่าได้รับ “ค่าจ้างเท่ากันสำหรับงานเดียวกัน” หรือไม่

    Payscale ประเมินว่าเมื่อพิจารณาตลอดช่วงชีวิตการทำงานประมาณ 40 ปี ผู้ชายอาจมีรายได้สะสมตลอดชีวิตการทำงานมากกว่าผู้หญิงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาท และเมื่อพิจารณากำลังแรงงานหญิงในสหรัฐฯ ราว 80 ล้านคน ช่องว่างดังกล่าวคิดเป็นรายได้ที่ผู้หญิงสูญเสียรวมประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 38.5 ล้านล้านบาท และอาจสูงถึง 86.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,024 ล้านล้านบาท ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน

    อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำด้านค่าจ้างไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในผู้หญิงทุกกลุ่ม โดยข้อมูลยังชี้ว่าช่องว่างค่าจ้างมีความแตกต่างกันอย่างมากตามสถานะครอบครัว เชื้อชาติ อายุ และระดับตำแหน่งงาน ดังนี้

    • สถานะความเป็นพ่อแม่ — เมื่อพิจารณาแบบไม่ปรับปัจจัย ผู้หญิงที่เป็นพ่อแม่หรือมีภาระดูแลครอบครัวได้รับค่าจ้างเพียง 0.74 ดอลลาร์ (ประมาณ 25.90 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ ลดลงจากปีก่อน 0.01 ดอลลาร์ ส่วนผู้หญิงที่ไม่มีบุตรได้รับประมาณ 0.90 ดอลลาร์ (ประมาณ 31.50 บาท) สะท้อนว่าภาระการดูแลครอบครัวยังคงซ้ำเติมช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศอย่างชัดเจน
    • เชื้อชาติ — ผู้หญิงชนพื้นเมืองอเมริกันและอะแลสกาเนทีฟเผชิญช่องว่างกว้างที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายผิวขาว โดยผู้หญิงในกลุ่มดังกล่าวได้รับค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัยเพียง 0.74 ดอลลาร์ (ประมาณ 25.90 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ ขณะที่ผู้หญิงเชื้อสายเอเชียมีช่องว่างค่าจ้างแคบที่สุดในกลุ่มที่รายงาน โดยได้รับประมาณ 0.96 ดอลลาร์ (ประมาณ 33.60 บาท) 
    • อายุ — ช่องว่างค่าจ้างมีแนวโน้มกว้างขึ้นตามอายุ เมื่อพิจารณาแบบไม่ปรับปัจจัย พบว่า ผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไปได้รับค่าจ้างเพียง 0.71 ดอลลาร์ (ประมาณ 24.85 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ หรือมีรายได้ต่ำกว่าประมาณ 29% และช่องว่างดังกล่าวยังกว้างขึ้นจากปีก่อน
    • ตำแหน่งผู้บริหาร — ความเหลื่อมล้ำยิ่งเห็นได้ชัดในระดับผู้บริหาร โดยผู้บริหารหญิงระดับสูงได้รับค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัยเพียง 0.69 ดอลลาร์ (ประมาณ 24.15 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้บริหารชายได้รับ ลดลงจาก 0.72 ดอลลาร์ (ประมาณ 25.20 บาท)ในปีก่อน นอกจากนี้ ในกลุ่มแรงงานอายุ 45 ปีขึ้นไป มีผู้หญิงที่ก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารเพียง 6% เทียบกับผู้ชายที่ 12%

    นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาตามสายอาชีพ พบว่างานด้านกฎหมายมีช่องว่างค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัยกว้างที่สุด โดยผู้หญิงได้รับค่าจ้างเพียง 0.59 ดอลลาร์ (ประมาณ 20.65 บาท) ต่อทุก 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 35 บาท) ที่ผู้ชายได้รับ หรือมีรายได้ต่ำกว่าประมาณ 41% ซึ่ง Payscale อธิบายว่าความแตกต่างนี้ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการกระจายตัวของแรงงานหญิงและชายในสายงานกฎหมายที่ไม่เท่ากัน โดยผู้หญิงอาจกระจุกตัวอยู่ในงานกฎหมายครอบครัวหรืองานช่วยเหลือสังคมซึ่งมีค่าตอบแทนต่ำกว่า ขณะที่ผู้ชายมีโอกาสเข้าสู่งานกฎหมายองค์กรและตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูงมากกว่า

    Payscale ระบุว่าช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการเลือกปฏิบัติด้านค่าจ้างโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับสิ่งที่เรียกว่า “การกระจุกตัวทางอาชีพ” (occupational sorting) ซึ่งทำให้ผู้หญิงและผู้ชายกระจายตัวอยู่ในอาชีพ อุตสาหกรรม และระดับตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนแตกต่างกัน นอกจากนี้ ภาระการดูแลครอบครัวและผลกระทบจากการเป็นแม่ยังสามารถทำให้เส้นทางอาชีพของผู้หญิงสะดุด ลดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหรือเข้าสู่งานที่มีรายได้สูงขึ้นในระยะยาว

    อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากการใช้กฎหมายความโปร่งใสด้านค่าจ้าง (pay transparency laws) ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพบว่า 9 จาก 15 รัฐ หรือ 60% ของรัฐที่มีกฎหมายลักษณะนี้ สามารถปิดช่องว่างค่าจ้างแบบปรับปัจจัยได้ในปี 2569 ขณะที่แคลิฟอร์เนีย คอนเนตทิคัต แมริแลนด์ นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก ออริกอน และวอชิงตัน ดี.ซี. สามารถรักษาระดับการปิดช่องว่างด้านค่าจ้างดังกล่าวได้ต่อเนื่องกว่า 3 ปี ทว่ายังไม่มีรัฐใดในสหรัฐฯ ที่สามารถปิดช่องว่างค่าจ้างแบบไม่ปรับปัจจัยได้อย่างสมบูรณ์ สะท้อนว่าการทำให้ผู้หญิงและผู้ชายได้รับค่าจ้างใกล้เคียงกันเมื่อทำงานประเภทเดียวกัน อาจยังไม่เพียงพอ หากโครงสร้างตลาดแรงงานยังทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเข้าสู่อาชีพ ตำแหน่ง และอุตสาหกรรมที่ให้ค่าตอบแทนสูงแตกต่างจากผู้ชาย

    ดังนั้น การลดช่องว่างค่าจ้างจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าการรับรอง “ค่าจ้างเท่ากันสำหรับงานเดียวกัน” แต่ต้องสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าสู่สายอาชีพ การเลื่อนตำแหน่ง และการเข้าถึงตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูง ควบคู่กับการตรวจสอบความเป็นธรรมด้านค่าจ้างและการเปิดเผยช่วงเงินเดือนอย่างโปร่งใส

    ● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
    – วิเคราะห์ช่องว่างความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย – ข้อเสนอต่อบทบาทกระทรวง พม. ในการขับเคลื่อน SDG 5
    – Global Gender Gap Report 2023 ชี้อีก 131 ปี กว่าโลกจะมีความเท่าเทียมทางเพศ – ส่วนไทยติดอันดับที่ 74 ในการประเมินดัชนี
    – ญี่ปุ่นพิจารณาให้บริษัทระบุข้อมูลรายได้เฉลี่ยตามเพศในรายงานประจำปี เพื่อลดช่องว่าง – สร้างความเท่าเทียม
    – ILOSTAT เผยปี 2566 ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศยังคงสูง-แม้วุฒิการศึกษาเท่ากัน แต่ผู้หญิงก็ได้ค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย
    – SDG Updates | อีก 135 ปี โลกถึงจะมี ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ – สรุปรายงาน GLOBAL GENDER GAP REPORT 2021
    – SDG Updates | บทบาท ‘ผู้หญิง’ ในพื้นที่ทางการเมือง ต้องเผชิญกับความท้าทายใดในเส้นทางนี้ 

    ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 
    #SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
    – (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
    – (5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิผลและมีโอกาสที่เท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และกิจกรรมสาธารณะ
    – (5.c) เลือกใช้และเสริมความเข้มแข็งแก่นโยบายที่ดีและกฎระเบียบที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการเพิ่มบทบาทแก่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนในทุกระดับ
    #SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
    – (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
    – (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
    #SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
    – (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
    – (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
    – (10.4) นำนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค่าจ้าง และการคุ้มครองทางสังคมมาใช้ และให้บรรลุความเสมอภาคยิ่งขึ้นอย่างก้าวหน้า

    แหล่งที่มา: 2026 Gender Pay Gap Report | Statistics on the Controlled and Uncontrolled Gender Pay Gap (Payscale)

    Author

    • Praewpan Sirilurt

      Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    ผู้เขียน

    • Praewpan Sirilurt

      Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

      View all posts

    RELATED

    Human Rights Watch เรียกร้อง FIFA แก้ปัญหาการละล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นระบบ หลังพบนักกีฬาหญิงยังเผชิญการคุกคามทางเพศ

    ก่อนจะทราบว่าทีมชาติใดจะครองถ้วยฟุตบอลโลกหญิง 2023 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 20 สิงหาคม 2566 ชวนอ่านความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในแวดวงก…

    รายงานฉบับใหม่ของ UNODC ชี้ยาบ้าในอาเซียนราคาถูกลง เข้าถึงง่ายขึ้น ส่งผลให้การค้าและเสพขยายตัวสูงต่อเนื่อง

    สถานการณ์การค้ายาเสพติดประเภทสังเคราะห์ (synthetic drugs) ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากพิจารณาจากสถิ…

    บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทำกำไรได้มหาศาล แต่กลับเสียภาษีเพียงเล็กน้อย

    เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุด (G7) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศแคนาดา เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ร่วมลงความเห…

    อ่าน ‘The Little Book of Green Nudges’ สะกิดให้เปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว

    The Little Book of Green Nudges คือ คู่มือในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มหาวิทยาลัยผ่านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ด้วยการ ‘สะกิด’ ให้บุคคลเลือกตัว…

    ค้นหา