สิงคโปร์เตรียมออก “Green Plan 2030” พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

ถิรพร สิงห์ลอ

สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่ใส่ใจประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นอย่างมาก ด้วยบริบทของประเทศที่มีข้อจำกัด อาทิ ข้อจำกัดทางกายภาพของภูมิประเทศ การที่ไม่มีผืนแผ่นดินใหญ่ (hinterland) การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ และมีพลังงานทางเลือกที่จำกัด ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกัน ความยืดหยุ่นทนทาน (resilience) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและพลังงานย่อมมีผลกระทบต่อสิงคโปร์อย่างมีนัยสำคัญ อาทิ แหล่งอาหาร และความร้อนในชุมชนเมืองซึ่งเป็นเกาะ ทำให้สิงคโปร์เน้นการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเน้นระบบเศรษฐกิจให้คงไว้ซึ่งขีดความสามารถและศักยภาพการผลิตของประเทศ พร้อมกับการมีวิสัยทัศน์ ป่าในเมือง “city in nature” เพื่อปกป้องระบบนิเวศและพื้นที่สีเขียว

Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (Ministry of Sustainability and the Environment) ของสิงคโปร์ เผยถึงแผนระดับชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อม (Green Plan 2030) ในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา เป็นความร่วมมือผลักดันระหว่างภาครัฐและภาคการเมืองให้เป็นนโยบายหลักและเร่งด่วนอันดับแรกของรัฐบาล โดยแผนดังกล่าวมีการกำหนดเป้าหมายและเป้าประสงค์ (targets) สานต่อจากความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนแต่เดิม เพิ่มเติมประเด็นสำคัญที่สนับสนุนความยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมไปถึงการเน้นย้ำการมีพื้นที่และกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนทั้ง “3P” (People, Public, Private)  ในลักษณะ “Whole-of-nation-movement” ให้แผน กลายเป็นความจริงที่เป็นรูปธรรมด้วย “Bold-Balanced-Collective Action” แน่วแน่ที่จะทำ พิจารณา “trade-offs” ทำแล้วไม่ย้อนแย้งกัน ทำแล้วลดผลกระทบด้านลบ และเป็นการกระทำร่วม  เพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนด้วยกัน

รายละเอียดของแผนฯ ในเบื้องต้น เป็นความตั้งใจที่จะทบทวนราคาคาร์บอนภายในปี 2030 หรือตั้งอัตราภาษีคาร์บอนภายในปี 2030 ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (climate mitigation strategy) ที่สอดคล้องกับบริบทของสิงคโปร์ มีราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อส่งสัญญาณ สร้างแรงจูงใจให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พยายามรักษาและหาแหล่งพลังงานทางเลือกที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ พร้อมกับสนับสนุนให้ภาคเอกชนมี “การเงินสีเขียว” (Green financing) ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้เป็นศูนย์กลางการบริการและการค้าคาร์บอน (carbon trading and services hub) และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานและสารเคมี (Energy & Chemicals (E&C) เป็นผู้ผลิตสินค้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยหวังว่าสิงคโปร์จะมีบทบาทนำในด้านพลังงานและคาร์บอนที่จะช่วยให้โลกสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำได้  พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะผลักดัน  “Super Low Energy Buildings” เพื่อให้ตึกอาคารและบ้านเรือนมีความยั่งยืนมากขึ้นด้วยการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (green technology) ที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ดี รายละเอียดของแผนฉบับนี้จะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมภายในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป เช่นเดียวกับที่จะมีการเปิดเผยงบประมาณประจำปี 2564 ของสิงคโปร์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

แหล่งที่มา:

https://www.channelnewsasia.com/news/singapore/singapore-green-plan-climate-change-sustainability-goals-14088522

#SDGWatch #ihpp #SDG7 #SDG13 #SDG15

Last Updated on กุมภาพันธ์ 12, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

Ocean Rainforest ฟาร์มสาหร่ายทะเลช่วยลดโลกร้อน ดูแลสุขภาพท้องทะเล เพื่อสุขภาพคนที่ดี และสุขภาพหมูที่แข็งแรง

Ocean Rainforest ผู้บุกเบิกฟาร์มสาหร่ายทะเลในหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) และรัฐแคลิฟอร์เนีย กับวิสัยทัศน์การสร้าง ‘ป่าฝนใต้ท้องทะเล’ ประจำท้องถิ่นทั…

‘8 มิถุนายน วันทะเลโลก’ MSC แนะนำ 4 กิจกรรมน่าทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องมหาสมุทรอย่างยั่งยืน

เมื่อทะเลจริง ๆ อาจไม่สวยงามเหมือนทะเลใน “The Little Mermaid” เพราะกำลังถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์หลายทาง โดยเฉพาะการประมงเกินขนาดและขยะพลาสติกตัวร้ายท…

“Delivery วัคซีนโควิด-19” อย่างมีประสิทธิภาพคือปลายทางของความสำเร็จ : WTO แนะนำ 7 Checklist สำหรับการพัฒนาและนำส่งวัคซีนโควิด-19

เขียนเมื่อ 25 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

ปัจจุบันเริ่มมีการนำส่งและจ่ายแจกวัคซีนโควิด-19 แล้ว ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของการสร้างภูมิคุ้มกันโรคประก…

พลาสติกในของใช้ในบ้านอาจรบกวนระบบต่อมไร้ท่อและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา

เขียนเมื่อ 14 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

เครือข่ายกำจัดสารมลพิษนานาชาติ (International Pollutants Elimination Network: IPEN) และสมาคมที่ศึกษาเกี่ยว…

ค้นหา