นักเรียนเป็นศูนย์กลางและมีทักษะการให้เหตุผลในปัญหาที่ซับซ้อน: กุญแจฟื้นวิชาความเป็นพลเมืองสู่การมีส่วนร่วมที่แข็งขันในสังคม

Civic Engagement & SDGs
การมีส่วนร่วมของพลเมืองและการพัฒนาที่ยั่งยืน

การมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยหุ้นส่วนการพัฒนาจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม-ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาควิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนพลเมืองทุกคนที่เสียงสะท้อนและความคิดเห็นสามารถส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกมิติ เรียกได้ว่าแม้แต่วาระการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ ‘เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน’ ทั้งนี้ โดยตระหนักว่านโยบาย/ยุทธศาสตร์และการถ่ายระดับสู่การปฏิบัติ ล้วนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน


Akilah Lyons-Moore ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการศึกษาทางคลินิกประจำ USC Rossier School of Education สหรัฐฯ เขียนถึงวิธีการฟื้นคืนวิชาความเป็นพลเมืองในสังคมประชาธิปไตยให้เป็นผลในสังคมได้จริง ใน Revitalize Civics Education By Connecting Real-World Action to the Classroom เอาไว้ว่า ต้องเริ่มจากการเชื่อมห้องเรียนกับสิ่งที่เกิดขึ้นและมีการลงมือทำในโลกเข้าด้วยกัน เพราะชุมชนที่นักเรียนอาศัยและเติบโต เป็นเรื่องราว ประสบการณ์ และภูมิหลังที่ก่อร่างให้สามารถเข้าใจและเข้าถึงวิชาความเป็นพลเมืองหรือการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง (civic education) ได้ ไม่ใช่รูปแบบการศึกษาความเป็นพลเมืองดั้งเดิมที่มักเป็นการเรียนจากหน้าหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ซึ่งเต็มไปด้วยชื่อบุคคล วันที่ สถานที่ และเหตุการณ์สำคัญ แต่ไม่สามารถยึดโยงกับความเป็นชุมชน หรือทำให้เห็นความเชื่อมโยงกับประเทศและโลกได้ จึงไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งของวิชาและสร้างพลเมืองได้จริง กล่าวคือ จะไม่สามารถผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในวิชาและในภายภาคหน้าในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นและสร้างการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ในห้องเรียนจะต้องสอนว่ารัฐบาลทำงานอย่างไร ประชาชนจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างไร นิยามของประชาธิปไตยคืออะไร ซึ่ง Akilah Lyons-Moore ก็มีตัวอย่างที่ใช้ในวิชาความเป็นพลเมือง โดยได้เชื่อมโยงประเด็นหลัก ๆ อาทิ รัฐบาลและการเมือง ข้อถกเถียง (debate) กระบวนการหารือ (dialogue) ความร่วมมือ การโหวต และการทำงาน ที่ล้วนมีส่วนพัฒนาชุมชนและเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะเดียวกับที่ให้นักเรียนตระหนักว่านโยบายที่ออกโดยหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นและรัฐบาลนั้น มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนด้วย

โดยให้นักเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงมุมมอง ความคิดเห็น หรือแลกเปลี่ยนเหตุการณ์ที่เผชิญจริงในประเด็นเหล่านี้ และให้นักเรียนได้ซึมซับการลงมือทำจริงและความสำคัญของเสียงของพลเมืองที่สามารถเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะในการถกเถียงหรือกระบวนการหารือที่จะนำไปสู่ความพยายามรับฟังและเข้าใจมุมมองของทุกฝ่าย รวมถึงเรียกร้องให้แสดงความรับผิดรับชอบ (accountability) ไปจนถึงหาวิธีประณีประนอมหรือฉันทามติได้ และนั่นเป็นสิ่งที่วิชาพลเมืองจะต้องถ่ายทอดออกไป

อนึ่ง การที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลางดังกล่าว ถือเป็นการช่วยยืนยันหรือแก้ปัญหาการแพร่กระจายข่าวลวง/ข่าวเท็จ/ข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้นจากหนังสือเรียนหรืออินเตอร์เน็ต/โซเชียลมีเดียได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ รายงาน ‘Educating for Civic Reasoning and Discourse’ ที่จัดทำโดยองค์การไม่แสวงผลกำไร National Academy of Education ในสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาด้วยงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง ยังได้ระบุถึงแนวทางการพัฒนาวิชาความเป็นพลเมืองไปในทิศทางเดียวกัน

โดยเพิ่มเติมจุดสำคัญอีกประการคือ นอกจากจะสร้างและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเยาวชนแล้ว จะต้องเน้นให้มีการถกแถลง/บทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่มีความซับซ้อน อ้างอิงด้วยหลักฐาน โดยให้ขยายระยะเวลาของการศึกษาที่ครอบคลุมระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อยกระดับความสามารถในการให้เหตุผลซึ่งรวมถึงการชั่งน้ำหนักมิติทางการเมือง ศีลธรรม และคุณค่าของประชาธิปไตย ความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่จะส่งผลต่อชีวิตของพลเมืองในสังคมทุกคน และทักษะความรู้ความอ่านทางการเมือง เพื่อที่จะนำไปสู่หนทางแก้ไขที่ตอบสนองต่อความท้าทายและความต้องการของส่วนรวมได้ (collective needs) ซึ่งเป็นทักษะรากฐานของการสร้างสังคมประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ นักเรียนจะต้องตระหนักว่า ‘ไม่มีคำถามใดที่สามารถตอบได้ด้วยคำอธิบายเดียว’

ตัวอย่างของคำถามที่แสดงถึงความซับซ้อน และควรใช้ในวิชาความเป็นพลเมือง มีอาทิ

  • เราจะสามารถทะลายความตึงเครียดระหว่างการใช้อำนาจของรัฐบาลในทุกระดับ (รัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ รัฐบาลท้องถิ่น รัฐบาลของชนเผ่า) เพื่อปกป้องความเป็นอยู่ที่ดีของส่วนร่วม โดยที่ยังคงไว้ซึ่งสิทธิส่วนบุคคลได้อย่างไร อาทิ ในกรณีของการขอให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยในช่วงโรคระบาด หรือ ขอให้เด็กและผู้ใหญ่ฉีดวัคซีน
  • ในการต่อสู้กับวิกฤติสาธารณสุขหรือปกป้องเขตแดน/พรมแดนของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลในแต่ละระดับและการลงมือทำเพื่อส่วนรวมควรเป็นอย่างไร?

ประเด็น Civic Education เกี่ยวข้องกับ
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม
-(4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความนิยมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและในส่วนร่วมของวัฒนธรรมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573
#SDG16 สังคมมีสันติภาพ ครอบคลุม มีความยุติธรรม
-(16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดรับชอบและโปร่งใสในทุกระดับ-(16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

แหล่งที่มา:
Revitalize Civics Education By Connecting Real-World Action to the Classroom (USC – University of Southern California)
What civics education should really look like (washintonpost)

Last Updated on สิงหาคม 7, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

SDG Recommends | จากพลังงานสะอาดสู่ความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม ฟังนานาประเด็นสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนกับ GreenBiz 350

พบกับคอลัมน์ SDG Recommends เช่นเดิม เพิ่มเติมคือปรับลุคใหม่ ชวนติดตามประเด็นใน SDGs กับการ ‘อ่าน – ดู – ฟัง’ หาความยั่งยืนในทุกแง่มุม

ฟัง

Global Women’s Health Index ครั้งแรกของดัชนีชี้สุขภาพของผู้หญิงจากหลากมิติ

สุขภาพของผู้หญิงต้องพิจารณาจากหลากมิติ (multidimensional) บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพ Hologic จึงร่วมกับ Gallup World Poll พัฒนาตัวชี้วัดเพื่อศึกษาสุขภ…

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาปี 2565 เพื่อผลักดันชาวแอฟริกันให้พ้นจาก ‘ความยากจน’

หากไม่มีการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 ผู้คนอย่างน้อย 492 ล้านคน จะต้องตกอยู่ภายใต้ ‘ความยากจนขั้นรุนแรง’ (extreme poverty) และอีก…

SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนเมษายน 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่ 12 เมษายน – 20 เมษายน 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใ…

ค้นหา