ยาป้องกัน HIV อาจเข้าถึงได้ยากขึ้น หลัง สปสช. ชะลอจ่ายงบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 

หากยาป้องกัน HIV กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยากขึ้นจะทำอย่างไร ? เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มีมติชะลอการจ่ายเงินงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Prevention and Promotion: P&P) ในส่วนของประชาชนที่ไม่ใช่สิทธิบัตรทองออกไปก่อน เช่น สิทธิข้าราชการ สิทธิประกันสังคม ไม่มีสิทธิ์ใช้งบประมาณจากกองทุนบัตรทองส่วนนี้ ซึ่งเป็นผลให้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป มูลนิธิ SWING จะงดให้บริการเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis : PrEP) หรือ ยาป้องกันการติดโรคก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวี และเป็ป (Post Exposure Prophylaxis : PEP) หรือ ยาป้องกันหลังการสัมผัสหรือมีความเสี่ยงรับเชื้อเอชไอวี เนื่องจากประกาศของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ไม่อนุญาตให้หน่วยบริการที่ไม่ใช่โรงพยาบาลจ่ายยา

สืบเนื่องจากมีข้อทักท้วงทางกฎหมายในประเด็นงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ครอบคลุมเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น โดยมองว่ามีปัญหาของข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และภารกิจตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จึงให้รอความเห็นจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งประกาศฉบับนี้ ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงยาป้องกันเอชไอวี (PreP) ได้ยากขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้คนที่เคยได้รับยาต้านเชื้อเอชไอวีต้องหลุดออกจากระบบ รวมถึงจะมีผลให้งบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค งบป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี งบประมาณระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่เฉพาะส่วนของผู้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทองถูกชะลอไปอย่างไม่มีกำหนด 

การชะลองบประมาณดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากที่เป็นผู้ที่อยู่กลุ่มนอกสิทธิบัตรทอง อาทิ การฉีดวัคซีนที่จำเป็นและสำคัญในเด็ก การให้ยาป้องกันในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี การให้ยายุติการตั้งครรภ์ และการให้ถุงยางอนามัยแก่ผู้ที่อยู่กลุ่มนอกสิทธิบัตรทองถูกยกเลิกให้บริการจากสถานบริการเดิม โดยต้องไปรับบริการจากสถานบริการอื่นตามสิทธิอื่นที่มีอยู่เท่านั้น ทำให้เกิดความสับสนและความไม่สะดวกต่อการเข้าถึงบริการทางด้านสาธารณสุขของประชาชน ซึ่งขัดต่อเป้าหมายของประเทศไทยที่จะยุติปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่เกิน 1,000 คนต่อปี ตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560 – 2573 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะยุติการระบาดของเอชไอวีและเอดส์ได้ หากลงทุนเพิ่มกับมาตรการที่มีประสิทธิผลสูงและถูกต้อง แต่การชะลองบประมาณและการเข้าถึงยาได้ยากขึ้น อาจทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศพุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกับ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และผู้เกี่ยวข้อง กรณีการให้บริการป้องกันเอชไอวีของผู้ที่ไม่อยู่ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในหน่วยบริการภาคประชาสังคม (Community Based Organization :CBO) ได้ข้อสรุปว่า ขอความร่วมมือให้ในระหว่างที่กำลังแก้ปัญหาด้านกฎหมาย หากสะดวกให้บริการป้องกันโรคเอชไอวีกลุ่มนอก สิทธิบัตรทอง ยังให้บริการต่อไปได้ โดยให้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนแล้วรอเบิกจ่ายกับ สปสช. ภายหลัง แต่หากหน่วยบริการยังไม่ประสงค์จะให้บริการ ก็ขอให้แจ้งมายัง สปสช. เพื่อประสานจัดระบบบริการไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยผู้รับบริการที่ประสบปัญหา สามารถโทรสายด่วน 1330 กด 16 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่อง 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้ได้รับบริการ

ท้ายที่สุดนี้ หวังว่าความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางที่ดีและมีการระดมและกระจายทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง เพราะการชะลองบประมาณและการเข้าถึงยาได้ยากขึ้น อาจสร้างการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่ติดเชื้อ HIV กว่า 48 เปอร์เซ็นต์เข้าไม่ถึงการรักษา UN จับมือรัฐบาล-ภาคประชาสังคมจัดตั้งพันธมิตรระดับโลกเพื่อเร่งยุติโรคเอดส์ในเด็กภายในปี 2573 
UNAIDS จัดวงประชุมในหัวข้อ “แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อยุติโรคเอดส์ : 10 ปี ถึง 2030”
WHO มีแผนที่จะส่งยาต้านไวรัส เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีในยูเครน 
นำเสนอภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีสุขภาพดีบนสื่อให้มากขึ้น สามารถช่วยลดการตีตราที่สังคมมีต่อผู้ติดเชื้อได้
ผู้ติดเชื้อ HIV ในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางเพิ่มขึ้น เพราะระบบสุขภาพต้องทุ่มทรัพยากรเพื่อจัดการโควิด-19 
UNESCO และ WHO ผลักดัน ‘โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ’ เพื่อให้สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.3) ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำ และโรคติดต่ออื่น ๆ ภายในปี 2573
– (3.b) สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยาสำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศกำลังพัฒนา ให้มีการเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นในราคาที่สามารถซื้อหาได้ ตามปฏิญญาโดฮาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและการสาธารณสุข ซึ่งเน้นย้ำสิทธิสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะใช้บทบัญญัติในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าอย่างเต็มที่ในเรื่องการผ่อนปรนเพื่อจะปกป้องสุขภาพสาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดยถ้วนหน้า
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา:
อยากให้เอดส์=0 แต่จำกัดการเข้าถึงยา? เมื่อรัฐไม่อนุญาตให้ภาคประชาสังคมแจกยาต้าน HIV-Thematter 
ภาคปชช. ผุดแคมเปญ #PrEPต้องเข้าถึงได้ จี้ ‘อนุทิน’ ต้องกระจายจุดจ่ายยา PrEP PEP หลัง ‘สปสช.’ มีมติ ลดงบฯ ป้องกัน HIV | ประชาไท Prachatai.com 
‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ห่วงกรณี สปสช.ชะลอจ่ายงบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค | ประชาไท Prachatai.com 
ทุกสิทธิรับบริการป้องกัน “HIV” ภาคประชาสังคมยังจัดบริการได้ตามปกติ – คมชัดลึก

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

จีนทุ่มสุดตัวหวังเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน

CHINA SPENDING BILLIONS TO BECOME WORLDWIDE RENEWABLE ENERGY LEADER

ที่มา : europe.newsweek.com

สำนักข่าว Reuters

‘ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง’ ในประเทศที่เกิดวิกฤต ประสบกับภาวะทุพโภชนาการ เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 25

วัยรุ่นหญิงและผู้หญิงมากกว่าพันล้านคน ต้องเผชิญกับภาวะโภชนาการต่ำ ภาวะขาดสารอาหาร และภาวะเลือดจาง (anemia) ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายความไม่เท่าเทียมกัน…

มหาวิทยาลัยชิงหวา ก่อตั้งสถาบันเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Institute for Sustainable Development Goals หรือ 清华大学全球可持续发展研究院)

มหาวิทยาลัยชิงหวา (清华大学) มหาวิทยาลัยอันดับแนวหน้าของประเทศจีน ได้ก่อตั้งสถาบันเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (清华大学全球可持续发展研究院) อย่างเป็นทางการ เพื่อผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ค้นหา