ประเทศสมาชิก UN เตรียมพร้อมรับรอง ‘Sea-Level Rise Declaration’ ปลาย ก.ย. นี้ หวังรับมือผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้เจรจาระหว่างรัฐบาลเพื่อผ่านร่างสุดท้ายของ ‘ปฏิญญาว่าด้วยการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล’ (Sea Level Rise) ซึ่งมีเนื้อหากระชับและปฏิบัติได้จริง โดยปฏิญญาฉบับนี้จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมเต็มคณะระดับสูงสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่จะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 24 กันยายนนี้

ร่างปฏิญญาข้างต้นผ่านกระบวนการ “silence procedure” ซึ่งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกพิจารณาและแสดงความคิดเห็นในรายละเอียดเฉพาะจุด หากไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าเอกสารฉบับดังกล่าวได้รับการยอมรับ และจะถูกเสนอไปยัง UNGA เพื่อดำเนินการให้มีรับรองต่อไป

ร่างปฏิญญาที่สำคัญฉบับนี้มีความยาวทั้งสิ้น 4 หน้า มีเนื้อหาครอบคลุมถึงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เน้นย้ำความจำเป็นในการนำกฎหมายระหว่างประเทศมาปฏิบัติ ตลอดจนเสริมสร้างการดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหานี้ผ่านการปกป้องสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยปฏิญญาได้วางกรอบเสาหลักการดำเนินงานไว้ 4 ด้าน ได้แก่

  • ความรู้ ข้อมูล และวิทยาศาสตร์ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) และ เวทีระหว่างรัฐบาลว่าด้วยนโยบาย – วิทยาศาสตร์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services: IPBES) 
  • การปรับตัว การเงิน และการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยอ้างอิงแนวทางต่าง ๆ เช่น การใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา (nature-based solutions) และแนวทางที่อาศัยระบบนิเวศเป็นฐาน (ecosystem-based approaches)
  • การดำรงชีวิต ความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม วัฒนธรรม และมรดก โดยเน้นย้ำความสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างมหาสมุทร สภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
  • มิติทางกฎหมายของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล โดยอ้างอิงถึงความเห็นแนะนำของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ) เกี่ยวกับพันธกรณีของรัฐต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงข้อค้นพบเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะศึกษาของคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ (ILC) ว่าด้วยการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในบริบทของกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ความพยายามริเริ่มกลไกเพื่อสร้างความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2567 ซึ่ง UNGA ได้จัดประชุมระดับสูงครั้งแรกเพื่อหารือร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกถึงแนวทางความร่วมมือในการตั้งรับและจัดการกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและชุมชนริมฝั่งให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและปรับตัวต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น 

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 แสดงความมุ่งมั่น – ที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
กลุ่มประเทศ G7 ตกลงยุติให้เงินอุดหนุนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2021 
– ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครน อาจฉุดรั้งความก้าวหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 
– สรุปประชุม COP27 อะไรคือประเด็นที่น่าจับตามอง เน้นย้ำ “ความสูญเสียและเสียหาย” จากภาวะโลกร้อน
– COP 27 ย้ำการปกป้อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เชื่อมโยงกับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกออกจากกัน 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.a) ดำเนินการให้เกิดผลตามพันธกรณีที่ผูกมัดต่อประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายร่วมกันระดมทุนจากทุกแหล่งให้ได้จำนวน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2563 เพื่อจะแก้ปัญหาความจำเป็นของประเทศกำลังพัฒนาในบริบทของการดำเนินการด้านการบรรเทาที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสในการดำเนินงานและทำให้กองทุน Green Climate Fund ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุดผ่านการให้ทุน
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทานและปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมีผลิตภาพ ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลายซึ่งจะระดมและแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และทรัพยากรด้านการเงิน เพื่อจะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา: Ahead of High-level Meeting, UN Finalizes Declaration on Sea Level Rise (IISD)

Last Updated on กันยายน 2, 2026

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

‘รัฐบาลทรัมป์ 2’ จะผินหลังให้ Climate Change? – The Conversation ชี้ ทรัมป์อาจถอนตัวจาก UNFCCC และลดการสนับสนุนพลังงานสะอาด

ควันหลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชวนสำรวจทิศทางนโยบายต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของโดนัล ทรัมป์ ผู้ชนะการเลือกตั้งจากพรรครีพับบลิกัน ซึ่ง…

How to ใช้มาตรฐานความยั่งยืนของเอกชนมาช่วยรัฐรายงานความก้าวหน้า SDGs

ตามกระบวนการปกติภาครัฐจะรายงานความคืบหน้าตาม SDGs ของประเทศตนเองผ่านการส่งรายงานการทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ (Voluntary National Reviews: VNRs) โดยที่…

ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลร่วมกันของ Blockchain จะเป็นเครื่องมือสร้าง Smart City ได้อย่างไร ?

ในปัจจุบันคำว่า Smart City เป็นที่ให้ความสนใจจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เช่น ในกรณีประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกรายงาน “white paper on reference architecture…

สำรวจ ‘10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพ’ จากรายงานสุขภาพคนไทยปี 2567 พบหลายภัยเงียบใกล้ตัว

ในทุก ๆ ปี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดทำ “รายงานสุขภาพคนไท…

ค้นหา