ความเป็นมาและภารกิจโครงการ

ความเป็นมา

ในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) องค์การสหประชาชาติเสนอวาระการพัฒนา 2030 (Agenda 2030) ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งวาระการพัฒนาระดับโลกนี้ก็คือการร่วมกันบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายในปี พ.ศ. 2579หรือ ค.ศ. 2030 นั่นเอง วาระการพัฒนา 2030และ SDGs ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประเทศสมาชิก โดยมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศลงนามรับรองวาระการพัฒนาดังกล่าวในวันที่25 กันยายน พ.ศ.2558 ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ลงนามรับรองวาระการพัฒนาดังกล่าว

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ชุดใหม่ขึ้น ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกกระทรวง ตัวแทนภาคเอกชน (สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) และตัวแทนภาควิชาการ (สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) และภายใต้ กพย. นี้ก็มีอนุกรรมการอีก 3 คณะ (ในขณะนั้น และอีก 1คณะตั้งในภายหลัง) ประกอบด้วย

  1. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  2. คณะอนุกรรมการส่งเสริมความเข้าใจและประเมินผลการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  3. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน
  4. (เพิ่มเติมภายหลัง) คณะอนุกรรมการว่าด้วยการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA)

ในการนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะที่เป็นแหล่งทุนวิจัยหลักแหล่งหนึ่งของประเทศ และเป็นสมาชิกของคณะอนุกรรมการข้างต้น จึงเห็นว่า สกว. ควรมีหน่วยที่สนับสนุนงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการทำงานของ กพย. และการขับเคลื่อน SDGsในประเทศไทยในภาพรวม จึงได้ร่วมมือกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการตั้งโครงการประสานงานการวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.​2559

ปัจจุบันโครงการได้ถูกยกระดับเป็นหน่วยสนับสนุนประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Research Issue (SRI) Unit) ลำดับที่ 14: การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน​(Achievement of the SDGs)

Screenshot 2018-07-28 21.13.21.png

 

ภารกิจโครงการ

โครงการประสานงานการวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) มีภารกิจหลักของโครงการ 6 ประการ

  • สนับสนุนงานวิจัยภายใต้ประเด็น SDGs
  • ประสานงานเครือข่ายนักวิจัย
  • เชื่อมโยงเครือข่ายทุกภาคส่วน
  • ติดตามความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนและความก้าวหน้าทางวิชาการของSDGs ในระดับสากล
  • เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ SDGs
  • สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับ SDGs ให้แก่สาธารณะและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

Screenshot 2018-07-28 20.42.08.png


SDG Move ในปี 2563

ปี 2562 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายประการที่เกี่ยวกับงานวิจัย และ SDGs ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับงานวิจัยที่สำคัญคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยกฎหมายบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ค. 2562 ส่งผลสะเทือนระบบวิจัยทั้งระบบ และนำไปสู่การเปลี่ยนสภาพของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ไปเป็น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) แทน ทำให้บทบาทของการให้ทุนรายโครงการ และโครงการประสานงานภายใต้ สกว. เดิมหยุดการดำเนินการ และเข้าสู่ระบบการวิจัยใหม่ที่เรียกสั้นๆ ว่า ระบบ ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม)

ด้วยเหตุนี้ โครงการประสานงานการวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นชื่อเต็มของ SDG Move ต้องหยุดการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดโครงการระยะที่ 2 ในปี พ.ศ. 2562 ไปโดยปริยาย

ดังนั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป SDG Move จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ 

《 1. 》เปลี่ยนชื่อทางการ
ชื่อภาษาไทย: โครงการวิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ชื่อภาษาอังกฤษ: SDG Research and Support Programme

《 2. 》เปลี่ยนโลโก้
โลโก้ใหม่ของ SDG Move ตั้งใจที่จะปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น และสื่อสารพันธกิจหลักของ SDG Move คือการขับเคลื่อน SDG ไปข้างหน้า ดังนั้นโลโก้ใหม่จึงเป็นวงล้อ SDGs ที่กำลังหมุนนั่นเอง

《 3. 》ปรับวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร ให้มีโฟกัสมากขึ้น
วิสัยทัศน์ (Vision): SDG ในประเทศไทยขับเคลื่อนได้สำเร็จโดยใช้ความรู้และความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ
พันธกิจ (Mission): “เชื่อมไทย เชื่อมโลก เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”
– เป็นศูนย์ความรู้ที่เกี่ยวกับ SDGs 
– ทำงานวิจัยเชิงนโยบายและติดตามความก้าวหน้าของ SDGs 
– เชื่อมโยงเครือข่ายวิชาการ และวิชาการกับภาคส่วนอื่นๆ และเครือข่ายต่างประเทศ

《 4. 》ยังทำงานเพื่อประเทศไทยเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนหน่วยงานที่ affiliate ด้วยเป็น ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (PRO-Green) แทน สกว. เดิม