ไบเดนแถลงผลงาน 100 วันแรก และประกาศ 9 ข้อเสนอเพื่อพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนอเมริกัน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา กล่าวถ้อยแถลงรายงานการทำงานต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในคืนก่อนวันครบรอบ 100 วันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง โดยมีประเด็นเรื่องสุขภาพและการบริการด้านสาธารณสุขเป็นใจความหลักของการรายงาน

“healthcare should be a right not a privilege in America” – President Joe Biden

Forbes ได้สรุป 3 ผลงานความสำเร็จด้านสุขภาพใน 100 วันแรกของรัฐบาลไบเดน และ 9 ข้อเสนอเพื่อพัฒนาสุขภาพและขยายการเข้าถึงการดูแลสุขภาพของประชาชนสหรัฐฯ ดังนี้

ผลงานความสำเร็จด้านสุขภาพในระยะการดำรงตำแหน่ง 100 วันแรก

  1. การให้บริการวัคซีนโควิด-19 – สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 220 ล้านโดส จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้เพียง 100 ล้านโดส ปัจจุบันประชาชนอายุสูงกว่า 65 ปี ได้รับวัคซีนแล้วถึง 70% ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตของกลุ่มอายุนี้ลดลง 80% นับตั้งแต่มกราคม 2021
  2. ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ – มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจ่ายเช็คเงินสดช่วยเหลือให้กับชาวอเมริกันโดยตรงคนละ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถช่วยให้คนที่หลีกเลี่ยงหรือชะลอการรักษาพยาบาลเนื่องจากค่าใช้จ่ายได้ใช้เพื่อบริการด้านสุขภาพ
  3. ขยายความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพ – การเปิดช่วงเวลาการลงทะเบียนพิเศษเพื่อซื้อประกันสุขภาพผ่าน Healthcare.gov เมื่อมกราคม 2021 ทำให้ประชาชนอเมริกันมากถึง 800,000 คนได้มีประกันสุขภาพ

ข้อเสนอเพื่อพัฒนาสุขภาพและขยายการเข้าถึงการดูแลสุขภาพของประชาชน

  1. แก้ปัญหาท่อประปาปนเปื้อนตะกั่ว – แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ของไบเดน จะถูกใช้เพื่อเปลี่ยนท่อประปาที่มีสารพิษปนเปื้อนทั้งหมดในสหรัฐฯ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดอย่างทั่วถึง
  2. การดูแลผู้ดูแล – เสนองบประมาณส่วนเพิ่มมูลค่า 400 พันล้านดอลลาร์ ในกองทุน Medicaid เพื่อจ่ายค่าบริการให้ผู้ดูแลเด็กและคนชราในบ้านที่มีรายได้น้อยและผู้พิการ เป็นการแบ่งเบาภาระการดูแลที่มักไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือได้น้อย
  3. ขยายการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง – เชื่อมต่อพื้นที่ชนบทของประเทศ 35% ด้วยอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ซึ่งจะช่วยให้คนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์ทางไกล หรือ telemedicine ได้มากขึ้น ซึ่งจำเป็นอย่างมากได้สถานการณ์โควิด-19
  4. ลงทุนในการบำบัดรักษาที่ก้าวหน้า – พัฒนาหน่วยงานใหม่ภายในสถาบันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อคิดค้นการพัฒนา การป้องกัน การตรวจหา และการรักษาโรคที่ก้าวหน้า เพื่อรักษาโรคที่รักษายากเช่น อัลไซเมอร์ เบาหวาน และมะเร็ง
  5. การลาหยุดเพื่อดูแลครอบครัวโดยได้รับค่าจ้าง – แผนลงทุนด้านสวัสดิการครอบครัวเสนอให้บุคคลสามารถลางานเพื่อดูแลเด็กแรกหรือสมาชิกครอบครัวที่เจ็บป่วยได้เป็นเวลา 12 สัปดาห์ โดยได้รับค่าจ้าง
  6. ลดราคาเบี้ยประกันเพื่อสุขภาพ : มีแผนให้เงินอุดหนุนการประกันสุขภาพ โดยลดเบี้ยประกันให้กับชาวอเมริกัน 9 ล้านคนที่ซื้อความคุ้มครองผ่าน Healthcare.gov จนถึงปี 2022
  7. ลดวงเงินค่าความรับผิดชอบส่วนแรกส่วนแรก (deductible) : เสนอการลดวงเงินค่าความรับผิดส่วนแรกที่ผู้ประกันต้องจ่ายเมื่อใช้สิทธิ สำหรับครอบครัววัยทำงานที่ซื้อประกันสุขภาพผ่าน Healthcare.gov
  8. ลดราคาค่ายาตามใบสั่งแพทย์ – สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ราคายาแพงที่สุดในโลก รัฐบาลจึงมีแผนให้โครงการดูแลสุขภาพ Medicare เจรจาลดต้นทุนยาที่ขายตามใบสั่งแพทย์กับบริษัทผู้ผลิตยา ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดห้ามไว้ ราคายาที่ถูกลงจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกคน
  9. ขยายความคุ้มครองของระบบการดูแลสุขภาพ Medicare ให้มากขึ้น – ประธานาธิบดีไบเดนหากการเจรจาลดราคายากับบริษัทยาสำเร็จจะทำให้โครงการ Medicare มีเงินเหลือ และสามารถขยายความคุ้มครองประชาชนได้มากขึ้นโดยไม่ต้องมีการเก็บภาษีเพิ่ม
ข้อเสนอของประธานาธิบดีไบเดนเพื่อพัฒนาสุขภาพและขยายการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ อยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น การเข้าถึงบริการสาธารณสุขและป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน (3.8) และ ลดการตายและป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษต่างๆ (3.9) และ สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยา (3.b)
- SDG 6 น้ำสะอาดและสุขาภิบาล ความเท่าเทียมทางเพศ ในประเด็น การเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัย (6.1) และ มลพิษทางน้ำและการบำบัดน้ำเสีย (6.3)

ที่มา: Forbes
Featured image : David Lienemann, Public domain, via Wikimedia Commons

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *