TU SDG Seminars | เจาะลึกแนวทางในการส่งเสริมการศึกษาและความรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มเปราะบาง – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนา ครั้งที่ 2 หัวข้อ “การวิจัยด้านการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม” โดย ผศ. ดร.วสิศ ลิ้มประเสริฐ วิทยาลัยสหวิทยาการ และ รศ. ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมกันนำเสนอผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิด โดยแบ่งประเด็นการพูดคุยออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยผ่านมุมมองของ ผศ. ดร.วสิศ ลิ้มประเสริฐ 2) การนำเสนอผลงานวิจัยที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และหัวข้อการวิจัยในอนาคต และ 3) ช่วงถามตอบประเด็นการวิจัยจากผู้เข้าร่วมในห้องสัมมนา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้เวทีสัมมนาการวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ผ่านระบบ Zoom Meeting

ด้วยประเด็นที่กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การเข้าถึงความรู้และทรัพยากร รวมถึงคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง จึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 5 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน เป้าหมายที่ 4 เป้าหมายที่ 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม และเป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ


01 – ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยผ่านมุมมองของ ผศ. ดร.วสิศ ลิ้มประเสริฐ

ผศ. ดร.วสิศ เปิดประเด็นการพูดคุยการวิจัยด้านการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยแสดงความเห็นคิดเกี่ยวกับ การเข้าถึงความรู้และการศึกษาอย่างเท่าเทียม จะสามารถนำพาประเทศสู่ความก้าวหน้าได้ ผศ. ดร.วสิศ ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและธนาคารในประเทศไทยหลายแห่ง พบว่า ประชากรไทยส่วนมากขาดข้อมูลและเครือข่ายในการทำธุรกิจ จำเป็นต้องมีการพัฒนาเครื่องมือที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำจากการขาดแคลนทรัพยากร เช่น การเข้าถึงความรู้ของเด็กนักเรียน การลงทุนกับเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ปัจจุบัน ผศ. ดร.วสิศ กำลังทำโครงการวิจัยร่วมกับหน่วยงานรัฐ จึงเสนอแนวทางที่มหาวิทยาลัยช่วยได้ในการลดความเหลื่อมล้ำ ตัวอย่างเช่น

  • การให้ทุนการศึกษากับนักเรียน/นักศึกษาที่ขาดโอกาส
  • การให้ความรู้กับคนยากจนที่ขาดโอกาส เพื่อให้คนเหล่านั้นสามารถสร้างรายได้และขยับชนชั้นทางสังคมของตนเองได้
  • มหาวิทยาลัยสามารถช่วยเหลือโรงเรียนในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้มากขึ้น
  • งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ค่อยถูกเผยแพร่ หรือมักจะจบแค่ที่การตีพิมพ์ผลงาน จึงอยากเชิญชวนนักวิจัยลองมองหาช่องทางในการนำโจทย์ของพื้นที่มาพัฒนา เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและสังคมที่อยู่ในพื้นที่
  • มหาวิทยาลัยอาจสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) ของผู้ประกอบการและนักเรียนในพื้นที่ ในแง่ของความรู้ พื้นที่ หรือสิ่งพื้นฐานที่สามารถช่วยได้
  • สร้างเครือข่ายธุรกิจท้องถิ่น (local business network) เพื่อแบ่งปันฐานข้อมูลเครือข่ายให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ผศ. ดร.วสิศ ยังกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ (business challenge) ประกอบด้วย การขาดเครือข่ายธุรกิจและลูกค้า การขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีหรือวัตถุดิบ การขาดโอกาสในการขาย เช่น ตลาด พื้นที่ที่มีความต้องการ และการขาดการวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ


02 – การนำเสนอผลงานวิจัยที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และหัวข้อการวิจัยในอนาคต

ผลงานวิจัยของ ผศ. ดร.วสิศ ที่ผ่านมา สามารถแบ่งตามหัวข้อความสนใจได้เป็น 2 หัวข้อหลัก คือ (1) งานวิจัยด้านการส่งเสริมการศึกษา และ (2) งานวิจัยด้านเศรษฐกิจ โดยงานวิจัยด้านการส่งเสริมการศึกษาที่เคยทำ ได้แก่ การพัฒนาสถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศไทย ในการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) การส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาในด้านวิทยาการคำนวณ (data science) เพื่อให้สามารถเข้าไปทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการ และการพัฒนาหลักสูตรความปลอดภัยทางไซเบอร์ (cyber security) ในรูปแบบออนไลน์ ร่วมกับบริษัท Microsoft สำหรับงานวิจัยด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย (trade analytics for SMEs) โดยวิเคราะห์ศักยภาพผู้ประกอบการ แรงงาน และกิจกรรมต่าง ๆ การศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ ผศ. ดร.วสิศ เชื่อว่า การพัฒนาภาคธุรกิจจะทำให้มีเงินเข้าประเทศมากขึ้นและมีกำลังในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ต่อไป

ปัญหาในการทำงานวิจัยของ ผศ. ดร.วสิศ เป็นเรื่องของเวลาที่ค่อนข้างจำกัดและการทำให้งานออกมาตามมาตรฐาน จึงมีการนำเครื่องมือ เช่น ISO2911 มาใช้ เพื่อช่วยให้สามารถดำเนินงานได้ตามกำหนดเวลาและมีมาตรฐานมากขึ้น

ส่วนหัวข้อการวิจัยที่น่าสนใจในอนาคต ผศ. ดร.วสิศ เสนอการวิจัยที่เน้นไปที่ประเด็นเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่เรียนเพื่อสอบ แต่ไม่มีประสบการณ์และความสำเร็จในเรื่องอื่น ๆ จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความมั่นใจและกล้าทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ สินค้าของไทยยังไม่ค่อยมีบทบาทในตลาดโลกมากนัก อาจเริ่มจากการสร้างสินค้าของไทยให้เป็นที่รู้จักภายในประเทศและเริ่มส่งออกเพื่อตีตลาดต่างประเทศ มหาวิทยาลัยอาจช่วยเหลือในแง่ของการส่งเสริมความรู้ เงินทุน เครือข่ายต่าง ๆ

สำหรับ รศ. ดร.ชุมเขต มีความสนใจในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ต้องขัง และคนชายขอบ การทำงานเชื่อมโยงกับประเด็นด้านความเสมอภาค ทั้งการวิจัย การสอน และงานบริการวิชาการ ในฐานะสถาปนิก รศ. ดร.ชุมเขต พยายามออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดความเสมอภาค ผ่านการมองตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ในแง่ของปัจจัยสี่ คุณภาพชีวิต ที่อยู่อาศัย ระบบพาหนะขนส่ง อาคารสถานที่ และพื้นที่สาธารณะ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่นและมีสิทธิความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่ โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการหนุนเสริม ผลงานวิจัยที่ผ่านมาของ รศ. ดร.ชุมเขต ตัวอย่างเช่น การรวบรวมฐานข้อมูลผู้สูงอายุเพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ การปรับปรุงบ้านที่เสื่อมโทรมของผู้สูงอายุรายได้น้อย การจัดการศูนย์สุขภาพและบูรณาการสำหรับผู้สูงอายุ การพัฒนาศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมเพื่อคนพิการ ที่จอดรถสำหรับคนพิการ สิ่งอำนวยความสะดวกและขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ กระบวนการที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือ การมีส่วนร่วม รับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้กลุ่มเป้าหมายอยากจะพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ตนอยู่อาศัย และสามารถนำไปต่อยอดในมิติเศรษฐกิจได้ ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในเป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม (SDG10) และเมืองยั่งยืน (SDG11) รศ. ดร.ชุมเขต เชื่อว่า หากเราสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและความคิดของคนหนึ่งคนได้ เมื่อเขารับผิดชอบตัวเองได้ เขาจะขยับไปสู่การรับผิดชอบสังคม สิ่งแวดล้อม และโลกต่อไป

รศ. ดร.ชุมเขต เสนอแนวทางการข้ามผ่านอุปสรรค โดยพยายามมองให้เห็นความหลากหลาย มองหลายมิติ ลองหาวิธีที่ทำให้ผ่านไปได้ อาจจะช้าบ้างก็ไม่เป็นไร อยากให้ทำความเข้าใจว่าปัญหาเกิดจากอะไร และถ้าหากมีคนช่วยก้าวข้ามอุปสรรค เช่น การทำงานแบบมีส่วนร่วมและบูรณาการหลายศาสตร์ จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น
หัวข้องานวิจัยในอนาคตที่น่าสนใจ รศ. ดร.ชุมเขต เสนอการปรับมุมมองโดยเปลี่ยนปัญหาเป็นความท้าทาย ปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว หากสามารถเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส สร้างนวัตกรรมหรือการเข้าถึงผู้สูงอายุให้มากขึ้น เศรษฐกิจก็จะเติบโตได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เวลาผู้สูงอายุไปเที่ยวมักจะไปเป็นกลุ่มใหญ่ ซื้อของจำนวนมากและนึกถึงคนรอบตัว หากเจาะกลุ่มตลาดผู้สูงอายุอาจทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้น การเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก เท่าทันปัญหา เปลี่ยนเป็นความท้าทาย จะสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสได้ทันที


03 – ช่วงถามตอบประเด็นการวิจัยจากผู้เข้าร่วมในห้องสัมมนา

หนึ่งคำถามน่าสนใจจากผู้เข้าร่วมในห้องสัมมนา คือ “ควรใช้ระเบียบวิธีการวิจัย (methodology) แบบใดในการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (computer science) เนื่องจากมีการบูรณาการข้ามศาสตร์ค่อนข้างเยอะ” ซึ่ง ผศ. ดร.วสิศ และ รศ. ดร.ชุมเขต ได้ให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ ดังนี้

ผศ. ดร.วสิศ กล่าวว่า สามารถใช้วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ได้ แต่ในการประยุกต์ใช้กับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลก่อน สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วนใหญ่จะมีผู้ใช้งานและงบประมาณก่อน แล้วจึงเริ่มดำเนินการวิจัย ซึ่งเป็นการนำแนวคิดจากงานวิจัยต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับประเทศไทย

ขณะที่ รศ. ดร.ชุมเขต จะมีส่วนช่วยในการตั้งโจทย์การวิจัย ความต้องการใช้ข้อมูล และจัดทำแพลตฟอร์ม (platform) ในการเก็บข้อมูลขึ้นมา เพื่อจะได้ข้อมูลที่สามารถนำมาประมวลผลได้ทันที ซึ่งช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น นอกจากนี้ รศ. ดร.ชุมเขต กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้งหรืองานวิจัยแบบใดก็ตาม หากมีกระบวนการและโจทย์การวิจัยที่ดี งานนั้นจะถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคม รวมถึงเสนอแนะการทำงานวิจัยบูรณาการแบบข้ามศาสตร์ เนื่องจากสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายและส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กล่าวโดยสรุป งานสัมมนาการวิจัยด้านการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ฉายภาพให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษา การเข้าถึงความรู้และทรัพยากรต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงความเหลื่อมล้ำในประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจะเป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยหนุนเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้

รับชมวิดีโอบันทึกจากงานสัมมนาย้อนหลัง ได้ที่นี่ : https://youtu.be/1G7Ifg5dIIQ
ติดตามสรุปสัมมนาในโครงการทั้ง 12 เวที ได้ที่ : อ่านสรุปสัมมนาทั้งหมด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.4) ภายในปี 2573 สร้างหลักประกันว่าชายและหญิงทุกคน โดยเฉพาะคนยากจนและกลุ่มผู้เปราะบาง มีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐาน การถือกรรมสิทธิ์ และใช้ประโยชน์เหนือที่ดินและทรัพย์สิน
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.4) เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่จำเป็นรวมถึงทักษะทางเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่ดีและการเป็นผู้ประกอบการภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.3) ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควรความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัตกรรมและส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อยขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
– (9.b) สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการวิจัยและนวัตกรรมภายในประเทศกำลังพัฒนารวมถึงการให้มีสภาพแวดล้อมทางนโยบายที่นำไปสู่ความหลากหลายของอุตสาหกรรมและการเพิ่มมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคมเศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติ พันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรืออื่นๆ ภายในปี 2573

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

ขนิษฐา สมศรี – ถอดความ
กนกพร บุญเลิศ – เรียบเรียง
พิมพ์นารา อินต๊ะประเสริฐ – พิสูจน์อักษร
วิจย์ณี เสนเเดง – ภาพประกอบ

Author

ผู้เขียน

RELATED

สรุปสาระสำคัญ การสัมมนาวิชาการในหัวข้อ Developing research strategy drawing upon experiences of orchestrating Macquarie’s research strategy in harmony with global megatrends that are likely to impact our future world.

โดย Professor Sakkie Pretorius Deputy Vice-Chancellor ResearchMacquarie University, Sydney Australia

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชล บุนน…

TU SDG Seminars | งานวิจัยจะหนุนเสริมระบบสุขภาพไทยให้กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้อย่างไร – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย หัวข้อ “ก้าวต่อไปของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ” โดย รศ. ดร.ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประ…

TU SDG Seminars | เจาะลึกการขับเคลื่อนด้าน ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ ผ่านงานวิจัย ตามบริบทประเทศไทย – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย โดย รศ. ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาล…

TU SDG Seminars | การทำงานวิจัยด้านอาหารและยาร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ปัญหา อุปสรรค และประเด็นที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย โดย รศ. ดร.ประภาศรี เทพรักษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.สุเมธ คงเกียรติ…

ค้นหา