ป่าอะเมซอนถูกทำลายเพิ่มขึ้น 17% ทำให้โลกสูญเสียป่าปฐมภูมิสูงสุดเป็นปีที่ 3 ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียทำผลงานได้ดีขึ้น

ข้อมูลใหม่จากโครงการดาวเทียมติดตามป่าอะเมซอน (Monitoring of the Andean Amazon Project: MAAP) ภายใต้องค์กรไม่แสวงผลกำไรของสหรัฐฯ ‘Amazon Conservation’ เมื่อ 7 เมษายน 2564 เผย การตัดไม้ทำลายป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างป่าอะเมซอน ในปี 2563 ทำลายพื้นที่ป่าไม้ไปเท่าขนาดของประเทศเอลซัลวาดอร์

ภาพจาก: MAAP และสามารถอ่านข้อมูลฉบับเต็มที่ได้ Amazon Deforestation 2020

ทำให้โลกได้สูญเสียป่าปฐมภูมิ (primary forest) หรือป่าดิบดั้งเดิม (intact forest) สูงสุดเป็นครั้งที่ 3 (2559, 2560, 2563) ตั้งแต่ปี 2543 ที่ประมาณ 2.3 ล้านเฮกเตอร์ (14.375 ล้านไร่) ที่ครอบคลุม 9 ประเทศโดยรอบป่าอะเมซอน โดยที่ประเทศโบลิเวีย เอกวาดอร์ และเปรูมีระดับการตัดไม้ทำลายป่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่บราซิลสูญเสียพื้นที่ป่าปฐมภูมิไปมากกว่า 1.5 ล้านเฮกเตอร์ (9.375 ล้านไร่) หรือ 65% ในปี 2563 มากที่สุดในกลุ่มประเทศรอบป่าอะเมซอน ตามมาด้วยโบลิเวีย (10%) เปรู (8%) โคลอมเบีย (6%) เวเนซูเอลา และเอกวาดอร์ ที่น้อยกว่า 2% ทั้งคู่

โดยประเทศที่สูญเสียป่าปฐมภูมิในปี 2563 มากที่สุดในโลก ได้แก่ บราซิล สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และโบลิเวีย

สาเหตุหลักของการตัดไม้ทำลายป่าอะเมซอนมาจากภาคเกษตรกรรมและที่เกี่ยวกับการปศุสัตว์ ตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก เทคนิคการเผาหน้าดินในโบลิเวียที่อาจทำให้เกิดไฟป่าและภาวะแล้งขึ้น และ ‘ไฟป่า’ นี้เองที่เป็นตัวการของการสูญเสียป่าปฐมภูมิครั้งใหญ่ทั้ง 3 ครั้งดังที่กล่าวข้างต้น

นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำเหมืองทองคำผิดกฎหมายในป่าอะเมซอนของเปรู และ ‘การแย่งยึดที่ดิน’ (land grabbing) ซึ่งสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้ขนาดพื้นที่ป่าลดลงนั้น ย่อมกระทบกับการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย โดยเฉพาะที่โลกได้สูญเสียแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญไป ทั้งยังกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่พึ่งพิงป่าและสัตว์ป่าที่ใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย

จากป่าฝนในอเมริกาใต้มองกลับมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าจะยังอยู่ในจุดที่เสี่ยง แต่ก็มีความพยายามอนุรักษ์พื้นที่ป่ามากขึ้น โดยในอินโดนีเซียซึ่งมีป่าฝนใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลกและยังเป็นแหล่งผลิตน้ำมันปาร์มขนาดใหญ่ที่สุดนั้น กลับมีการสูญเสียพื้นที่ป่าปฐมภูมิลดน้อยลงเป็นปีที่ 4 อันเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลที่จะ ‘ระงับ’ การทำลายป่าปฐมภูมิ ระงับใบอนุญาตการปลูกและผลิตน้ำมันปาร์ม การปรับปรุงกฎหมาย การคำนึงถึงสิทธิในที่ดิน และการใช้เทคโนโลยีจัดการปัญหาไฟป่า

เช่นเดียวกับมาเลเซียที่การสูญเสียป่าปฐมภูมิลดลงตกมาเป็นอันดับ 9 จากที่เคยสูญเสียป่าปฐมภูมิมาก โดยมีแผนจะออกกฎหมายป่าไม้ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งการเพิ่มโทษปรับและจำคุกเมื่อมีการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย

ขณะที่ประเทศอื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมา ยังคงมีระดับการตัดไม้ทำลายป่าที่สูงอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ SDGs
#SDG13 ปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ
#SDG15 (15.1) หลักประกันการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ระบบนิเวศบนบกรวมถึงบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะป่าไม้ (15.2) การจัดการป่าไม้ หยุดการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่า (15.5) หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

แหล่งที่มา:
https://www.reuters.com/article/us-latam-deforestation-climate-change-tr/amazon-deforestation-rose-17-in-dire-2020-data-shows-idUSKBN2BU2O8
https://maaproject.org/2021/amazon-hotspots-2020-final/
https://www.eco-business.com/news/global-rainforest-loss-relentless-in-2020-but-southeast-asia-offers-hope/

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

6 หลักการสำคัญเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีกระบวนการตัดสินใจที่นำด้วยข้อมูล โดยมี ‘ประเด็นสุขภาพ’ เป็นหัวใจหลัก

คณะกรรมาธิการจาก Rockefeller Foundation และ Boston University ด้านปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ ข้อมูล และการตัดสินใจ (The Commission on Health Determinants…

6 ทักษะสำคัญเตรียมพร้อมสู่สนาม ‘งานสีเขียว’ (green jobs)

ในอนาคต สายอาชีพและงานเป็นล้านจะอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (green economy) โดยการสร้างงานถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนสำคัญคือการเตรียมทักษะแรงงานให้พร้…

EnLaw จับมือภาคีเครือข่ายผลักดันกฎหมาย PRTR ชี้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและชีวิตที่ปลอดภัย รัฐและเอกชนต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษ

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2565) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) กรีนพีซ ประเทศไทย (Greenpeace Thailand) และภาคีเครือข่ายภาคประชา…

ราคาอาหารแพงขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อและรายได้ เป็น New Normal ยุคโควิด-19

เมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ราคาธัญพืช เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง และน้ำตาลมีราคาสูงขึ้นมากในรอบ 6 ปีและไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นผลมาจ…

ค้นหา