งานวิจัยเผย ‘ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้’ เป็นตัวผลักให้เกิดการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Science Advances พบว่า ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมามีการซื้อขายสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายมากกว่า 420 ล้านตัว ใน 226 ประเทศทั่วโลก นักวิจัยระบุว่าความเหลื่อมล้ำด้านรายได้เป็นตัวผลักดันให้เกิดการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการค้าสัตว์ป่าตั้งแต่ปี 1998 ถึง 2018 พบว่า รูปแบบการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ คือ การส่งออกจากประเทศที่มีรายได้น้อยไปยังประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูง ตัวอย่างเช่น การค้ากบป่าระหว่างมาดากัสการ์และสหรัฐอเมริกา และการขนย้ายปลาหายากจากไทยไปยังฮ่องกง และในตลอดช่วงเวลาดังกล่าวเครือข่ายการค้าสัตว์ป่าก็ขยายตัวมากขึ้น

ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่ารายใหญ่ที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย จาเมกา และฮอนดูรัส ขณะที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด โดยมีฝรั่งเศสและอิตาลีเป็นอันดับสองและสาม

Jia Huan Liew นักวิจัยหลักของการศึกษา จาก Hong Kong University ให้เหตุผลต่อรูปแบบการค้านี้ว่า เป็นเพราะในข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการห้ามการค้าสัตว์ป่าที่มีอยู่ในปัจจุบันขาดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีศักยภาพมากพอ และมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีกองทุนที่มาจากเงินของประเทศที่มีรายได้สูงซึ่งเป็นประเทศนำเข้าสัตว์ผิดกฎหมายส่วนใหญ่ นำมาจ่ายให้แก่ประเทศที่มีรายได้ต่ำเพื่อเป็นแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่า ลดการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายในห้วงเวลาที่กำหนด และหากประเทศใดบรรลุเป้าหมายก็จะได้รับจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

การค้าสัตว์ป่าและพืชป่าระหว่างประเทศถือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบัน โลกมีอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ควบคุมการค้าสัตว์ป่าที่สำคัญ คือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกลจ้ะสูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือ ไซเตส (CITES) ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2518 ปัจจุบันไซเตสมีภาคีทั้งสิ้น 183 ประเทศสมาชิก โดยไทยให้สัตยาบันเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2526

อ่านเพิ่มเติม : งานวิจัยชี้ ไทยยังเป็นเส้นทาง “การค้าสัตว์ป่า” ของเอเชีย

การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย โดยมีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้เป็นแรงผลักดัน เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG15 ระบบนิเวศบนบก ในประเด็น ยุติการล่าและขนย้ายพันธุ์พืชและสัตว์คุ้มครองอย่างผิดกฎหมาย (15.7)
- SDG 10 ลดความเหลื่อมล้ำ

ที่มา: BBC

Last Updated on มิถุนายน 1, 2021

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

โครงการนำร่อง พ่นเอนไซม์ย่อยตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว ช่วยเป็นปุ๋ยให้ดินและลดปัญหาฝุ่นพิษในอินเดีย

เกษตรกรในรัฐหรยาณาและรัฐปัญจาบ ประเทศอินเดีย เข้าร่วมโครงการนำร่องการใช้เอนไซม์ช่วยย่อยตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นทางเลือกแทนการเผาซึ่งเป็น…

WMO ยืนยัน “ปี 2567 ร้อนที่สุด” เท่าที่มีการบันทึกมา เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกทำแผนระดับชาติด้านสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่

วันที่ 10 มกราคม 2568 ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) เปิดเผยข้อมูลยืนยันว่าปี 2567 เป็นปี…

‘มิลาน’ พลิกโฉมพื้นที่จอดรถทั่วเมืองให้เป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ภายในคืนเดียว

พื้นที่สาธารณะ (public space) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเมือง รัฐบาลหลายประเทศได้หันมาให้ความสนใจกับการสร้างพื้นที่สาธารณะให้ผู้คนได้มาใช้ป…

อ่าวมาหยาเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง 1 ม.ค. 65 นี้ พร้อมโมเดลการจัดการใหม่ เพื่อควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเปิดพื้นที่อ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ รับการท่องเที่ยวอีกครั้ง…

ค้นหา