การจัดทำข้อมูล “Disaggregated data” มีความท้าทายและจะช่วยวัดความยากจนได้อย่างไร? UNECE เผยแพร่แนวทางช่วยไขปัญหาให้นักสถิติและนักนโยบาย จัดการความยากจนได้ตรงจุดขึ้น

ถิรพร สิงห์ลอ

ความยากจนเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะไม่ใช่แค่การไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ แต่ยังเป็นเรื่องของการไม่ได้ถูกนับรวม (exclusion) และเบียดขับให้เป็นชนชายขอบทางสังคม (social marginalization) อยู่ในสภาพที่แร้นแค้น และไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรทางสังคม สิ่งแวดล้อม การเงิน รวมไปถึงโอกาสงาน โดยแต่ละกลุ่มประชากรในสังคมต่างเผชิญกับความสุ่มเสี่ยงและประสบการณ์ที่เกี่ยวกับความยากจนที่แตกต่างกันไป

แม้ว่าหลักการสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการช่วยเหลือคนที่ประสบความยากลำบากที่สุดก่อนเพื่อไม่ให้ใครต้องถูกทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทว่าการระบุกลุ่มที่มีความเปราะบางและเป็นผู้เสียผลประโยชน์มากที่สุดเป็นเรื่องที่ยาก (และทำให้การจะยุติความยากจนตามเป้าหมาย SDGs ที่ 1 นั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย) ความเสี่ยงที่มีต่อกลุ่มเหล่านี้จึงมักไม่ปรากฏในการสำรวจทางสถิติหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ กลุ่มดังกล่าวมี อาทิ ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตน (เข้าเมืองผิดกฎหมาย) กลุ่มคนที่ไม่มีที่อยู่ถาวร กลุ่มคนที่พักอาศัยในที่ทางการจัดหาไว้ อาทิ บ้านพักคนชรา สถานสงเคราะห์เด็กและสถานพินิจเด็ก กลุ่มชาติพันธุ์ และอื่น ๆ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของยุโรปแห่งสหประชาชาติ (The UN Economic Commission for Europe: UNECE) ได้เผยแพร่ “แนวทางการวัดความยากจน  ด้วยการเก็บข้อมูลแบบ Disaggregated (Poverty Measurement Guide to Data Disaggregation)” เป็นตัวช่วยสำหรับหน่วยงานสถิติแห่งชาติ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักวิจัย และผู้ใช้งานข้อมูลความยากจน โดยนำเสนอ “Granular data” ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความท้าทายในการวัดความยากจนที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับ “ความไม่เสมอภาคในสังคม” (disparities) ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะช่วยบ่งชี้ว่าประชากรกลุ่มใดบ้างที่อยู่ในความสุ่มเสี่ยงหรือกำลังอยู่ในความยากจนในแต่ละรูปแบบ Granular data  เป็นข้อมูลที่มาจากการเก็บแบบแบ่งจำแนกแยกประเภท (disaggregated information) ซึ่งจะช่วยให้ผู้มีส่วนตัดสินใจหรือผู้บริจาค สามารถพัฒนานโยบายหรือโครงการที่จัดการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความยากจนได้ รวมไปถึงสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

ประเทศต่าง ๆ ได้แสดงความสนใจที่จะพัฒนาการวัดความยากจนระดับชาติ โดยใช้ข้อมูลประเภทที่เก็บแบบแบ่งจำแนกแยกประเภท (disaggregated data) อย่างที่ประเทศเม็กซิโก ได้ทำการสำรวจรายได้ครัวเรือน โดยมี 100,000 ครัวเรือนเป็นกลุ่มตัวอย่าง มีการเก็บข้อมูลโดยเฉพาะของกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่มาใหม่ ผู้พิการ และชนกลุ่มน้อย ซึ่งมีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับประเมินผลเพื่อใช้ทำงานในพื้นที่เมืองและชนบท รวมไปถึงสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ความเกี่ยวข้องของความยากจนในช่วงโควิด-19 กับกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ของประชากรชาวเม็กซิกันด้วย

แนวทางที่เผยแพร่ชุดนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาระเบียบวิธีวิจัย (methodologies) เพื่อช่วยระบุชี้กลุ่มที่เปราะบางและเป็นผู้เสียประโยชน์ในสังคม ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ประสบกับความยากจนถึงที่สุด ประเภทที่มีการจัดเก็บข้อมูลแบบแบ่งแยกจำแนกประเภท ครอบคลุมถึง อายุ เพศ การทำงาน พื้นที่อยู่อาศัย (เมืองหรือชนบท) ความพิการ การโยกย้ายถิ่นฐาน และชาติพันธุ์ เป็นต้น รวมไปถึงได้ชี้ความท้าทายในเชิงวิธีวิจัยและหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับความยากจน นอกจากนี้ แนวทางยังได้เน้นย้ำประเด็นการประเมินและพัฒนาวิธีการสำรวจ ซึ่งรวมไปถึงการเข้าถึงกลุ่มประชากรที่เข้าถึงยาก และกลุ่มคนที่พักอาศัยในที่ทางการจัดหาไว้

นักสถิติได้มีข้อถกเถียงมาอย่างยาวนานเรื่องการจัดทำตัวชี้วัดทางสถิติที่น่าเชื่อถือ โดยการเก็บข้อมูลแบบ disaggregated data จำเป็นต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากและครอบคลุมกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยทั้งหมด รวมไปถึงการปรับใช้เครื่องมือการสำรวจเพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ได้รับการสำรวจมากที่สุด ทั้งหมดนี้ทำให้การเก็บข้อมูลมีค่าใช้จ่ายที่สูงและท้าทายมาก แนวทางดังกล่าวจึงแนะนำว่าควรให้มีกระบวนการทางนโยบายและกฎหมายที่จะสนับสนุนสำนักงานสถิติ ให้สามารถจัดทำการวัดความยากจนแบบ disaggregated ได้ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการวัดความยากจนได้จากการปรับเปลี่ยนระเบียบวิธีวิจัยเพียงอย่างเดียว

ปัญหาที่ค้างคาเรื่องการวัดความยากจนที่แนวทางได้ชี้ให้เห็น เช่น การวัดแหล่งทุนที่ไม่ใช่เงิน การวัดความต้องการ การวัดความยากจนในแต่ละห้วงเวลา เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยชุมชนองค์ความรู้ทางสถิตินานาชาติมาช่วยกันแก้ปัญหานี้

อ่านแนวทางฉบับเต็มที่:

.

แหล่งอ้างอิง:

https://sdg.iisd.org/news/guide-supports-statisticians-in-measuring-sdg-1-for-most-disadvantaged-groups/

https://unece.org/statistics/publications/poverty-measurement-guide-data-disaggregation

https://unece.org/general-unece/press/unmasking-disparities-new-unece-guide-enables-countries-meet-pressing-need

.

#SDGWatch #ihpp #SDG1 #SDG17

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

คู่มือสร้างเมืองสุขภาพดี ‘Healthy Cities and Communities Playbook’ จาก World Economic Forum

คู่มือ Healthy Cities and Communities Playbook เป็นผลงานชิ้นสำคัญจากโครงการริ่เริ่ม Healthy Cities and Communities Initiative โดย World Economic

THE Impact Rankings 2024: มหาวิทยาลัยไทย 10 แห่ง ทะยานติด Top 300 ของโลก 

วันนี้ 12 มิถุนายน 2567 Times Higher Education (THE) องค์กรจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินง…

การสมัครเป็นสมาชิกไม่ได้มีแค่ดูหนังฟังเพลง: Subscribe กับโครงการพลังงานของชุมชนเพื่อชุมชนในสหรัฐฯ กับ Groundswell วันนี้ ช่วยให้เพื่อนบ้านมีพลังงานใช้และจ่ายค่าไฟฟ้าถูกลง

“ประกันว่ามีไฟฟ้าใช้กันทุกคนอย่างถ้วนหน้า” (universal access to electricity) เสริมพลังการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม (inclusive economic growth)

ธุรกิจเช่าเสื้อผ้าออนไลน์ ‘The Volte’ เทรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่สร้างรายได้-ลดโลกร้อน ในยุคฟาสต์แฟชั่น

ออสเตรเลียมียอดขายเสื้อผ้าสูงถึง 1.51 พันล้านชิ้น หรือเฉลี่ย 55 ชิ้นต่อคนต่อปีจากข้อมูลปี ปี 2567 ถือว่าเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้…

ค้นหา