งานวิจัยในแทนซาเนียพบว่า ให้วัยรุ่นชายมีส่วนร่วมในโปรแกรมสุขภาพทางเพศด้วย จะช่วยลดความรุนแรงที่จะเกิดกับผู้หญิงได้

เด็กสาวในประเทศแทนซาเนียประมาณ 60% มีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปี โดยมีหญิงวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี จำนวนน้อยกว่า 10% ที่ใช้การคุมกำเนิดสมัยใหม่ (modern contraceptive) และมีการประมาณว่าหนึ่งในสามของผู้หญิงอายุ 15-24 จะต้องเผชิญกับความรุนแรงจากคู่รักในช่วงวัยนี้

แม้ว่าจะมีมาตรการและการวิจัยด้านสาธารณสุขในประเทศแถบแอฟริกาตอนใต้ของซาฮารามาหลายทศวรรษ แต่การพัฒนาสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของวัยรุ่นก็ยังคงทำได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อการวางแผนครอบครัวและโครงการด้านสุขภาพนี้ เน้นไปที่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานและผู้หญิงเท่านั้นเป็นหลัก

งานวิจัยล่าสุดของ Manisha Shah & Jennifer Seager ได้กำหนดมาตรการแทรกแซงเพื่อทำการวิจัยด้านการพัฒนาสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธ์ให้เด็กหญิงและวัยรุ่นเพศหญิงในวัย 11-22 ปี โดยผู้วิจัยได้ทำงานร่วมกับ BRAC องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศที่ดำเนินงานใน 11 ประเทศรวมถึงแทนซาเนีย

ผู้วิจัยทำงานกับวัยรุ่นประมาณ 4,500 คน ในแทนซาเนีย (ผู้หญิง 3,000 คนและผู้ชาย 1,500 คน) ระหว่างปี 2016 – 2020 เพื่อวิเคราะห์ผลที่ได้จากมาตรการแทรกแซงสามประการต่อไปนี้

  • กิจกรรมแบบกำหนดเป้าหมาย (a goal-setting activity) สำหรับวัยรุ่นหญิงเพื่อการมีสุขภาพที่ดีและปราศจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และ HIV กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้วิจัยประเมินบทบาทของปัจจัยด้านพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยและเลือกคู่นอนที่ไม่มีโรคติดต่อ
  • โปรแกรมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและเสริมสร้างพลัง (empowerment) ของคู่ฝ่ายชายผ่านกิจกรรมฟุตบอล กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้วิจัยทดสอบว่าผลลัพธ์ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของวัยรุ่นหญิงจะดีขึ้นหรือไม่ หากให้ฝ่ายชายมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วย
  • ให้มีการเข้าถึงการคุมกำเนิดสมัยใหม่ได้ฟรี มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้วิจัยทดสอบได้ว่า หากไม่มีการเปลี่ยนบรรทัดฐานพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย การเข้าถึงการคุมกำเนิดสมัยใหม่ได้ฟรีจะสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

ผลการศึกษาที่สำคัญและจะเป็นประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบาย องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป มีดังนี้

ประการแรก การมีส่วนร่วมของวัยรุ่นชายช่วยลดความรุนแรงต่อคู่รักและช่วยปรับทัศนคติของผู้ชายเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง ประการที่สอง วัยรุ่นได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมคาดการณ์ไปข้างหน้า (forward-looking behavior) เพิ่มความรู้สึกของพลังความสามารถของตน (personal agency) ในการสร้างทางเลือกที่ดีขึ้นเมื่อมีความสัมพันธ์ทางเพศ ประการที่สาม การให้บริการการคุมกำเนิดเพียงอย่างเดียวโดยไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทั้งสำหรับเพศหญิงและเพศชาย อาจไม่ช่วยพัฒนาสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์สำหรับวัยรุ่นได้เสมอไป

สุขภาพทางเพศ อนามัยเจริญพันธุ์ และความรุนแรงต่อผู้หญิง อยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น อนามัยการเจริญพันธุ์และการวางแผนครอบครัว (3.7)
- SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ ในประเด็น ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและเด็กหญิง (5.2)

ที่มา: The Conversation

Last Updated on เมษายน 22, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

56 มหาวิทยาลัยจาก 30 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมผู้นำมหาวิทยาลัยระดับโลก กับบทบาทนำขับเคลื่อน SDGs

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย Zhejiang ของจีน จัดงาน (ออนไลน์) ‘บทบาทของมหาวิทยาลัยในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030’ (Role of Univers…

ซาอุดิอาระเบียออกนโยบายและแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วย ‘การป้องกันแรงงานเด็ก’ พร้อมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิเด็กในมิติอื่น

ต้นสัปดาห์นี้ คณะรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียได้อนุมัตินโยบายแห่งชาติและแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการป้องกันแรงงานเด็ก โดยอายุขั้นต่ำที่สามารถทำงานได้คื…

ไฟไหม้ดอยช้าง ซ้ำเติมวิกฤติ PM2.5 ภาคเหนือ จนถึงตอนนี้ภาคส่วนต่าง ๆ เคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง?

ตั้งแต่คืนวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้บริเวณจุดชมวิวและสุสานบนดอยช้างพื้นที่ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ล่…

งานวิจัยพบว่า เด็กวัยเรียนในสหราชอาณาจักรที่บริโภคผักและผลไม้มากกว่า มีสุขภาวะทางจิตที่ดีกว่า

การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนกว่า อุดมไปด้วยผักผลไม้ และการรับประทานอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่ดีต่อสุขภาพของเด็กวัยเรียน สัมพันธ์กั…

ค้นหา