ชุดอาหารเช้าในเมืองไอจิ: จานอาหารสะท้อนเมืองที่โอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

  • จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากกรุงโตเกียว นับว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในประเทศ
  • อาหารเช้า เป็นหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนจากวัฒนธรรมของผู้คน อาหารเช้าจากหลากหลายประเทศในชุมชนต่างชาติจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนท้องถิ่นได้เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
  • สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่เราก็ยังเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมง่าย ๆ จากกิจกรรมแรกของวันในชุมชน

จากข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ทำการสำรวจในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 พบว่า จังหวัดไอจิมีประชากรชาวต่างชาติจำนวนมากถึง 269,685 คน เมื่อเทียบกับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประชากรชาวต่างชาติ จำนวน 541,807 คน โดยจำนวนประชากรชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดไอจิมากที่สุด 3 อันดับ คือ ชาวบราซิล จำนวนประมาณ 60,000 คน ตามมาด้วยชาวจีน จำนวน 46,000 คน และชาวเวียดนาม จำนวน 44,000 คน

สิ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เราสำหรับการเริ่มต้นในแต่ละวันคืออาหารเช้า ในประเทศญี่ปุ่น เราสามารถพบเมนู “ชุดอาหารเช้า” ได้ทั่วไปตามร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร หากกล่าวถึงเมนูทั่วไปในชุดอาหารเช้า จะประกอบไปด้วยขนมปังปิ้งและไข่ แต่ในชุมชนชาวต่างชาติของจังหวัดไอจิ การรับประทานอาหารเช้าในคาเฟ่ หรือร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดสัมผัสประสบการณ์ลิ้มรสอาหารนานาชาติที่มีความแปลกใหม่ แต่สถานที่เหล่านี้ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างการเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อีกด้วย ทั้งนี้ Yuko Kawaguchi ประธานองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานสนับสนุนชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ความเห็นเช่นกันว่า “บางประเทศมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารเช้านอกบ้าน ซึ่งสิ่งนี้เข้ากับวัฒนธรรมอาหารเช้าที่จังหวัดไอจิได้เป็นอย่างดี”

การเติบโตของร้านขายอาหารเช้านานาชาติในจังหวัดแสดงให้เห็นการผนวกรวมวิถีชีวิตที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับวิถีชีวิตในชุมชนดั้งเดิมเป็นอย่างดีผ่านอาหารมื้อแรกของวัน “อาหารเช้า” จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือซึ่งช่วยเสริมพลังความสร้างสรรค์ให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกิดความเข้มแข็งและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกต่อไป อีกทั้งการเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมตั้งแต่ในระดับชุมชน เป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับและเคารพความแตกต่างหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อประชากรส่วนใหญ่ในอนาคตจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเมืองและพลวัตของการเคลื่อนย้ายของประชากรจากซีกโลกอื่นเกิดขึ้นรวดเร็วมากขึ้น การพัฒนาและออกแบบเมืองจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงและเข้าใจบริบทความซับซ้อนของคนทุกคนอย่างมีส่วนร่วม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

ราสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหาร ไม่ว่าเป็นวัตถุดิบ เครื่องปรุง วิถีการกิน หรือความเป็นอยู่ได้อย่างไร

จากบทความ Multinational breakfast specials reflect Aichi’s growing international community เผยแพร่ใน The Japan Times โดย Maiko Sukano ได้พาเราไปเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านอาหารในชุมชนแห่งนี้จากเรื่องราวของ Kazuyuki Suzuki เจ้าของร้านเบเกอรี่ Yunus เจ้าของร้านกาแฟ และ Thao Suzuki เจ้าของร้านเวียดนาม

Kazuyuki Suzuki เจ้าของร้านเบเกอรี่ คาเฟ่สไตล์เยอรมันเลือกใช้วัตถุดิบทำอาหารจานเด่นเยอรมันจากท้องถิ่นผสมผสานเข้ากับเทคนิคกรรมวิธีปรุงอาหารเฉพาะของชาตินั้น ๆ

Yunus ชาวตุรกีที่มาอาศัยและเปิดคาเฟ่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น เล่าถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวตุรกีที่มีความคล้ายคลึงกับชาวญี่ปุ่น คือ ให้ความสำคัญกับมื้ออาหารพร้อมครอบครัวและเพื่อนฝูง และอาหารเช้ามื้อใหญ่ อีกทั้งอาหารตุรกียังมีการผสมผสานระหว่างความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนและอารบิกอีกด้วย

และ Thao Suzuki ชาวเวียดนามที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เธอได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเวียดนามและกลายเป็นร้านที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะเมนู บั๊ญหมี่ (bánh mì) หรือแซนด์วิชเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารฝรั่งเศส และร้านของ Thao ยังได้เปิดห้องเรียนสำหรับการสอนทำอาหารเวียดนาม สองครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะยังดำเนินต่อไป ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องที่ยาก แต่เราก็สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติได้จากชุมชนท้องถิ่น Thao เจ้าของร้านเวียดนามได้กล่าวว่า “อยากให้ทุก ๆ คนรู้สึกเหมือนได้อยู่ที่ประเทศเวียดนาม แม้ว่าจะมีอุปสรรคการเดินทางเนื่องจากโควิด-19”

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึง การศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา:
Multinational breakfast specials reflect Aichi’s growing international community (The Japan Times)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on กันยายน 26, 2022

Author

  • Phongnarin Sukcham

    Knowledge Communication | ผู้ชอบสำรวจการ "ข้าม" วัฒนธรรมของตนเองและสังคม แต่ไม่มองข้ามความอยุติธรรมที่ฉุดรั้งการพัฒนา

ผู้เขียน

  • Phongnarin Sukcham

    Knowledge Communication | ผู้ชอบสำรวจการ "ข้าม" วัฒนธรรมของตนเองและสังคม แต่ไม่มองข้ามความอยุติธรรมที่ฉุดรั้งการพัฒนา

    View all posts

RELATED

NASDAQ ประกาศข้อกำหนด Board Diversity Rule เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเชื้อชาติและเพศในบอร์ดบริหาร

ข้อกำหนดใหม่ให้บริษัทที่จดทะเบียนใน NASDAQ จะต้องเปิดเผยข้อมูลความหลากหลายทางเพศและเชื้อชาติของคณะกรรมบริหารบริษัท และบริษัทที่ไม่สามารถทำตามข้อกำหนด…

แคมเปญ CopenPay ให้รางวัลนักท่องเที่ยวสาย eco เที่ยวโคเปนเฮเกนแล้ว ‘เก็บขยะ – ใช้ขนส่งสาธารณะ’ แลกฟรีกาแฟ อาหารกลางวัน ส่วนลดค่าเข้าชม

องค์การการท่องเที่ยวโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ‘Wonderful Copenhagen’ ออกแคมเปญให้รางวัลนักท่องเที่ยวนักเดินทางที่ร่วมลงแรงทำกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่ง…

SDGs in Action | “Reef Guardian Thailand” อาสาสมัครชาวบ้านที่มีอนาคตของลูกหลานเป็นเดิมพัน แม้ในวันที่ขาดคลื่น (เงินทุน) หนุน ก็พร้อมปรับตัวเพื่อต่อลมหายใจนิเวศทะเลไทย

“แนวปะการังคือหม้อข้าวของเรา ถ้าเราทุบหม้อข้าวตัวเอง เราจะกินอะไร”

ประโยคข้างต้นมาจากพลังอันแรงกล้าของเอกพงษ์ เหมรา หรือ “บังเอก” ที่ SDG in Actio…

บริษัท Novatis ทั่วโลก รวมทั้งในไทย ให้สวัสดิการคุณพ่อมือใหม่ ‘ลางานดูแลบุตร’ ได้ถึง 98 วัน โดยได้รับค่าจ้าง

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 ทีผ่านมา พนักงานของบริษัท Novartis ทั่วโลกทุกคนมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการในการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่างจ้างเป็นเวลาอย่างน…

ค้นหา