‘ความยั่งยืน’ ไม่ได้มีแต่ประเทศร่ำรวยที่แคร์ เมื่อผู้คนจากประเทศ Emerging Markets ให้ความสำคัญกับธรรมชาติมากขึ้นเช่นกัน

สัตว์และพืชกว่า 1 ล้านสปีชีส์ตกอยู่ในความเสี่ยงของการสูญพันธุ์อันเป็นผลมาจากการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยละเลยธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ประเด็นการสูญพันธุ์ การตัดไม้ทำลายป่า หรือการทำประมงเกินขนาด ต่างเป็นความห่วงกังวลอยู่ในกระแสตามหน้าข่าวสารและการถกแถลงของสังคมที่มีมากขึ้น

Economist Intelligence Unit (EIU) ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเทรนด์การค้นหาใน Google เรื่องการสูญเสียธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ปรากฏตามหน้าข่าว รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ ระหว่างปี 2559 – 2563 ใน 54 ประเทศ ครอบคลุม 80% ของประชากรโลก พบว่า เฉพาะ Google ช่องทางเดียว คิดเป็นการค้นหาในโลกเพิ่มขึ้น 16% ตั้งแต่ปี 2559 โดยเฉพาะจากฝากเอเชีย ที่มีการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 190% ในอินเดีย, 88% ในปากีสถาน, และ 53% ในอินโดนีเซีย

หากสำรวจกระแสความสนใจของผู้คนผ่านข้อความในทวิตเตอร์ ส่วนใหญ่พบว่าบทสนทนาว่าด้วยเรื่องการสูญเสียธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวิภาพ พุ่งทะยานสูงขึ้นในบรรดาประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) คิดเป็น 65% ตั้งแต่ปี 2559 : ที่ 38% ในภูมิภาคเอเชีย, 53% ในแถบแอฟริกาซับซาฮารา, 136% ระหว่างปี 2559 – 2562 ในภูมิภาคอเมริกาใต้ โดยสำหรับอินเดีย มีจำนวนทวีตเพิ่มขึ้นถึง 550% จาก 230,020 ทวีตในปี 2559 เป็น 1.5 ล้านทวีตในปี 2563

ขณะที่บทสนทนาเกี่ยวกับประเด็น ‘สินค้าที่ยั่งยืน’ มีเพิ่มสูงขึ้นถึง 71% ตั้งแต่ปี 2559 โดยที่ประเทศซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ก็มีความต้องการบริโภคสินค้าที่คำนึงถึงความยั่งยืนไม่ต่างจากประเทศที่ร่ำรวย (อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ เยอรมัน ออสเตรเลีย และแคนาดา) เช่นที่ 41% ของผู้บริโภคในจีนต้องการใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และในอินเดีย สินค้าที่บ่งชี้ว่าทำมาจากธรรมชาติหรือ ‘ออร์แกนิก’ ขายดีขึ้น 13% ตั้งแต่ปี 2561

จนอาจกล่าวได้ว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นประเด็นที่ประเทศที่ร่ำรวยใส่ใจแต่เพียงเท่านั้น แต่ ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ เหล่านี้ก็ตระหนักถึงความสำคัญและแสดงออกถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดการปัญหา-เรียกร้องให้รัฐบาลและภาคเอกชนคำนึงถึงเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

และเมื่อความใส่ใจและความกังวลมีขึ้นมาก การเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากหลายภาคส่วนของสังคมก็มีมากตามไปด้วย

บรรดาผู้ที่มีบทบาทในสังคม (influencers) ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักแสดง ผู้นำทางศาสนา ต่างใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ พูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมผ่านข้อความที่สามารถเป็นกระบอกเสียงส่งถึงผู้คนเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลก ในแง่นี้ ผู้ที่มีบทบาทในสังคม สื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ล้วนเป็น ‘ปัจจัยสำคัญ’ ของการขับเคลื่อนประเด็นทางสิ่งแวดล้อม เช่นที่ปัจจุบัน ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด ข่าวสารของในแต่ละวันได้แสดงความเชื่อมโยงของสถานการณ์โรคระบาด ไฟป่า และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าการกระทำ/กิจกรรมของมนุษย์ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นไปของโลกอย่างไร

ขณะเดียวกัน ทางฝากธุรกิจ อาทิ ภาคอาหาร เครื่องสำอาง และยารักษาโรค ก็ได้มีการเริ่มปรับแนวปฏิบัติที่เป็นการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพด้วยเช่นกัน โดยในปี 2563 มีจำนวนมากขึ้น 45% จากปี 2559 เช่นเดียวกับ 60% ของแบรนด์ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมแฟชั่นในอเมริกาเหนือและยุโรปก็ได้เดินหน้าส่งเสริมมาตรการด้าน ‘ความยั่งยืนด้วย’ และยกให้ ‘ความยั่งยืน’ เป็นหนึ่งในอันดับความสำคัญลำดับต้นในปี 2563 ด้วย

● เข้าถึงการศึกษาได้ที่ : THE ECO-WAKENING

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
– (12.6) สนับสนุนให้ ‘บริษัทเอกชน’ บริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงในวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
– (12.7) ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างของ ‘ภาครัฐ’ ที่ยั่งยืนตามนโยบายและการให้ลำดับความความสำคัญของประเทศ
#SDG15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญพันธ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม

แหล่งที่มา:
https://www.weforum.org/agenda/2021/05/concern-over-nature-loss-surging-in-developing-nations-online-trends-show/

Last Updated on มิถุนายน 11, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

รายงานวิกฤตการณ์อาหารโลกปี 2568 มีประชากรกว่า 295 ล้านคน เผชิญ ‘ความหิวโหยขั้นรุนแรง’ จากเหตุความขัดแย้ง เศรษฐกิจถดถอย และการพลัดถิ่น

รายงานวิกฤตการณ์อาหารโลก ฉบับปี 2568 (Global Report on Food Crises :GRFC 2025) เปิดเผยว่าในปี 2567 มีประชากรกว่า 295.3 ล้านคน

The Body Shop ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เปิดตัว ‘Refill stations’ วางแผนติดตั้งทุกสาขาทั่วสหรัฐฯ หวังช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติก

หลายคนคงคุ้นเคยชื่อกันเป็นอย่างดีกับแบรนด์ “The Body Shop” ผลิตภัณฑ์ด้านความงามสัญชาติอังกฤษ ซึ่งไม่ได้มีความโดดเด่นในด้านความงามเพียงเท่านั้น แต่ Th…

CCAC ริเริ่มการระดมความร่วมมือ ในการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อสร้าง ‘อากาศสะอาด’ ให้แก่โลก

การประชุมรัฐมนตรีประจำปีของโครงการความร่วมมือเรื่องสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาด (Climate and Clean Air Coalition: CCAC) โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประช…

โลกต้องใช้เงินลงทุนกับ ‘Nature-based Solutions’ มากกว่าเดิม 3 เท่าภายในปี 2573 เพื่อสุขภาวะที่ดีของเราและโลก

สถานภาพของระบบนิเวศปัจจุบันที่เสื่อมโทรมเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ที่เน้น ‘การเติบโตเศรษฐกิจ’ เป็นเป้าหมายมากกว่าคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะไม่สามาร…

ค้นหา