ธุรกิจเช่าเสื้อผ้าออนไลน์ ‘The Volte’ เทรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่สร้างรายได้-ลดโลกร้อน ในยุคฟาสต์แฟชั่น

ออสเตรเลียมียอดขายเสื้อผ้าสูงถึง 1.51 พันล้านชิ้น หรือเฉลี่ย 55 ชิ้นต่อคนต่อปีจากข้อมูลปี ปี 2567 ถือว่าเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศที่บริโภคเสื้อผ้าสูงที่สุดในโลก ตัวเลขนี้สูงกว่าคำแนะนำด้านความยั่งยืนที่เสนอให้ซื้อเพียง 5–7 ชิ้นต่อปี อย่างมาก ท่ามกลางอิทธิพลของโซเชียลมีเดียและกระแสฟาสต์แฟชั่น (fast fashion) ที่ผลักดันให้แฟชั่นกลายเป็นทั้งเครื่องมือแสดงตัวตนและแรงขับให้ต้องบริโภค ขณะเดียวกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ทวีความชัดเจนขึ้น คำถามสำคัญคือ เราจะสร้างทางเลือกใหม่ที่ทำให้การแต่งตัวยังคงสนุก ทันสมัย และยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างไร?

รายงานจาก The Guardian เปิดเผยว่าเทรนด์ธุรกิจการให้เช่าระหว่างผู้ใช้ด้วยกันเอง กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในออสเตรเลีย มีผู้คนหันมาใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการปล่อยเช่าเสื้อผ้าของตนเอง สร้างรายได้เสริมควบคู่กับการส่งเสริมแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยแพลตฟอร์มให้เช่าเสื้อผ้าอย่าง ‘The Volte’ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในออสเตรเลีย ถูกก่อตั้งปี 2560 มีผู้ใช้มากกว่า 260 คนในปัจจุบัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ใช้งานจากการปล่อยเช่าเสื้อผ้าอยู่ระหว่าง 50,000 ถึง 200,000 ดอลลาร์ต่อปี โดย Kellie Hush ผู้บริหารฝ่ายแบรนด์และกลยุทธ์ ระบุว่า สำหรับผู้ใช้งานจำนวนมากการให้เช่าเสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงรายได้เสริม แต่พัฒนาจนกลายเป็นธุรกิจหลัก มีการลงทุนเพิ่มเสื้อผ้าในคอลเลกชันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวแพลตฟอร์มดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายบริการเช่าที่พัก โดยเปิดพื้นที่ให้เจ้าของเสื้อผ้านำชุดมาลงประกาศให้เช่า พร้อมช่วยจัดการระบบชำระเงินและบริการลูกค้า แลกกับการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากราคาเช่า ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15% ของราคาเช่าโดยยังไม่รวมค่าจัดส่ง

ภาพจาก: WWD  

ด้วยความสะดวกในการใช้งาน แพลตฟอร์มให้เช่าเสื้อผ้าจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในกลุ่มผู้ให้เช่าและผู้เช่า นอกเหนือจาก The Volte ยังมีแพลตฟอร์มอย่าง Air Closet และ Rent a Dress ที่ขยายตัวตามกระแสแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดีด้วยข้อดีดังกล่าวทำให้การเช่าเสื้อผ้าถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของอนาคตแฟชั่นที่ยั่งยืน เพราะช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า สนับสนุนการออกแบบที่ทนทาน และลดปริมาณสิ่งทอที่ต้องถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบ 

Jules Lennon หัวหน้าโครงการด้านแฟชั่นของ Ellen MacArthur Foundation ระบุว่า งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการเช่าชุดผ้าฝ้ายสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 41% ขณะที่ Nicole Shiraz ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Air Closet อธิบายว่าผู้ใช้งานจำนวนมากนิยมเช่าเสื้อผ้าที่ตั้งใจจะใส่เพียงครั้งเดียวและอาจไม่ได้ใช้ซ้ำอีก โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่หรูหราและชุดสำหรับออกงาน ซึ่งครองสัดส่วนการเช่าสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเดรสที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ กระเป๋าออกงาน หรือชุดแบบทางการที่ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น เพราะการเช่าเสื้อผ้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่ช่วยลดขยะจากอุตสาหกรรมแฟชั่นและลดการปล่อยคาร์บอน ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า ดังนั้นการเช่าจึงสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการซื้อเสื้อผ้าใหม่ และอาจกลายเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคต ทั้งช่วยเปิดโอกาสให้เจ้าของเสื้อผ้าสร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกแฟชั่นที่คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง: “Ethical-clothing.com” แพลตฟอร์มฝั่งยุโรปเชื่อมผู้ผลิตให้ผู้บริโภคได้สนับสนุนเสื้อผ้าที่มี “ความยั่งยืน” 
– ตลาดค้าของมือสองคึกคักในฟิลิปปินส์ ไม่ใช่เพราะความยั่งยืน (ต่อสิ่งแวดล้อม) แต่เพราะราคาที่ไม่แพง
– เพราะเสื้อผ้าจะดูดีบนตัวคุณ ก็ต้องดีกับโลกด้วย ให้เว็ปไซต์และแอป ‘Good on You’ หาแบรนด์แฟชั่นที่ยั่งยืน
– Dispatch Coffee ธุรกิจกาแฟคั่วในแคนาดาที่ส่งเสริมผู้ผลิตในประเทศยากจนและใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ 
– แบรนด์ค้าปลีกด้านแฟชั่นสัญชาติไอริช “Primark” ประกาศขยายการดำเนินงาน ‘โครงการฝ้ายเพื่อความยั่งยืน’
แฟชั่นที่มีสไตล์พร้อมใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนากระบวน ‘การผลิตที่ยั่งยืน’ ได้อย่างไร 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
– (12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดภายในปี 2563
– (12.5) ภายในปี 2573 จะต้องลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดการแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำกลับมาใช้ซ้ำ
– (12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ

แหล่งที่มา: 
Like Airbnb but for clothes: how to make money by renting out your wardrobe | Australian fashion (The Guardian
2024 national clothing benchmark for Australia (Seamless

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น