นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้ WHO เข้มงวดการแบนยาฆ่าแมลงขึ้น เพื่อลดอัตราฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะในประเทศที่ทำการเกษตรเป็นหลัก

นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้มีการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการเสียชีวิตที่เกิดจากรับสารพิษผ่านการรับประทานโดยเจตนา

ศาสตราจารย์ Michael Roberts หนึ่งในทีมผู้วิจัยการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Lancet Global Health ได้แสดงข้อมูลให้เห็นว่า ในขณะที่การเสียชีวิตจากพิษของยาฆ่าแมลงลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การฆ่าตัวตายด้วยการกิน/ดื่มสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในห้าของการฆ่าตัวตายทั่วโลก ยังเป็นวิธีการฆ่าตัวตายลำดับต้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่ทำการเกษตรเป็นหลัก

การศึกษาที่ได้รับทุนจากสภาวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติ ประเทศออสเตรเลีย (National Health and Medical Research Council) นี้ได้ระบุถึงความคาดเคลื่อนของการจำแนกระดับความอันตรายจากสารกำจัดศัตรูพืชขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ใช้ข้อมูลปริมาณสารพิษที่วิเคราะห์ได้จากสัตว์มากกว่าข้อมูลที่มาจากมนุษย์ ด้วยเหตุนี้จึงยังคงมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชทั่วไปอีก 5 ชนิดที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการรับสารพิษด้วยตนเอง (self-poisoniing) คิดเป็นสัดส่วนถึงสองในสามของการฆ่าตัวตายในภูมิภาค

ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการบริโภคสารกำจัดศัตรูพืชโดยเจตนามากกว่า 150,000 คน ซึ่งก่อนหน้าที่สารเคมีบางชนิดจะถูกห้ามใช้ มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงกว่านี้มาก โดยอยู่ที่ 260,000 คนต่อปี

ศาสตราจารย์ Roberts ได้ศึกษาอันตรายจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศศรีลังกา โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตจากการรับสารพิษในพื้นที่ชนบทระหว่างปี 2002-2019 โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากกินยาฆ่าแมลงด้วยตนเองมีทั้งหมดประมาณ 35,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายอายุ 20 ปลายๆ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยร้อยละ 6.6 เสียชีวิต

สารพิษที่ถูกใช้มากที่สุด 3 ชนิด คือ พาราควอต (paraquat) ไดเมทโธเอต (dimethoate) และเฟนไธออน (fenthion) ซึ่งสารทั้งหมดได้ถูกแบนภายในปี 2011 ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากการรับสารพิษลดลอย่างมาก แต่ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาก็ยังมีสารกำจัดศัตรูพืชทั่วไปอีก 5 ชนิดที่ WHO ยังคงอนุญาตให้ใช้ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิต 24% จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่ศึกษา

ศาสตราจารย์ Roberts เรียกร้องให้ WHO จำแนกและควบคุมสารพิษทั่วโลกใช้ข้อมูลความเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์มากำหนดเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการรับสารพิษที่ใช้ในการเกษตรและลดอัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลก โดยเฉพาะในหลายประเทศที่ทำการเกษตรเป็นหลัก และออกข้อกำหนดห้ามการใช้สารกำจัดศัตรูพืชทั้งหมดที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าร้อยละห้า (จากการศึกษา ผู้ป่วยที่รับสารพาราควอท ซึ่งถูกแบนไปแล้ว มีอัตราการเสียชีวิต 41.8% และสารกำจัดศัตรูพืชที่ยังอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน มีอัตราการเสียชีวิต 7.2–8.6%)

การเสียชีวิตโดยการได้รับสารพิษ ทั้งโดยไม่เจตนา และเจตนาเพื่อฆ่าตัวตาย อยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนสุขภาพจิต (3.4) และ ลดการตายและป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษต่างๆ (3.9) 

ที่มา : MirageNews

Last Updated on พฤษภาคม 7, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ลอสแองเจอลิสเร่งแก้ปัญหาผู้หญิงยากจน

LA COUNTY SUPERVISORS PUSH FOR INITIATIVE TO HELP WOMEN IN POVERTY

ที่มา : abc7.com

the

รายงาน WHO ชี้ประชากร 2.1 พันล้านคนทั่วโลกยังเข้าไม่ถึงน้ำดื่มที่สะอาด เเละกว่า 106 ล้าน ต้องพึ่งเเหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังไม่บำบัดให้ปลอดภัย

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Children’s Fund) หรือยูนิเซฟ ได…

ชวนสำรวจ SDG Profile 15 จังหวัดนำร่องของไทยพัฒนาได้ยั่งยืนแค่ไหน EP.3 (นครราชสีมา – อุบลราชธานี – อุดรธานี) 

การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิด “SDG Localization” นับว่าเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้วยกร…

ฝุ่น PM2.5 อีกภัยคุกคามก่อโรค ‘มะเร็งปอด’ หวั่นกระทบสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเชียงใหม่ครองค่าฝุ่นติดอันดับโลก

“ฝุ่น PM2.5 ทำให้คนป่วยเป็นมะเร็งปอด” นับเป็นประเด็นสำคัญที่ในสังคมและโลกออนไลน์ ให้ความสนใจกันอย่างมาก ณ ขณะนี้ โดยหลังจากกรณี นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล…

ค้นหา