มีอะไรในข้อตกลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน “Pact for the Future

Pact for the Future คืออะไร?

Pact for the Future หรือ ข้อตกลงเพื่ออนาคต เอกสารข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาลที่จะเป็นผลลัพธ์ของการประชุม Summit of the Future ซึ่งเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน 2024 นี้ เพื่อกำหนดเส้นทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับมือกับต่อความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดในอนาคต โดยเน้นการดำเนินการ (action-oriented) ที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ Pact for the Future ยังจะรวมถึง Declaration on Future Generations และ Global Digital Compact ที่จะเป็นภาคผนวกของเอกสารหลักด้วย

การประชุม Summit of the Future คืออะไร อ่านต่อลิงก์ด้านล่าง


กระบวนการเจรจาและร่างเอกสาร

กระบวนการจัดทำเอกสารทั้งสามฉบับนี้ ดำเนินไปบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจากทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นความโปร่งใสและความเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นจากรัฐสมาชิกและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดกระบวนการ ซึ่งประกอบด้วยการปรึกษาหารือ การรวบรวมข้อเสนอแนะ และการปรับปรุงแก้ไขเอกสารอย่างต่อเนื่อง เฉพาะเอกสาร Pact for the Future นั้นพัฒนามาจากการรวบรวมความคิดเห็น (input) จากหลากหลายภาคส่วนกว่า 500 รายการ

ผู้มีส่วนในการเจรจาและร่างเอกสาร ประกอบด้วย รัฐสมาชิกสหประชาชาติ หน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ กลุ่มหลักและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ (Major Groups and Other Stakeholders-MGoS) องค์กรภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคเอกชน เยาวชน และชนพื้นเมือง

การเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงในเอกสารแต่ละฉบับได้รับการอำนวยความสะดวกโดยคู่ประเทศ ดังนี้ เยอรมนีและนามิเบียรับผิดชอบในการจัดทำ Pact for the Future จาเมกาและเนเธอร์แลนด์รับผิดชอบในการจัดทำ Declaration on Future Generations และสวีเดนและแซมเบียรับผิดชอบในการจัดทำ Global Digital Compact

กระบวนการเริ่มต้นด้วยการร่างเอกสารตั้งแต่ปลายปี 2023 และได้มีการเผยแพร่ร่างเอกสารฉบับศูนย์ (zero draft) ในต้นปี 2024 หลังจากนั้นได้มีการหารือและแก้ไข้เอกสารอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ข้อสรุปในฉบับแก้ไขครั้งที่สาม (Revision 3) ซึ่งเป็นเอกสารฉบับที่มีแนวโน้มใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมภายใต้กระบวนการ silence procedure เพื่อให้รัฐสมาชิกพิจารณาและแสดงความคิดเห็นในรายละเอียดเฉพาะจุด หากไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าเอกสารฉบับดังกล่าวได้รับการยอมรับ

Slience procedure เป็นกลไกที่สหประชาชาติใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดสินใจร่วมกัน โดยเฉพาะในประเด็นที่ซับซ้อนและมีความเห็นหลากหลาย เมื่อมีการเสนอข้อเสนอหรือร่างข้อตกลง ผู้แทนจากรัฐสมาชิกทุกประเทศจะมีเวลาที่กำหนดไว้ในการพิจารณา หากไม่มีใครแสดงความเห็นคัดค้านภายในระยะเวลานั้น ข้อเสนอนั้นจะถือว่าได้รับการยอมรับ  อย่างไรก็ตาม หากมีรัฐสมาชิกใดคัดค้านก่อนหมดเวลา หรือที่เรียกว่า “break silence procedure” และการเจรจาจะต้องดำเนินต่อไป เพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้ง

สถานะเอกสารทั้งสามฉบับ ล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2024

  • เอกสาร Pact for the Future อยู่ในร่างฉบับแก้ไขครั้งที่ 4 (Rev. 4) ลงวันที่ 13 กันยายน 2024
  • เอกสาร Declaration on Future Generations อยู่ในเอกสารแก้ไขฉบับสุดท้าย (Final revised) ลงวันที่ 9 กันยายน 2024
  • เอกสาร Global Digital Compact อยู่ในร่างฉบับแก้ไขครั้งที่ 4 (Rev.4) ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2024

สาระสำคัญของเอกสารทั้ง 3 ฉบับ

Pact for the Future

ฟื้นฟูความร่วมมือพหุภาคีและจัดการกับความท้าทายระดับโลกผ่านพันธสัญญาและการดำเนินการใหม่

ในเอกสารประกอบด้วย บทนำ และประเด็นการดำเนินการ โดยการดำเนินการทั้งหมด 5 เรื่อง ประกอบด้วย

  1. การพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนา
  2. สันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ
  3. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือดิจิทัล (รายละเอียดใน Global Digital Compact) 
  4. เยาวชนและคนรุ่นอนาคต (รายละเอียดใน Declaration on Future Generations)
  5. การเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมของการกำกับดูแลระดับโลก

Declaration on Future Generations

เสริมความเข้มแข็งของพันธสัญญาในการปกป้องผลประโยชน์และความเป็นอยู่ที่ดีของคนรุ่นอนาคตในทุกกระบวนการตัดสินใจ

ในเอกสารประกอบด้วย บทนำ หลักการนำทาง พันธสัญญา และการดำเนินการ โดยหลักการนำทางที่สำคัญทั้งหมด 10 ข้อ ประกอบด้วย

  1. รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ
  2. เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
  3. สร้างโอกาสให้คนรุ่นหลังได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มั่งคั่งและยั่งยืน
  4. ส่งเสริมภราดรภาพของคนระหว่างรุ่นและความสามัคคีทางสังคม 
  5. ปกป้องสิ่งแวดล้อมให้สะอาดและยั่งยืน
  6. ใช้ประโยชน์วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบและมีจริยธรรม
  7. บรรลุความเท่าเทียมทางเพศ และเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและเด็กหญิง
  8. ให้คนพิการมีส่วนร่วมในสังคมและกระบวนการตัดสินใจอย่างเท่าเทียม
  9. ขจัดการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุต่างๆ
  10. มีระบบพหุภาคีที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

Global Digital Compact

สร้างวิสัยทัศน์ร่วมของการมีอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และครอบคลุมสำหรับทุกคน

ในเอกสารฉบับประกอบด้วยเป้าหมายและพันธสัญญา ระบุการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย และกำหนดข้อกำหนดในการติดตามผลและทบทวน เป้าหมายทั้งหมด 5 ข้อประกอบด้วย

  1. ปิดช่องว่างดิจิทัลและเร่งความก้าวหน้าของ SDGs
  2. ขยายการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัล
  3. ส่งเสริมพื้นที่ดิจิทัลที่ครอบคลุม เปิดกว้าง ปลอดภัย และมั่นคง
  4. ส่งเสริมการกำกับดูแลข้อมูลระหว่างประเทศที่เป็นธรรม
  5. กำกับดูแลเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ รวมถึง AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

แม้ว่า Pact for the Future จะไม่ได้เป็นข้อตกลงที่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่การที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติรับรองข้อตกลงนี้ ก็ถือเป็นการแสดงเจตจำนงร่วมกันที่จะขับเคลื่อนโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่า โดยความคืบหน้าในการดำเนินงานจะถูกนำมาประเมินและทบทวนอย่างต่อเนื่องในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในแต่ละปี เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประเทศกำลังร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

ข้อมูล Summit of the Future และเอกสารทั้งหมดที่ : https://www.un.org/en/summit-of-the-future

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ #SDG17 หุ้นส่วนระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา:
Summit of the Future (UN)

Last Updated on กันยายน 18, 2024

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ทำอย่างไรให้ท่าเรือขนส่งสินค้า มีความยั่งยืนมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง

การขนส่งทางทะเลมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเพราะผลักดันการค้าทั่วโลกถึง 90% แต่การจัดการท่าเรือนั้นก็ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องมลพิษทางน้ำและอากาศใ…

“ยิ่งใกล้วันหมดอายุ ยิ่งลดราคา” – สตาร์ทอัพ Wasteless ลดขยะอาหารในซุปเปอร์ฯ โดยใช้ AI กำหนดราคา

Wasteless สตาร์ทอัพพัฒนาระบบกำหนดราคาสินค้า Wasteless Pricing Engine เพื่อช่วยลดขยะอาหารในซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรที่สามารถลดจำนวน…

BMW, Volvo, Google, และ Samsung SDI ลงนามกับ WWF ห้ามการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก

เมื่อ 31 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เครือ BMW ร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund – WWF) ประกาศห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก (Deep-Sea

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนกรกฎาคม 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  17  – 21 กรกฎาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น…

ค้นหา