เปิดฉาก HLPF 2026  ทบทวน 5 เป้าหมาย SDGs ปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2027 

การประชุมเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (High-Level Political Forum on Sustainable Development: HLPF) ประจำปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) หรือ ‘HLPF 2026’ เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 7-15 กรกฎาคม  2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (Economic and Social Council: ECOSOC) เป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม 

การประชุม HLPF เป็นเวทีกลางของสหประชาชาติสำหรับการติดตามผลและทบทวนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนกรกฎาคมของทุกปีโดยการประชุม HLPF ปี 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญในการปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2027  (SDG Summit 2027) ซึ่งจะหารือแนวทางเร่งรัดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งก่อนถึงปี 2030 และในระยะหลังปี 2030

นับถอยหลัง HLPF 2021 – การประชุม HLPF คืออะไร ?

HLPF 2026 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีมหลัก 

“Transformative, equitable, innovative and coordinated actions for the 2030 Agenda for Sustainable Development and its Sustainable Development Goals for a sustainable future for all” หรือ “การขับเคลื่อนการดำเนินงานที่พลิกโฉม เป็นธรรม มีนวัตกรรม และประสานความร่วมมือ เพื่อบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 และเป้าหมาย SDGs สู่อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน”

ในปีนี้มีการทบทวนเจาะลึกเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งหมด 5 เป้าหมาย ได้แก่

  • SDG 6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
  • SDG 7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
  • SDG 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม
  • SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
  • SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากการประชุมตามวาระหลักดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการของการประชุม HLPF ยังได้กำหนด กิจกรรมพิเศษ (Special Events) รวม 13 กิจกรรมตลอดช่วงการประชุม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่

7 กรกฎาคม 2026

  • SDGs in Practice 2026: ถอดบทเรียน 10 ปีการขับเคลื่อน SDGs เพื่อค้นหาขีดความสามารถที่จำเป็นต่อการเร่งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 
  • การทบทวนความก้าวหน้าประจำปีของทศวรรษแห่งการขนส่งที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
  • กิจกรรมพิเศษด้าน SDG 6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล

8 กรกฎาคม 2026

  • การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับโลกสำหรับทศวรรษพลังงานยั่งยืนเพื่อทุกคนสู่ปี 2030

9 กรกฎาคม 2026

  • 2026 HESI Global Forum: การทบทวนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน
  • วันวิทยาศาสตร์ : การทำความเข้าใจและรับมือกับต้นทุนที่สูงของการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพ
  • ทิศทางนโยบายเชื่อมโยงระบบ สร้างความไว้วางใจ: ขับเคลื่อนด้านน้ำ พลังงาน นวัตกรรม และเมืองที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการนโยบาย
  • “เราประชาชน”: ร่วมกำหนดอนาคตขององค์การสหประชาชาติ (We the Peoples: Shaping the Future of the UN)

14 กรกฎาคม 2026

  • เวทีธุรกิจโลกเพื่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 
  • กิจกรรมพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการของโลก
  • เวทีรัฐสภา
  • เวทีรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลระดับภูมิภาค (Local and Regional Government :LRG) 

15 กรกฎาคม 2026

  • กิจกรรมพิเศษของเครือข่าย Local2030 Coalition เพื่อขับเคลื่อน SDGs ในระดับท้องถิ่น

กิจกรรมเหล่านี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การขนส่งที่ยั่งยืน พลังงาน น้ำ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหาร ภาคธุรกิจ ไปจนถึงบทบาทของรัฐสภาและรัฐบาลท้องถิ่นในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยังมีกิจกรรมตลอดจนตารางกิจกรรมคู่ขนานทั้งแบบ on-site และ virtual/off-site ซึ่งมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดพื้นที่ให้ 36 ประเทศนำเสนอรายงานการทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ (Voluntary National Reviews: VNRs) เพื่อสะท้อนความก้าวหน้า ความท้าทาย และแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานตามเป้าหมาย SDGs ในบริบทของแต่ละประเทศ ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ในปีนี้ไม่มีประเทศใดนำเสนอ VNR เป็นครั้งแรก โดยทั้ง 36 ประเทศเคยจัดทำรายงานมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทำให้การนำเสนอมีลักษณะของการติดตามความคืบหน้าและการถอดบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา มากกว่าการรายงานสถานการณ์เบื้องต้น ส่งผลให้เห็นภาพความท้าทายเชิงโครงสร้าง แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลง และมาตรการที่จำเป็นต่อการเร่งรัดการบรรลุ SDGs ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยประเทศที่นำเสนอส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา ประกอบด้วย 19 ประเทศจากภูมิภาคแอฟริกา 7 ประเทศจากเอเชียและแปซิฟิก 3 ประเทศจากกลุ่มยุโรปตะวันตกและประเทศอื่น ๆ (Western European and Others Group: WEOG) และ 3 ประเทศจากยุโรปตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นรัฐหมู่เกาะขนาดเล็ก (Small Island Developing States: SIDS) จำนวน 7 ประเทศ ซึ่งล้วนเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างและข้อจำกัดด้านการพัฒนาที่แตกต่างจากประเทศทั่วไป

HLPF 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามเป้าหมาย SDGs ในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายปี 2030 และเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางสู่การประชุม SDG Summit ปี 2027 ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางเร่งรัดการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของระบบพหุภาคี การปฏิรูป HLPF/ECOSOC และโครงการปฏิรูป UN80 ดังนั้น ความสำเร็จของ HLPF 2026 จึงจะไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการรับรองปฏิญญารัฐมนตรีเท่านั้น หากยังขึ้นอยู่กับการผลักดันให้ข้อเสนอและพันธกรณีต่าง ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในระดับประเทศและภูมิภาค ผ่านการระดมทรัพยากร ความร่วมมือ และการวางรากฐานของสถาปัตยกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับโลกหลังปี 2030

ติตตามข่าวสาร HLPF 2026 ได้ที่ : https://hlpf.un.org/2026 
และ VNRs ที่ : https://sustainabledevelopment.un.org/vnrs/
หรือติดตามช่องทางของ SDG Move ที่ : https://www.sdgmove.com/?tag=hlpf และ https://www.sdgmove.com/tag/vnr/

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ #SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา: HLPF Prepares to Advance Transformative, Coordinated Actions for SDGs (SDG Knowledge Hub)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

‘ยูเนสโก’ เผยเทคโนโลยี-อินเทอร์เน็ต มีผลต่อการศึกษาทั่วโลก ช่วยเข้าถึงการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน

ยูเนสโก หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เผยแพร่ผลสรุป “รายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกปี 2023 เอเชียตะวันออกเฉียง…

จุฬาฯ และ มจธ. ติดอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2021

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2021 The Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน …

อุณหภูมิที่สูงขึ้นในรัสเซียเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ทำให้ประเทศเปราะบางต่อผลกระทบของ climate change

สำนักงานอุตุนิยมวิทยามอสโก รายงาน (14 เม.ย.2564) อากาศในรัสเซียวันนี้ร้อนที่สุดในรอบกว่า 140 ปี ที่ 21 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ 20.4 องศาเซลเ…

ค้นหา