จีนทุ่มสุดตัวหวังเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน

CHINA SPENDING BILLIONS TO BECOME WORLDWIDE RENEWABLE ENERGY LEADER

ที่มา : europe.newsweek.com

สำนักข่าว Reuters ตีพิมพ์รายละเอียดแผนทางการของประเทศจีนที่จะทำลายแหล่งพลังงานถ่านหิน เพราะมันก่อให้เกิดปัญหาสภาวะเรือนกระจกที่ร้ายแรงมากขึ้นต่อหลายประเทศทั่วโลก (“airpolcalypse”) และประเทศจีนกำลังทุ่มเงินลงทุนอย่างมหาศาลในการสร้างแหล่งพลังงานทางเลือกอย่าง พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และแหล่งพลังงานนิวเคลียร์

Despite a ‘War on Pollution,’ Beijing is facing its smoggiest days yet

โดยประเทศจีนทุ่มเงินลงทุนกว่า 361,000,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ตามที่คณะบริหารพลังงานแห่งชาติได้คาดการไว้ การหันมาใช้พลังงานสีเขียวจะก่อให้เกิดการสร้างงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนรูปแบบของการใช้แหล่งพลังงานนี้เป็นเงินหมุนเวียนกว่า 13 ล้านดอลล่าสหรัฐ และยังคาดการอีกว่า ภายในปี 2020 ประมาณครึ่งหนึ่งของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ภายในประเทศมาจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งให้พลังงานเทียบเท่ากับพลังงานถ่านหินกว่า 580 ตันเลยทีเดียว

แผนการพัฒนาดังกล่าวนี้จึงมีความสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน เป้าหมายที่ 7 การสร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาที่ย่อมเยา  เป้าหมายที่ 9 การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม เป้าหมายที่  11 ในเรื่องของการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน เป้าหมายที่ 13: เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น  และ เป้าหมายที่ 15:  ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้กับการกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟิ้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

 

Last Updated on มกราคม 4, 2022

Author

ผู้เขียน

RELATED

[ข้อความฉบับเต็ม] SDG Move นำเสนอเสียงภาควิชาการและประชาสังคมในรายงาน VNR ประเทศไทย 2025 บนเวที HLPF

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) มหาวิทยาลัยธรรมศาสต…

นิเวศเกษตร (Agroecology): การเปลี่ยนแปลงจากฐานรากเพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อ climate change และความไม่มั่นคงทางอาหาร

ตั้งแต่ความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนถึงวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน เป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารและความเป็นอ…

อุณหภูมิที่สูงขึ้นในรัสเซียเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ทำให้ประเทศเปราะบางต่อผลกระทบของ climate change

สำนักงานอุตุนิยมวิทยามอสโก รายงาน (14 เม.ย.2564) อากาศในรัสเซียวันนี้ร้อนที่สุดในรอบกว่า 140 ปี ที่ 21 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ 20.4 องศาเซลเ…

ค้นหา