รายงานของ ILO ชี้ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ความสมดุลระหว่างงานและชีวิตดีขึ้น

ปัจจุบัน สังคมหันมาให้ความสำคัญกับคำว่า “Work-Life Balance” กันมากขึ้น ซึ่งโจทย์สำคัญ ก็คือ จะทำอย่างไรให้การทำงานไม่กระทบสุขภาพและชีวิตส่วนตัว ? โดยรายงานฉบับใหม่ ‘Working Time and Work-Life Balance Around the World’ ของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ระบุว่า การลดชั่วโมงการทำงานให้มีความยืดหยุ่นสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ องค์กร และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานให้ดีขึ้นได้ รวมถึงช่วยให้พนักงานและครอบครัว สามารถมีสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน

รายงานดังกล่าว เป็นการศึกษาครั้งแรกที่มุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว โดยพบว่า แรงงานส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบมีระยะเวลาชั่วโมงการทำงานแบบยาวหรือสั้นต่อวัน แต่เมื่อเทียบกับมาตรฐานการทำงานที่ควรอยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้วนั้น กลับพบว่า มากกว่าหนึ่งในสามของคนทำงาน มีชั่วโมงการทำงานโดยปกติมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่หนึ่งในห้าของแรงงานทั่วโลกที่ทำงานแบบนอกเวลา มีชั่วโมงการทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ รายงานได้วิเคราะห์การจัดเวลาทำงานแบบต่าง ๆ และผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต รวมถึงวิเคราะห์การทำงานแบบเป็นกะ การทำงานแบบพร้อมให้บริการเมื่อเรียกหา (on-call) และการทำงานแบบยืดหยุ่น โดยจะคำนวณเวลาทำงานของพนักงานเป็นรายสัปดาห์ (compressed hours) ซึ่งรายงานเตือนว่าประโยชน์ของการทำงานแบบยืดหยุ่น อาจช่วยให้ได้ใช้เวลากับครอบครัวเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจตามมาพร้อมความไม่เท่าเทียมทางเพศและความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทำงานที่มากขึ้น 

ภาพ : แสดงเวลาทำงานและความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตจากทั่วโลกจาก ILO 

นอกจากนี้ รายงานยังได้นำบทเรียนการจัดเวลาทำงานในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 มาช่วยพิจารณาโครงสร้างชั่วโมงในการทำงาน ตลอดจนระยะเวลาการทำงานโดยรวม เพื่อปรับปรุงทั้งประสิทธิภาพทางธุรกิจ และความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต

รายงานได้ให้ข้อสรุปและคำแนะนำไว้หลายประการ ได้แก่

  • กฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับเวลาทำงาน การกำหนดชั่วโมงการทำงานสูงสุดในแต่ละวัน และระยะเวลาพักตามกฎหมาย มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมในระยะยาว
  • โดยทั่วไปชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานขึ้น มักสัมพันธ์กับผลิตภาพแรงงาน (labour productivity) หรือ ผลผลิตต่อหน่วยของแรงงานที่ลดลง ไม่ว่าใช้หน่วยนับเป็นจำนวนคนหรือจำนวนชั่วโมงทำงาน ขณะที่ ชั่วโมงการทำงานที่สั้นลงเชื่อมโยงกับผลิตภาพที่สูงขึ้น กล่าวคือ ชั่วโมงการทำงานสั้นลงแต่ได้ผลผลิตมากขึ้นหรือมีคุณภาพดีขึ้นนั่นเอง
  • ควรใช้บทเรียนจากช่วงวิกฤตโควิด-19 มาจัดการเวลาทำงาน เช่น การลดเวลาการทำงานและมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นด้วยค่าจ้างที่เป็นไปได้สูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษากำลังในการจ้างงาน แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังซื้อและช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ
  • สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะ เพื่อช่วยส่งเสริมการลดจำนวนชั่วโมงการทำงานในหลายประเทศ และส่งเสริมความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตให้ดีขึ้น
  • สนับสนุนการทำงานทางไกล (telework) เพื่อช่วยรักษาการจ้างงานและช่วยให้พนักงานมีอิสระในการทำงานมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น รายงานเตือนว่าการจัดการทำงานแบบยืดหยุ่น จำเป็นต้องได้รับการควบคุมอย่างดี ผ่านนโยบายต่าง ๆ อาทิ พนักงานควรมี ‘สิทธิตัดขาดการติดต่อสื่อสารนอกเวลาทำงาน’ (right to disconnect) เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่จะสามารถติดต่อสื่อสารกันเรื่องงานตามเวลาที่เหมาะสม 

กล่าวได้ว่า การทำงานที่มีความยืดหยุ่น อาจช่วยให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากพนักงานหลายคนมองเห็นแล้วว่าช่วงวิกฤตโควิด-19 การมีชั่วโมงทำงานที่ลดลง หรือ สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ช่วยให้มีเวลาใช้ชีวิตส่วนตัวเพิ่มขึ้น แต่การดำเนินมาตรการนี้ก็ควรมาพร้อมกับกรอบการทำงานที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้น อาจกลายเป็นการทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้ค่าจ้างและเสียผลประโยชน์ต่อตนเองอย่างไม่รู้ตัว

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– กรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 เมืองที่ ‘คนทำงานมากเกินตัว’ และอันดับ 2 ที่คนมี ‘Work-Life Balance’ น้อยที่สุด 
– WHO/ILO เตือน คนทำงานเกิน 55 ชม./สัปดาห์ เสี่ยงตายจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือด
– งานหนักต้องไม่ฆ่าใคร: บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปรับลดวันทำงานจาก 5 วันเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์
– SDG Recommends | 5 บทเรียนให้ผู้จ้างงานออกแบบที่ทำงานเพื่อสุขภาวะที่ดีของทุกคน (และลาออกน้อยลง) 
– SDG Updates | เทรนด์ของที่อยู่อาศัยหลัง COVID-19 เมื่อผู้คนต้องใช้เวลากับที่อยู่อาศัยมากขึ้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย

แหล่งที่มา:
– Flexible working hours can benefit work-life balance, businesses and productivity – ILO
– Flexible work arrangements, a benefit to all – ILO report | UN News 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ข้อเสนอแนะจาก 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบให้สำเร็จภายในปี 2030

World Economic Forum ร่วมกับชุมชนคนทำงานด้านการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ จัดตั้ง Hepatitis Elimination Initiative ซึ่งจะเป็นพื้นที่สร้างความร่วมมือระหว่…

รายงานล่าสุดของ UN ชี้โลกต้องนับรวม ‘ชนพื้นเมือง’ ในการแก้ปัญหา Climate Change เน้นให้อำนาจตัดสินใจและจัดการงบประมาณด้วยตนเอง

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่รายงาน ‘The State of the World’s Indigenous Peoples’ ว่าด้วยความสำคัญและความท้าทายของชนพื้นเมือ…

บ้านมีเสียงรบกวน มืด และชื้น ส่งผลกระทบทางลบโดยตรงต่อสุขภาพจิตผู้อยู่อาศัยมากขึ้นอีกในช่วงล็อกดาวน์

การอยู่อาศัยในบ้านที่มีเสียงดังรบกวน แสงสว่างไม่เพียงพอ และมีปัญหาสภาพบ้านอื่น ๆ ทำให้พลเมืองออสเตรเลียเกิดภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และรู้สึกโดดเดี่ยวม…

กว่า 200 วารสารการแพทย์ระดับโลก เรียกร้องผู้นำโลกจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพอย่างเร่งด่วน

วารสารทางการแพทย์มากกว่า 200 ฉบับ ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการร่วมเรียกร้องการดำเนินการอย่างเร่งด่วนจากผู้นำประเทศ เพื่อการจัดการสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภา…

ค้นหา