โอนอำนาจจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดให้ อปท. มีความพร้อมแค่ไหน – ต้องหนุนเสริมอะไรเพิ่มบ้าง ? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ศ.ระพีพรรณ คำหอม และคณะ

ชวนอ่านงานวิจัย “การศึกษาผลการดำเนินงานการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดสู่ความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดย ศ.ระพีพรรณ คำหอม, ผศ.ดร.ธันยา รุจิเสถียรทรัพย์ และ ผศ.รณรงค์ จันใด คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โครงการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 โดยตั้งต้นมาจากความพยายามที่จะแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย นับว่าเป็นหนึ่งในสวัสดิการสำหรับเด็กในครอบครัวและเป็นการจัดบริการสนับสนุนมิติเศรษฐกิจของครอบครัวเพื่อให้ครอบครัวที่อยู่ในภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจสามารถนำเงินอุดหนุนไปใช้ในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการเลี้ยงดูเด็ก เพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี 

อย่างไรก็ดีจากการติดตามและประเมินผลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำปี 2559 – 2560 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่าโครงการดังกล่าวเกิดปัญหาการเข้าไม่ถึงของกลุ่มเป้าหมายแท้จริง (exclusion error) พร้อมกับการรั่วไหลไปสู่ผู้ที่อยู่นอกกลุ่มเป้าหมาย (inclusion error) เพื่อแก้ปัญหาและช่องโหว่ที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อวันที่ 31 มกราคม คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบถ่ายโอนอำนาจการดำเนินโครงการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีหน้าที่สำคัญ อาทิ ร่วมค้นหากลุ่มเป้าหมาย ลงทะเบียน การตรวจสอบ สิทธิ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 

เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ศ.ระพีพรรณ และคณะจึงดำเนินการวิจัยข้างต้น โดยมีเป้าประสงค์สำคัญ คือ การศึกษาความคิดเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อผลการดำเนินงานการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเปรียบเทียบความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จึงนับว่าเป็นงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพเเละความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ เเละเป้าหมายที่ 16 ความสงบสุข ยุติธรรม เเละสถาบันเข้มเเข็ง

ศ.ระพีพรรณ และคณะ ดำเนินการศึกษาด้วยวิธีการศึกษาแบบผสานวิธี (mixed methods) วิธีการศึกษาแรก คือ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับนโยบาย แผนการกระจายอำนาจ รูปแบบ การบริหารจัดการโครงการ รวมทั้งการเตรียมบุคลากร งบประมาณ และทรัพยากร วิธีการต่อมาใช้การวิจัยเชิงปริมาณ  (quantitative research) โดยประชากรที่ใช้ศึกษามีทั้งสิ้น 1,135 คน จากผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก 7,852 แห่ง และวิธีสุดท้ายการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการสนทนากลุ่มย่อย (focus group) ใน 8 จังหวัด จำนวน 150 คน

งานวิจัยข้างต้นได้ผลการศึกษาที่สำคัญ อาทิ 

  • ข้อมูลทั่วไปของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า กลุ่มตัวอย่าง เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อายุระหว่าง 31-40 ปี อายุมากที่สุด 81 ปี อายุน้อยที่สุด 18 ปี อายุเฉลี่ยเท่ากับ 40.9 ปี 
  • กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยว่า โครงการเงินอุดหนุนฯ มีผลที่เกิดขึ้นกับเด็กแรกเกิดในระดับมาก ได้แก่ เด็กแรกเกิดมีสิทธิเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐ เด็กแรกเกิดสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข
  • กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า โครงการเงินอุดหนุนฯ มีผลที่เกิดขึ้นกับสังคมในระดับมาก ได้แก่ การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดส่งเสริมให้แม่และเด็กได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานรัฐ 
  • กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยระดับมากเกี่ยวกับ อปท. เป็นด่านแรกของการรับลงทะเบียนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
  • อปท. มีความพร้อมด้านที่ตั้งของ อปท. สะดวกต่อการเข้าถึงของประชาชน และการมีช่องทาง ที่หลากหลายในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนฯ 
  • กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจ ฯ ในภาพรวมทั้งหมดมีค่าเฉลี่ย 3.4 อยู่ในระดับปานกลาง 

นอกจากนี้ ศ.ระพีพรรณ และคณะ ยังได้เสนอแนะแนวทางและแผนการปฏิบัติการในการถ่ายโอนภารกิจการจ่ายเงินอุดหนุนตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตามกรอบแนวคิด PESTEL (PESTEL analysis) ไว้หลายประการ อาทิ

  • กรมกิจการเด็กและเยาวชน ควรแก้ไขประกาศ เรื่องกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายเงิน อุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำคู่มือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ผู้ปฏิบัติงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น
  • กรมกิจการเด็กควรทำหน้าที่ชี้แจงและเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัด (พมจ.) ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน ติดตามการดำเนินงานในระดับจังหวัด และเสนอ คณะอนุกรรมการประสานและส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด
  • อปท. มอบหมายบุคลากรให้การดำเนินงานและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบในขั้นตอน/ วิธีปฏิบัติในการยื่นคำขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 

กล่าวโดยสรุป งานวิจัยของ ศ.ระพีพรรณ และคณะ ได้พยายามชี้แนะให้เห็นถึงข้อคิดเห็น ความพร้อม และสิ่งที่ควรหนุนเสริมในการถ่ายโอนอำนาจการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อเด็กแรกเกิดแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการขยับปรับเปลี่ยนที่สะท้อนถึงการหนุนเนื่องบทบาทของชุมชนท้องถิ่นให้เป็นตัวแสดงหลักของการขจัดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมให้คนในชุมชนของตนสามารถการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างแท้จริง

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการนำ SDGs ไปปฏิบัติในพื้นที่ ธีมการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.2) ยุติการตายที่ป้องกันได้ของทารกแรกเกิดและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลดอัตราการตายในทารกลงให้ต่ำถึง 12 คน ต่อ การเกิดมีชีพ 1,000 คน และลดอัตราการตายในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลงให้ต่ำถึง 25 คน ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน ภายในปี 2573
– (3.8) บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
– (3.c) เพิ่มการใช้เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Last Updated on เมษายน 11, 2023

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

พัฒนา “พื้นที่ห้องปฏิบัติการชุมชน” เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างไรให้สำเร็จ ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ. รณรงค์ จันใด’

ชวนอ่านงานวิจัย “การสังเคราะห์กลไกและรูปแบบพื้นที่ห้องปฏิบัติการชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุ” โดย ผศ. รณรงค์ จันใด คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธร…

ชาวบ้านในชุมชนมีความเห็นอย่างไรต่อนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชวนสำรวจจากงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.ภุชงค์ เสนานุช’ เเละคณะ

ชวนอ่านงานวิจัย “การศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดย ผศ. ดร.ภุชงค์ เสนานุช ผศ.รณรงค์ จันใด และ ดร…

นวัตกรรมเพื่อสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย มีทิศทางการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุน อย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล’

ชวนอ่านงานวิจัย “ศึกษาทิศทางการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่เหมาะสมกับประเทศไทย” โดย รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล คณะวิทยาศาสตร์และ…

กระบวนการจัดซื้อและกระจายเวชภัณฑ์ มีปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ปกรณ์ เสริมสุข’

ชวนอ่านงานวิจัย “การศึกษาพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อและกระจายเวชภัณฑ์ร่วมของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” โดย รศ.ปกรณ์ เสริมสุข คณะวิทยาศาสตร์…

ค้นหา