คลื่นความร้อน คุกคาม ‘เอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ รัฐบาลทั้งภูมิภาคเตรียมมาตรการรับมือ – ภาคเกษตรไทยได้รับผลกระทบ

รัฐบาลทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างหามาตรการต่อสู้เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น โรงเรียนหลายพันแห่งในประเทศฟิลิปปินส์ประกาศหยุดการเรียนการสอนในห้องเรียน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่วนประเทศอินโดนีเซีย ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งมาเป็นระยะเวลานานส่งผลให้ราคาข้าวพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ในน่านน้ำทะเลไทย มีอุณหภูมิสูงขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ปะการังถูกทำลาย

คลื่นความร้อน (heat wave) ที่รุนแรงในประวัติการณ์กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจดบันทึกสถิติโดยนักอุตุนิยมวิทยาช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบความร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น มินบู ประเทศเมียนมา พบว่ามีอุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันทางตอนใต้ของประเทศไทย เช่น หาดใหญ่ พบว่ามีอุณหภูมิสูงแตะ 40.2 องศาเซลเซียส ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม มีอุณหภูมิสูงถึง 40.6 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในช่วงเวลานี้ของปีจะเห็นได้ว่าหลายประเทศในภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างมากครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ออกมาเตือนว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับความร้อนอย่างรุนแรง ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่พบอุณหภูมิสูงแตะถึง 30 องศาเซลเซียสอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลอย่างมาก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่เกิดขึ้นนี้ มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดความแห้งแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้รัฐบาลทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องต่อสู้เพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศ เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประกาศให้โรงเรียนเกือบ 4,000 แห่ง ระงับการเข้าเรียนในห้องเรียน เนื่องจากดัชนีความร้อนที่ทะลุถึง 42 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ส่งผลระดับอันตรายอาจก่อให้เกิดตะคริวและอ่อนเพลียได้ ซึ่งการประกาศหยุดเรียนสาเหตุเกิดจากห้องเรียนนั้น ไม่ทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยแต่ละห้องมีอัตรานักเรียนหนึ่งห้องต่อ 60 – 70 คน ทำให้ไม่สามารถระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังพบว่านักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียน และที่น่ากังวลที่สุดคือปัญหาสุขภาพ พบเลือดออกทางจมูก ทำให้ Alliance of Concerned Teachers (ACT) เรียกร้องให้ปรับตารางเรียน เพื่อให้นักเรียนได้พักในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุด ขณะที่ สิ่งที่รัฐบาลกำลังค่อย ๆ ดำเนินการ คือการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการจ้างครูและสร้างห้องเรียนที่ทนต่อสภาพอากาศ

นอกจากนี้ อากาศที่ร้อนจัดยังสร้างหายนะเเก่ภาคเกษตรกรรม เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งเป็นเวลานานในปีที่แล้ว ประธานาธิบดี จึงได้สั่งการให้ทหารช่วยชาวนาปลูกข้าวเมื่อฝนมาถึงในเดือนธันวาคม เนื่องจากราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้นมากถึง 16% ขณะที่ ประเทศเวียดนาม มีระดับน้ำในลำคลองน้อยมาก ส่งผลให้เกษตรกรในบางพื้นที่ประสบปัญหาไม่สามารถเพาะปลูกและส่งพืชผลได้

ส่วน ประเทศไทย ตามการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของประเทศ พบว่าภาคการเกษตรผลิตพืชผลได้ลดลง ส่งผลให้หนี้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 8% ในปีนี้ และด้วยอากาศที่ร้อนจัด สร้างความเสี่ยงต่อการทำลายปะการังและปลาในอ่าวไทย เพราะหากความร้อนเพิ่มขึ้นปะการังอาจเกิดการฟอกขาวและกระทบต่อปลาในฟาร์มเลี้ยงปลาอาจตาย ซึ่งเสี่ยงที่จะสร้างหนี้ก้อนโตให้กับเกษตรกร ส่วน ประเทศมาเลเซีย ทางการได้เริ่มวางระบบการทำฝนเทียม (Cloud Seeding) ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ฝนไม่ตก

กล่าวได้ว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องประสบกับปัญหาคลื่นความร้อนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวจำเป็นต้องหามาตรการหรือวิธีในการลดภาวะโลกร้อนและบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นซึ่งไม่เพียงแต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นแต่รวมถึงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ยุติความหิวโหย
– (2.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและดำเนินการตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่มีภูมิคุ้มกันที่จะเพิ่มผลิตภาพและการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาระบบนิเวศ เสริมขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะอากาศรุนแรง ภัยแล้ง อุทกภัย และภัยพิบัติอื่น ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณภาพของดินและที่ดินอย่างต่อเนื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.3) ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำ และโรคติดต่ออื่น ๆ ภายในปี 2573
– (3.d) เสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
– (13.b) ส่งเสริมกลไกที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เยาวชน และชุมชนท้องถิ่นและชายขอบ

แหล่งที่มา: Schools close and crops wither as ‘historic’ heatwave hits south-east Asia | Extreme heat – The Guardian

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

บริษัทสัญชาติไทย 38 แห่ง ได้รับคัดเลือกติดกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ปี 2021

บริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์จากประเทศไทย 38 แห่ง ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Index (DJSI) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ ป…

GYBN Thailand เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นของเด็กและเยาวชน 712 คน ต่อ Climate Change และความหลากหลายทางชีวภาพ

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำประเทศไทย (Global Youth Biodiversity Network – GYBN Thailand) ร่วมกับ T…

WHO เตือนถึงเวลาต้องลุกจากโซฟา หันมาออกกำลังกายมากขึ้น หลังประชากร 500 ล้านคนทั่วโลก เสี่ยงป่วยโรคเรื้อรัง

เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) รายงานสถานะของทั่วโลกเกี่ยวกับกิจกรรมทางกาย ปี 2022 (Global status

พร้อมรับเทอมใหม่ 5 กลยุทธ์ ส่งเสริมสุขภาพจิต ในยุคโควิด-19 หลังพบนักศึกษาเผชิญความเครียดเพิ่มขึ้น

หากอยู่ในสภาวะปกติ ชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักศึกษาหลาย ๆ คน เพราะการเข้ามหาวิทยาลัย อาจหมายถึงการที่ต้…

ค้นหา