ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลร่วมกันของ Blockchain จะเป็นเครื่องมือสร้าง Smart City ได้อย่างไร ?

ในปัจจุบันคำว่า Smart City เป็นที่ให้ความสนใจจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เช่น ในกรณีประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกรายงาน “white paper on reference architecture for smart cities” ซึ่งพูดถึง 4 แนวคิดพื้นฐานในการที่จะพัฒนา Smart City หนึ่งในนั้นคือเรื่องความสำคัญของการเข้าถึงข้อมูลร่วมกัน (interoperability)

จากรายงานขององค์กรสหประชาชาติ (United Nations) กล่าวว่าจำนวนเมืองที่ประชากรมากกว่า 10 ล้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 33 เมือง เป็น 43 เมือง ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.2018 – 2030 แต่ความกังวลของ UN ที่ยังคงมีต่อในเรื่องการพัฒนาเมืองคือเรื่องความเสี่ยงของความยั่งยืนในการพัฒนาเมือง เพราะจะนำไปสู่ปัญหามากมาย เช่น ความแออัดประชากร , ความกระจุกตัวทางเศรษฐกิจ หรือ มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อที่จะได้ควบคุมหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Blockchain จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การจัดการเมืองมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Blockchain คือ ระบบการบันทึกข้อมูลที่มีการจัดเก็บไว้ในเครือข่ายและมีการแก้ไขข้อมูลได้ยากซึ่งช่วยให้ลดโอกาสในการถูกปลอมแปลงฐานข้อมูลนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลในเครือข่ายที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือได้โดยไร้ซึ่งคนกลางที่คอยควบคุมข้อมูล ตัวอย่างในปัจจุบันที่มีการใช้แล้วคือประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเมืองดูไบให้เมืองที่มีความสุขและเป็นเมืองอัจฉริยะของโลก จึงได้นำระบบ Blockchain มาใช้ในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคการศึกษา ภาคการเงิน ภาคการขนส่งซึ่งช่วยส่งเสริมให้โครงสร้างพื้นฐานมีความเข้มแข็ง ปัจจุบันกำลังดำเนินโครงการที่ช่วยให้การเดินทางของนักเรียนหรือนักศึกษาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีขั้นตอนที่สะดวกสบายมากขึ้นโดยมี Blockchain เป็นเครื่องมือ

จาก เอกสารของ World Economic Forum เกี่ยวกับกรอบความร่วมมือในการพัฒนา Smart city นำเสนอโมเดล 3 ชั้น ของการใช้ประโยชน์จาก Blockchain ได้แก่ 1. ชั้นโมเดลทางธุรกิจ 2. ชั้นแพลตฟอร์ม และ 3. ชั้นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทั้ง 3 ชั้นนี้มีความเกี่ยวข้องกัน

ดังตัวอย่างในเรื่อง Mobility as a Service (MaaS) ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบการขนส่งที่หลากหลาย เช่น รถไฟ จักรยานรถยนต์ โดยผ่านแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) เดียว ในแง่ของโมเดลทางธุรกิจ เนื่องจากมีผู้ให้บริการในการขนส่งหลายรูปแบบจึงได้มีการพยายามนำระบบ Blockchain เข้ามาในการเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้บริการเพื่อการแบ่งปันข้อมูลของผู้ให้บริการและนำไปสู่การแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการต่าง ๆ อย่างมีความโปร่งใส ในแง่ของแพลตฟอร์ม คือการทำธุรกรรมโดยใช้ Smart contract ซึ่งเป็นธุรกรรมระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ โดยมีระบบ Blockchain เป็นพื้นฐานรองรับ ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการขนส่งหลายรูปแบบทำให้อาจนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้มาก
โดยสรุปแล้วเทคโนโลยี Blockchain จะช่วยทำให้ข้อมูลข่าวสารมีความน่าเชื่อถือและทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วทำให้การพัฒนา Smart city สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนในอนาคต

ในประเทศไทยก็มีโครงการ Smart Energy Platform by ExpresSo x Sertis” เป็นโครงการที่พัฒนาระบบจัดการข้อมูลพลังงานซึ่งช่วยให้มีการคาดการณ์พลังงานที่ผลิตจากพลังงานทางเลือกอย่าง Solar cell ในอนาคตได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยี Blockchain และ AI ผสมผสานกัน โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อช่วยให้โลกของเรามีสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ดีมากขึ้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
-8.2 การเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
#SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน
-9.2 ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน
-9.c เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารและอินเตอร์เน็ต
#SDG 11 การตั้งถิ่นฐาน และชุมชน อย่างยั่งยืน
-11.2 ระบบคมนาคมและระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืนสำหรับคนทุกกลุ่ม
-11.3 การพัฒนาเมืองที่ครอบคลุม ยั่งยืน บูรณาการและมีส่วนร่วม
#SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก
-16.6 พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล ความรับผิดชอบและโปร่งใสในทุกระดับ

ที่มา : https://www.weforum.org/agenda/2021/04/how-blockchain-can-empower-smart-cities-gtgs21/
https://blog.pttexpresso.com/blockchain-energy-management/

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น