ปริมาณก๊าซเรือนกระจกสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไร ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ดร. วาสินี วรรณศิริ’

ชวนอ่านงานวิจัย “โครงการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพื้นที่ระดับจังหวัด” โดย ดร. วาสินี วรรณศิริ สาขาภูมิศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC)

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อาทิ การทำการเกษตร การทำเหมืองแร่ การทำอุตสาหกรรม หรือการสร้างที่อยู่อาศัย กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบางกิจกรรมส่งผลให้เกิดการก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ อันเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ที่ผ่านมาองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ได้พยายามพัฒนาและส่งเสริมการจัดทำและรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยใช้ข้อมูลกิจกรรมจากรายงานสถิติข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับจังหวัดรายปี อย่างไรก็ดียังไม่ครอบคลุมทุกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามการจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในคู่มือ GPC (Global Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories) และ IPCC (IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories) และไม่สามารถแสดงถึงพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างสองช่วงเวลา รวมถึงสถิติข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด

เพื่อช่วยให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกสามารถนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามและวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างครอบคลุมและทันเวลา ดร. วาสินี จึงดำเนินการวิจัยข้างต้น โดยมี วัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 

  1. เพื่อพัฒนาและจัดทำชุดข้อมูลการใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพื้นที่
  2. เพื่อพัฒนาและจัดทำชุดข้อมูลก๊าซเรือนกระจกจากการใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพื้นที่

จึงนับว่าเป็นงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก

ดร. วาสินี ดำเนินการศึกษาด้วย วิธีการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลแผนที่ฐาน และการลงสำรวจภาคสนาม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • การวางแผนการดำเนินวิจัย ประกอบด้วย 1) ศึกษาแนวทางในการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการจัดทำข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอ้างอิงคู่มือ IPCC 2) วิเคราะห์สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินหลักในพื้นที่ศึกษา ให้สอดคล้องกับการจำแนกประเภท การใช้ประโยชน์ที่ดินตามคู่มือ IPCC และ GPC และ 3) วิเคราะห์คุณสมบัติของภาพถ่ายดาวเทียมให้สอดคล้องกับความละเอียดของการจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยคำนึงถึงปัจจัยความละเอียดเชิงพื้นที่
  • การรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลแผนที่ฐาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษา
  • การลงสำรวจภาคสนาม โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างตามการแบ่งประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
  • การจัดทำชุดข้อมูล ได้แก่ 1) การแปลตีความ และตรวจสอบความถูกต้องของการแปลตีความประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยภาพถ่ายดาวเทียม 2) จัดทำชุดข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินตามช่วงเวลารายปี 3) วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามช่วงเวลารายปี
  • การจัดทำแนวทางและเทคนิควิธีการในการติดตาม เพื่อบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินรายปีด้วยภาพถ่ายดาวเทียม
  • คำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก จากการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
  • จัดทำชุดข้อมูลปริมาณการปล่อยและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงช่วงเวลาในรูปแบบรายงาน ตาราง แผนภูมิ และแผนที่ 
  • สรุปผลการดำเนินงาน และความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ผลการศึกษารายจังหวัด กรณีตัวอย่าง อาทิ

1. จังหวัดชัยนาท: พบว่า ในปี 2560 ปี 2561 และปี 2562 มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 64,008.18 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี 138,635.12 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ 142,678.93 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ตามลำดับ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดชัยนาททั้งสามช่วงเวลา พื้นที่ป่าไม้คงเดิม มีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด -10,655.95 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี – 10,993.01 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ -11,159.06 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีตามลำดับ

2. จังหวัดราชบุรี: พบว่า ในปี 2560 และ ปี 2561 มีปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกสุทธิ -245,391.25 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี -35,494.64 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และปี 2562 มีปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 59,934.55 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ทั้งนี้ พบว่า การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดราชบุรีทั้งสามช่วงเวลา พื้นที่ป่าไม้คงเดิม มีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด -501,214.66 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี-500,078.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี -500,232.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีตามลำดับ

ผลการศึกษาในภาพรวม พบว่า การปล่อยและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินรายจังหวัด ระหว่างปี 2560 ปี 2561 และปี 2562 พบการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่า ทั้งสองจังหวัดมีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในพื้นที่ป่าไม้ รองลงมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กล่าวมานั้นเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดทำให้ภาพรวมของจังหวัดมีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกสูง ทั้งนี้ยังมีจังหวัดราชบุรี ที่พบการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกสุทธิระหว่างปี 2560 และ ปี 2561 มีการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในพื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่เกษตรกรรมเช่นกัน ขณะที่จังหวัดชัยนาท พบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดทั้งสามช่วงปี พบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดใน พื้นที่ใด ๆ เปลี่ยนเป็น พื้นที่ทุ่งหญ้า ซึ่งอาจจะเคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ปล่อยรกร้างไม่มีการเพาะปลูก

นอกจากนี้ ดร. วาสินี ยังได้เสนอแนะว่าผลการศึกษาที่ได้รับจากการดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีประโยชน์สำหรับใช้เป็นแนวทางในการประเมินสถานการณ์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับจังหวัดของประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนโครงการพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด และการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งที่นำความรู้ด้านเทคโนโลยีการรับรู้ระยะไกลเข้ามาช่วยในการประเมิน ทำให้สามารถแสดงค่าของก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบของแผนที่รวมถึงระบุแหล่งปล่อยและแหล่งกักเก็บของก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย

กล่าวโดยสรุป งานวิจัยของ ดร. วาสินี ได้ศึกษา ค้นพบ ข้อมูลสถานการณ์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดที่ศึกษา ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนรับมือการปล่อยและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังจะช่วยให้หน่วยงาน ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินโครงการที่จะช่วยลดการปล่อยหรือเพิ่มการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพ นำข้อมูลไปใช้ได้จริง และมีความสอดคล้องกับลักษณะของแต่ละพื้นที่ต่อไป

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการนำ SDGs ไปปฏิบัติในพื้นที่ ธีมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.a) สนับสุนนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมระหว่างพื้นที่เมือง รอบเมือง และชนบท โดยการเสริมความแข็งแกร่งของการวางแผนการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1)  เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืดในแผ่นดินรวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขา และเขตแห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี 2563

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Last Updated on เมษายน 11, 2023

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพผู้ใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ มีอะไรสำเร็จบ้าง ต้องขับเคลื่อนต่ออย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ.วีรบูรณ์ วิสารทสกุล’

ชวนอ่านงานวิจัย “ประเมินผลยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพผู้ใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ (คนไร้บ้าน ผู้ป่วยข้างถนน)” โดย ผศ. วีรบูรณ์ วิสารทสกุล วิทยาลัยพัฒนศาส…

ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระบบการดูเเลสุขภาพจิต เมื่อผู้ป่วยจิตเวช (คือ) คนไร้บ้าน อะไรคือปัญหาและอุปสรรค ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.นิฤมน รัตนะรัต’

ชวนอ่านงานวิจัย “ขับเคลื่อนเชิงนโยบายระบบการดูเเลให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ป่วยจิตเวชไร้บ้าน” โดย ผศ. ดร.นิฤมน รัตนะรัต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหา…

‘โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร’ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดย่อม มีกระบวนการอย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.กิตติพงศ์ ไชยนอก’

ชวนอ่านงานวิจัย “กิจกรรมการส่งเสริม พัฒนา โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร (Support Center Model) ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพ SMEs สมุนไพรเพื่อยกระดับอุตสาหกร…

เมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ รัฐมีนโยบายอย่างไร? เพื่อส่งเสริมรายได้และการจ้างงาน ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ  และคณะ’

ชวนอ่านงานวิจัย “ส่งเสริมการมีรายได้และการมีงานทำของผู้สูงอายุ ตามนโยบายประชารัฐเพื่อสังคม (E6)” ผศ. ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ และคณะ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิ…

ค้นหา