นโยบายใหม่ให้มีลูกได้ 3 คนของจีนเผชิญแรงต้าน เมื่อการมีลูกมีราคาแพงและผู้หญิงยังประสบกับความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ

ในปี 2562 อัตราการเกิดในจีนมีระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 70 ปีตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อมาในปี 2563 เด็กเกิดใหม่ลดต่ำลงอีก 18% หมายความประเทศซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกที่ 1.4 พันล้านคน กำลังเผชิญกับปัญหาการเกิดน้อยลงที่น้อยกว่า 2 คนต่อ 1 ครรภ์มารดา เรียกได้ว่าจีน รวมถึงญี่ปุ่น และเกาหลี ต่างก็เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่เผชิญกับวิกฤติด้านจำนวนประชากร

แม้เดิมที่จีนจะจัดการปัญหาประชากรล้นเกินและความยากแค้นด้วยนโยบายลูกคนเดียว (one-child policy) มาในวันนี้ที่สภาพเศรษฐกิจเติบโตมาก เต็มไปด้วยประชากรผู้สูงวัยแต่ขาดแคลนแรงงาน จีนจึงปรับตัวด้วยการสนับสนุนให้ครัวเรือนมีลูกกันมากขึ้น โดยภายหลังปี 2559 จวบจนการผลักดันนโยบายสู่กฎหมายใหม่เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนสนับสนุนให้สามารถมีลูกได้ถึง 3 คนต่อครอบครัว

ถึงกระนั้น ปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงมากของจีนอาจไม่ถูกแก้ไขไปโดยง่าย เมื่อเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมไม่เอื้ออำนวยให้ผู้หญิงมีความพร้อมหรือตัดสินใจที่จะมีลูก ไม่ว่าจะ 1 คน หรือ 3 คนก็ตาม

กล่าวคือ สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันของจีนมาพร้อมกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น คนเมืองอาจเผชิญกับปัญหาค่าจ้างที่ไม่เพิ่มขึ้น โอกาสงานที่น้อยลง ชั่วโมงการทำงานที่หนักหน่วง การมีลูกจึง ‘มีราคาแพง’ ในสังคมจีน ทั้งยังมีประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศในที่ทำงาน บทบาทและความรับผิดชอบของพ่อ – แม่ที่บ้านที่ไม่เท่าเทียมกันด้วย โดยผู้หญิงมักจะถูกคาดหวังให้เป็นแม่บ้านและดูแลลูก นอกจากนี้ จีนยังไม่มีกฎหมายระดับชาติที่อนุญาตให้ผู้เป็นพ่อลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกด้วย (paternity leave) ในแง่นี้จึงทำให้ภาระความรับผิดชอบเรื่องลูกตกอยู่ที่ผู้หญิง หรือผู้หญิงจะต้องหาวิธีสร้างสมดุลระหว่างบทบาทคนทำงานและบทบาทความเป็นแม่

ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงและห่วงกังวลในสังคมจีน เพราะเกรงว่าจะทำให้สถานการณ์/เงื่อนไขที่มีต่อผู้หญิงที่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองย่ำแย่ลง โดยข้อมูลจากรายงาน Human Rights Watch (HRW) เมื่อต้นปีที่ผ่านมาสนับสนุนว่า ในบางบริษัท พนักงานผู้หญิงถูกสั่งให้รอจนกว่าจะถึงเวลาที่จะสามารถลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ (maternity leave) หรือหากตั้งครรภ์ก่อนที่ช่วงเวลากำหนดอนุญาตให้ตั้งครรภ์ ก็อาจจะถูกไล่ออกหรือถูกลงโทษได้

แม้พรรคคอมมิวนิสต์จะตระหนักและพยายามจัดการปัญหาข้างต้นด้วยการยืนกรานที่จะปกป้องสิทธิผู้หญิงในการทำงาน รวมถึงการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือพื้นที่สำหรับการดูแลลูกในที่ทำงาน ไปจนถึงการสนับสนุนด้วยมาตรการทางการเงิน ภาษี ประกัน การศึกษา ที่อยู่อาศัย และงาน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวที่วางแผนจะมีลูก แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานที่ชี้ชัดถึงพัฒนาการบังคับใช้ความตั้งใจดังกล่าว

หากจีนจะแก้ปัญหาวิกฤติประชากรศาสตร์นี้ อาจจะต้องทำมากกว่าการสนับสนุนให้มีลูกผ่านทางกฎหมาย แต่จะต้องรวมถึงสภาพแวดล้อมในสังคมที่ปกป้องสิทธิผู้หญิงและเอื้อให้สามารถมีลูกได้โดยไม่เป็นภาระทั้งทางการเงินหรือทางหน้าที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
China NPC: Three-child policy formally passed into law (BBC)

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.7) สร้างหลักประกันว่ามีการเข้าถึงบริการ ข้อมูล การให้การศึกษาเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้า รวมถึงการวางแผนครอบครัว และวางแผนเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ในยุทธศาสตร์และแผนงานระดับชาติ ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศและเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิง
-(5.4) ยอมรับและให้คุณค่าต่อการดูแลและการทำงานบ้านแบบไม่ได้รับค่าจ้าง โดยจัดเตรียมบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม และสนับสนุนความรับผิดชอบร่วมกันภายในครัวเรือนและครอบครัว ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
-(5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และมีโอกาสเท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในทางการเมือง เศรษฐกิจ และภาคสาธารณะ
-(5.6) สร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงสุขนามัยทางเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์ และสิทธิการเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้า ตามที่ตกลงในแผนปฏิบัติการของการประชุมนานาชาติว่าด้วยประชากรและการพัฒนา และแผนปฏิบัติการปักกิ่งและเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมทบทวนเหล่านั้น
-(5.c) เลือกใช้และส่งเสริมนโยบายที่ดีและกฎระเบียบที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการให้อำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนในทุกระดับ
#SDG8 การเติบโตทางเศรษฐกิจและงานที่มีคุณค่า
-(8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน โดยเฉพาะแรงงานหญิง

ทั้งนี้ รวมถึงประเด็นบริการขั้นพื้นฐานที่มีราคาหาซื้อได้ด้วย (affordable)

แหล่งที่มา:
China Wants More Babies But There’s A Problem (The ASEAN Post)

Last Updated on กันยายน 7, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ประเทศยากจนยังขาดการเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อดื้อยา

บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ระดับโลกให้ความสนใจในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาปฏิชีวนะมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: A…

SDG Move ชวนคนไทยติดตาม 5 กิจกรรมสำคัญของ UN ในต้นปีนี้

เขียนเมื่อ 16 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

#มกราคม

1

● “SDG 13 เร่งรัดดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ” ●

วันที่ 14

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ‘ครูตี๋’ นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง ได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565 (ค.ศ. 2022) เพื่อยกย่อง…

World Summit for Social Development ครั้งที่ 2 ผู้แทนไทยกล่าวถ้อยแถลงยึด ‘ประชาชน’ เป็นศูนย์กลางการพัฒนา

วันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Department of Economic and Social Affairs

ค้นหา