อากาศร้อนจัดจาก Climate Change อาจทำให้แพทย์ในนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี ออสเตรเลีย พิจารณาการย้ายออกจากพื้นที่

การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Planetary Health แสดงให้เห็นว่าแพทย์จำนวนมากในรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี ประเทศออสเตรเลีย มีความคิดย้ายออกจากพื้นที่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิในฤดูร้อนเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์

อุณหภูมิในรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 ถึงมกราคม 2020 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 4 องศาเซลเซียส โดยร้อนที่สุดที่เมืองแคทเธอรีน

เฉพาะในปี 2019 ในพื้นที่เมืองแคทเธอรีนมีวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสและสูงกว่าถึง 54 วัน ซึ่งมากกว่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปี 2004 โดยองค์กรวิจัย CSIRO คาดไว้ว่าจะมีจำนวนวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส 35 วันต่อปีภายในปี 2030 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สถานการณ์ปัจจุบันร้ายแรงกว่าที่คาดคะเนไว้

ในช่วงปลายปี 2019 ศูนย์ฟอกไตในพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลียต้องประสบปัญหากับการใช้เครื่องฟอกไต เพราะไม่สามารถหาน้ำเย็นปริมาณมากได้เนื่องจากอากาศร้อนจัด

แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรีก็ยังคงมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านสุขภาพ เมื่อปี 2020 คลินิกเวชปฏิบัติทั่วไปแห่งเดียวในเมืองแคทเธอรีนปิดตัวลง ทำให้ประชาชนต้องเดินทางกว่า 300 กิโลเมตรไปยังเมืองดาร์วินเพื่อพบหมอบ้าน

การศึกษาได้สำรวจแพทย์ที่ทำงานในรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี โดยได้คำตอบจากแพทย์ 362 คน ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 25% ของจำนวนแพทย์ทั้งหมด

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าแพทย์ในรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ร้ายแรง, แพทย์ 85% ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ป่วย, แพทย์ 74% เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มหรือเป็นสาเหตุที่จะทำให้พื้นที่บางส่วนของนอร์เทิร์น เทร์ริทอรีไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และแพทย์ 34% ตอบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มหรือทำให้พวกเขาพิจารณาย้ายออกจากพื้นที่

ในออสเตรเลียและทั่วโลก หลายภูมิภาคกำลังเผชิญกับภาระจากทั้งสองด้าน คือจากการขาดแคลนบุคลากรด้านสุขภาพ และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น เพราะในหลายพื้นที่การที่แพทย์ย้ายออกไปแม้เป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ได้

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เมื่อมีการวางแผนความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพในอนาคต จึงจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย และเมื่อออสเตรเลียประเมินความเสี่ยงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็ต้องครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพด้วย

การย้ายถิ่นฐานของกำลังคนด้านสุขภาพ เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 3 สุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น สร้างและรักษากำลังคนด้านสุขภาพ (3.c) 
- SDG 13 เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเด็น สร้างความสามารถในการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (13.1)

ที่มา: The Conversation

Last Updated on เมษายน 15, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

สี่องค์กรสุขภาพมั่นใจ ‘เขตสุขภาพเพื่อประชาชน’ พลิกโฉมหน้า มุ่งบูรณาการงานสุขภาพพื้นที่

ที่มา : nationalhealth.or.th

   คิกออฟ! “เขตสุขภาพเพื่อประชาชน” ๔ องค์กรหลักด้านสุขภาพ ทั้ง สธ. สสส. สปสช. และ สช. จับมือบูรณาก…

SDGs Report 2026 เผย 15% ของเป้าหมายโลกถดถอย – ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และเงินทุนช่วยเหลือที่ลดลง

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Department of Economic and Social Affairs: UN DESA)…

NATO รับรองแผนปฏิบัติการต่อสู้กับ Climate Change ซึ่งเป็นตัวทวีความรุนแรงภัยความมั่นคงระดับโลก

ผู้นำประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation – NATO) ทั้ง 30 ประเทศ ได้รับรอง NATO 2030 “วาระข้ามแอต…

ค้นหา