การล่าสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการบริโภคเนื้อภายในประเทศ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน

การล่าสัตว์ป่าเพื่อบริโภคภายในประเทศ ไม่เพียงส่งผลกระผลกระทบต่อการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าท่ีอพยพย้ายถิ่นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น โควิด-19 ในอนาคตอีกด้วย

รายงาน ‘CMS Report: Impacts of Taking, Trade and Consumption of Terrestrial Migratory Species for Wild Meat จัดทำโดย Center for International Forestry Research (CIFOR) เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขานุการอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าท่ีอพยพย้ายถิ่น (Convention on the Conservation of Migratory Species of Wild Animals: CMS) เป็นรายงานฉบับแรกที่ได้ศึกษาและนำเสนอผลกระทบของการลักลอบนำสัตว์ป่าออกจากถิ่นที่อยู่ การค้า และการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองใน CMS พบว่า 70% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ภายใต้ CMS ถูกล่าเพื่อบริโภคเนื้อ ทำให้จำนวนประชากรสัตว์ลดลงอย่างมาก และอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อพยพย้ายถิ่นหลายชนิดพันธุ์

วัตถุประสงค์หลักของการล่าสัตว์อพยพย้ายถิ่นที่ได้รับการคุ้มครอง คือ เพื่อการบริโภคเนื้อ คิดเป็น 47 ชนิดสายพันธุ์ จากทั้งหมด 67 ชนิดสายพันธุ์ที่ถูกล่า รองลงมา คือ เพื่อกิจกรรมทางประเพณี การใช้ทำยา ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า การจับสัตว์โดยไม่ตั้งใจ และเพื่อการกีฬาหรือการล่ารางวัล โดยสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามจากลักลอบล่ามากที่สุดคือ กอริลลาและชิมแพนซี

รายงานฉบับนี้ระบุว่า การลักลอบนำสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองมาเพื่อการบริโภคนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศมากกว่าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศที่อาจขาดความชัดเจนหรือล้าสมัย ความขัดแย้งในประเทศและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน การขยายตัวของเมือง และการบริโภคเนื้อสัตว์ป่าเป็นอาหารเพื่อแสดงถึงความหรูหรา เป็นต้น

การลับลอบนำสัตว์ป่าออกจากถิ่นที่อยู่อาศัยและเพื่อการบริโภคนอกจากจะเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศโดยตรงแล้ว รายงานยังชี้ให้เห็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดการระบาดของโรคจากสัตว์สู่คน (zoonotic diseases) เช่นที่เกิดขึ้นในอดีต อาทิ โรคฝีดาษลิง (monkeypox) ไข้หวัด SARS ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Sudan และ Zaire ที่ทำให้เกิดการติดต่อระหวางคนสู่คนได้ในเวลาต่อมา

ข้อมูลเมื่อเจาะลึงลงไปในชนิดพันธุ์สัตว์ป่าอพยพย้ายถิ่น 105 ชนิดพันธุ์ที่ศึกษาในรายงานนี้ พบเชื้อไวรัสก่อโรคติดต่อสัตว์สู่คนถึง 60 ชนิด ซึ่งอาจนำมาสู่การเกิดการระบาดใหญ่ในอนาคต ตามที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าเป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในปัจจุบัน

อนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าท่ีอพยพย้ายถิ่น (Convention on the Conservation of Migratory Species of Wild Animals: CMS) เป็นอนุสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ กำหนดขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ทั้งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าบนบกในทะเลและนกตลอดช่วงเวลาที่มีการอพยพย้ายถิ่นทั้งหมด 593 ชนิดพันธุ์ (species)

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.3) ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำ และโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี 2573
#SDG15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบก
- (15.7) ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อจะยุติการล่าและการขนย้ายชนิดพันธุ์พืชและสัตว์คุ้มครอง และแก้ปัญหาทั้งอุปสงค์และอุปทานต่อผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย

ที่มา : Wild meat consumption leads to increased risk of zoonotic diseases: UN report (The Hill)
Eating wild meat significantly increases zoonotic disease risk: UN report (UN News)

Last Updated on กันยายน 17, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

RISC เปิดตัว หอฟอกอากาศระดับเมือง ‘ฟ้าใส’ รุ่นที่สอง เพื่อแก้ปัญหามลพิษ และฆ่าเชื้อโรคในอากาศ

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ได้พัฒนา ‘ฟ้าใส 2’ ซึ่งเป็นหอฟอกอา…

COP26 Youth Climate Dialogue ย้ำเยาวชนมีบทบาทลงมือจัดการ Climate Change ได้ตั้งแต่กำหนดนโยบายและวางแผนขับเคลื่อน

‘เพราะความยั่งยืนเป็นปัจจุบันและอนาคตของเยาวชน’

วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่เยาวชนทั่วโลกมีความแน่วแน่ที่จะลงมือทำ พร้อมกับ…

ปี 2030 ยุโรปจะบรรลุเป้าหมายย่อยได้เพียง 20 เป้าหมาย – UNECE จัดประชุมระดับภูมิภาคหวังเร่งรัดความก้าวหน้าการบรรลุ SDGs มากขึ้น 

วันที่ 13-14 มีนาคม 2567 คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติในยุโรป (UN Economic Commission for Europe: UNECE) จัดการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการพัฒ…

World Water Week 2022 – UN ชี้ภัยเเล้งที่ขยายวงกว้างทำคนทั่วโลกต้องการน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดยังคงมีอยู่มาก

นับตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2534 “สัปดาห์น้ำโลก (World Water Week)​” ถูกกำหนดจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีหารือเกี่ยวกับความยากลำบากในการเข้าถึงน้ำ และสร้างความตระหนัก…

ค้นหา