UNESCO ให้คำมั่นจะทำแผนที่พื้นมหาสมุทรให้ได้อย่างน้อย 80% ภายในปี 2573 จาก 20% ในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ การประชุมสูงสุด “มหาสมุทรหนึ่งเดียว” หรือ One Ocean Summit โดยมีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศความมุ่งมั่นว่า จะต้องทำแผนที่อย่างน้อย 80% ของพื้นมหาสมุทรหรือก้นทะเล (seabed) ให้ได้ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปัจจุบันซึ่งมีฐานอยู่ที่ 20% เท่านั้น ซึ่งยังเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป แต่เราจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ก็ด้วยหุ้นส่วนความร่วมมือของชุมชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะรัฐสมาชิก 150 ประเทศของคณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Oceanographic Commission: IOC) และภาคเอกชน

ทั้งนี้ เพื่อให้มีข้อมูลที่มากขึ้น เข้าใจมหาสมุทรมากขึ้น และสามารถปกป้องมหาสมุทรและปกป้องความเป็นอยู่ของประชากรโลกได้ดียิ่งขึ้น

การประชุมดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อระดมพลให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันดำเนินการอย่างเป็นรูปธรมในการลดผลกระทบทางลบที่มีต่อมหาสมุทร ยกระดับความมุ่งมั่นในประเด็นทางทะเลและมหาสมุทร โดยเน้นที่การปกป้องระบบนิเวศทางทะเล การทำประมงที่ยั่งยืน การต่อสู้กับมลพิษโดยเฉพาะพลาสติก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลทางทะเล (ocean governance)

ทำไมการทำแผนที่แสดงพื้นที่สูงต่ำและความลึกของพื้นมหาสมุทรจึงมีความสำคัญ? UNESCO อธิบายว่า การทำเช่นนั้นจะช่วยทำความเข้าใจพื้นที่ตั้งของรอยเลื่อนมหาสมุทร (ocean faults) เข้าใจการพัดพาของเชิงตะกอน รวมไปถึงกระแสน้ำ (currents) ในมหาสมุทรและกระแสน้ำขึ้นน้ำลง (tides) ว่ามีการทำงานอย่างไร โดยเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ เพื่อปกป้องประชากรโลกในแง่การประเมินความเสี่ยงที่จะการเกิดสึนามิ การบ่งชี้ว่าพื้นที่ธรรมชาติใดที่จำเป็นต้องได้รับการปกป้อง พื้นที่ทรัพยากรทางทะเลใดควรจะต้องได้รับการอนุรักษ์ไม่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากการทำประมงที่ไม่ยั่งยืน การวางแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐานนอกชายฝั่งที่สามารถตอบสนองต่ออุบัติภัยได้อย่างรวดเร็ว อาทิ น้ำมันรั่วในทะเล เครื่องบินตกในทะเล หรือเรือจมในทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ ทะเลและมหาสมุทรยังมีบทบาทสำคัญในการประเมินผลกระทบในอนาคตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

อันที่จริง โครงการ Seabed 2030 programme โดยความร่วมมือของ Nippon Foundation ของญี่ปุ่น UNESCO ร่วมกับองค์กรอื่น ๆ  ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีจุดหมายสำคัญของการทำแผนที่พื้นมหาสมุทรให้ได้ทั้งหมดภายในปี 2573 ซึ่งในช่วงแรก การใช้เครื่องมือโซนาร์และการเก็บข้อมูลโดยส่งเสริมให้หลายรัฐแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพื้นมหาสมุทรใกล้กับชายฝั่งของตน ช่วยทำให้เห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม คือสามารถทำแผนที่ได้ 6% ทำให้โครงการนี้เป็นหนึ่งสลักสำคัญในการขับเคลื่อนข้อมูลและพัฒนาแผนที่ดังกล่าวต่อไป โดยปัจจุบัน สามารถทำแผนที่พื้นมหาสมุทรได้แล้ว 20%

UNESCO ชี้ว่า การได้มาซึ่งแผนที่นั้น จะทำได้ดียิ่งขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย เช่นที่ตั้งแต่ทศวรรษที่ 2503 ได้ใช้เครื่องมือโซนาร์ซึ่งมีการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการพัฒนาแผนปฏิบัติการอย่างจริงจังเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ภายในปี 2573 จะต้องอาศัยองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมด้วย

  • การใช้กองเรือ 50 ลำสำหรับการทำแผนที่พื้นมหาสมุทรเป็นการเฉพาะ
  • การใช้เรือไร้คนขับ (autonomous vessels) อย่างจริงจัง
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลแผนที่ของรัฐบาลและบรรษัทต่าง ๆ
  • การใช้งบประมาณสนับสนุนโครงการทำแผนที่นี้ โดยเฉลี่ยที่ 625 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2573

ภายในปี 2566 เราจะจัดตั้งเครื่องมือติดตามระดับโลกที่สามารถรายงานความคืบหน้ารายปีของการทำแผนที่และการระบุชี้ช่องว่างที่ยังมีอยู่ แผนที่พื้นมหาสมุทรจะเป็นหนึ่งในมรดกตกทอดที่สำคัญของทศวรรษแห่งสมุทรศาสตร์ (UN Decade of the Oceans)

– Vladimir Ryabinin นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ UNESCO และเลขานุการบริหารของ IOC

นอกจากนี้ ในการประชุม One Ocean Summit เลขาธิการสหประชาชาติ António Guterres ได้เน้นย้ำว่า วิกฤตการณ์ 3 อย่างที่โลกเผชิญ ทั้งสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางธรรมชาติ และมลพิษ ทำให้ “มหาสมุทรต้องแบกรับภาระเหล่านี้เป็นอย่างมาก” และมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องทำเพื่อความยั่งยืนจากการใช้ประโยชน์ของทะเลและมหาสมุทร ทั้งการให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้สมุทรศาสตร์ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue economy) การส่งเสริมให้การขนส่งและโลจิสติกส์ทางทะเลช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ nature-based solutions เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนรอบชายฝั่งและการขจัดปัญหามลพิษทางทะเลที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์บนบก การสร้างพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย UNCLOS

จับตากิจกรรมต่อไป: UN Ocean Conference ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2565 กับบทบาทของทะเลและมหาสมุทรในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
SDG Updates | ท่ามกลางคราบน้ำมัน และ Climate Change: ทะเลและมหาสมุทรยังเป็นความหวังใหม่

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทะเลและมหาสมุทร
-(14.a) เพิ่มความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขีดความสามารถในการวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเล โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเลของคณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาล (IOC) เพื่อจะพัฒนาคุณภาพของมหาสมุทรและเพิ่มพูนให้ความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาของประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็กและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด
-(14.c) เพิ่มพูนการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินการให้เกิดผลตามกฎหมายระหว่างประเทศตามที่สะท้อนใน UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายสำหรับการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน ตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 158 ของเอกสาร The Future We Want
#SDG17 หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา:
World must ‘change track’ to protect oceans from climate crisis: Guterres (UN News)
One Ocean Summit: UNESCO pledges to have at least 80% of the seabed mapped by 2030 (UNESCO)
One Ocean Summit (IISD)
Nearly a fifth of world’s ocean floor now mapped in Seabed 2030 Project (oceanographic)

Last Updated on กุมภาพันธ์ 15, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

การศึกษาและรายได้ สัมพันธ์อายุขัยของชาวสิงคโปร์ คนเรียนสูงกว่า อายุยืนกว่า

นายกัน คิม ยอง (Gan Kim Yong) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ กล่าวว่า ชาวสิงคโปร์ที่อายุครบ 25 ปี ในปี 2019 และจบการศึกษาต่ำกว่าระด…

ไบเดนแถลงผลงาน 100 วันแรก และประกาศ 9 ข้อเสนอเพื่อพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนอเมริกัน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา กล่าวถ้อยแถลงรายงานการทำงานต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในคืนก่อนวันครบรอบ 100 วันแรกของการเข้าร…

EU ใช้งบกับ EU4Health Programme 2021 – 2027 มากกว่าที่ผ่านมาถึง 10 เท่า เตรียมพร้อมรับความท้าทายทางสุขภาพระดับภูมิภาคและระดับโลก

เป็นครั้งแรกที่สหภาพยุโรปลงทุนอย่างมหาศาลในภาคสุขภาพและที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างจริงจังกับแผน EU4Health Programme 2021-2027 ที่งบประมาณ 5.1 พันล้าน…

UNESCO เผยนักข่าว ถูกฆาตกรรมอย่างน้อย 68 รายในปี 2567 ขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศที่มีความขัดแย้ง

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization :UNESCO) หรือ ยูเนสโก รายงานว่…

ค้นหา