3 ภารกิจให้บริการสุขภาพจิตอย่างครอบคลุมที่ควรได้รับเงินทุนเป็นอันดับแรก ตามคำแนะนำของธนาคารโลก

สถานการณ์โรคระบาดนอกจากจะทำให้ผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส ซ้ำร้ายยังเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรที่เปราะบาง อาทิ คนว่างงาน เยาวชน ผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ปัญหาสุขภาพจิตที่ก่อขึ้นไม่ว่าจะเป็นเพราะความหวาดกลัว การสูญเสียงานและเงิน หรือการถูกเลือกปฏิบัติ ล้วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ

ธนาคารโลก ซึ่งได้ร่วมสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตในประเทศกำลังพัฒนามากกว่า 100 ประเทศ แนะนำว่าจะต้องมีการ “คิดใหม่ ทำใหม่” จัดสรรเงินทุนให้กับภารกิจด้านสุขภาพ เพื่อขยายการให้บริการด้านสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพในทุกระดับอย่างครอบคลุมและเสมอภาค โดยลงทุนกับอันดับความสำคัญ 3 ข้อแรก ดังนี้

01 – ให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมสุขภาพจิต

เพราะในบางประเทศ ปัญหาสุขภาพจิตยังไม่ได้รับการปฏิบัติ/ยอมรับเทียบเท่ากับปัญหาสุขภาพกาย นั่นส่งผลให้หลักประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมถึงปัญหาสุขภาพจิตหรือครอบคลุมอย่างจำกัด การมีกฎระเบียบและ/หรือมาตรการทางกฎหมายจะช่วยให้สามารถไขปมนี้ได้ โดยสามารถเริ่มต้นพิจารณาจากหัวข้อเหล่านี้

  • ตัดสินใจกำหนดว่าสภาพอาการสุขภาพจิตแบบใดที่ควรให้ความสำคัญก่อน อาทิ โรคซึมเศร้าและอาการกระวนกระวายใจ อาการเสพติด โรคจิตเภท (Schizophrenia)
  • เลือกรูปแบบและระดับของการให้บริการรักษา/บำบัด
  • กำหนดกลไกช่วยขยายการเข้าถึงยารักษาโรคได้อย่างเสมอภาค
  • ด้านภาระค่าใช้จ่ายในการรับบริการ จะสามารถระดมทุนหรือชำระเงินค่าบริการคืนได้อย่างไร จะช่วยลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างไร
  • การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาให้การบริการด้านสุขภาพจิตมีคุณภาพดีขึ้น

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
รายงานของ WHO ระบุว่า แม้ประเด็นสุขภาพจิตได้รับความสนใจมากขึ้น แต่มีการใช้เงินลงทุนเฉลี่ยแค่ 2% จากรายจ่ายด้านสุขภาพของรัฐ
รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบประมาณสูงสุด เพื่อผลักดันบริการสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย
รัฐบาลฝรั่งเศสออกมาตรการบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตใหม่ เสนอให้ทุกคนสามารถเข้ารับการบำบัดทางจิตได้ฟรี

02 – บูรณาการปัญหาสุขภาพจิตเข้ากับการให้บริการในระดับชุมชน

เพราะโมเดลการให้บริการที่กระจุกอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น มักจะมองปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างแยกส่วนกัน ธนาคารโลกมองว่าการพัฒนาให้มีการให้บริการในระดับชุมชนที่สามารถเข้าถึงชุมชนได้จะเป็นทางออก แต่ต้องทำให้ช่องทางการส่งต่อเคสแข็งแรง (referral pathways) ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการศึกษาและการอบรม ต้องมีทีมประจำชุมชน/ท้องถิ่น/เทศบาล อาทิ ซึ่งประกอบไปด้วยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา มีหน่วยเคลื่อนที่คลินิกที่สามารถไปให้บริการได้ถึงบ้าน และมีการให้บริการที่ครอบคลุมถึงอาการเสพติดสารเสพติด และครอบคลุมช่วงอายุผู้ต้องการรับบริการ

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
‘Live4Life’ โมเดลระดับชุมชนสำหรับเยาวชนในออสเตรเลียที่จะช่วยไขปัญหาสุขภาพจิตและป้องกันการฆ่าตัวตาย

03 – นำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยขยายการเข้าถึงบริการให้มากขึ้น

เทรนด์ในปีนี้หนีไม่พ้นการใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยเชื่อมต่อการให้บริการในหลายมิติความต้องการ ซึ่งการให้บริการรักษา/บำบัดโรคก็เป็นหนึ่งในสาขาที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมถึงการให้บริการรักษา/บำบัดปัญหาสุขภาพจิตด้วย เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านการเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความรู้สึกมีมลทินเมื่อต้องขอรับบริการด้านสุขภาพจิต

โดยการให้บริการด้านนี้ มีทั้งรูปแบบของเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน แชทบอทโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือกระทั่งวีดีโอเกมที่พัฒนามาเพื่อให้เหมาะสมกับคนไข้เด็กเล็ก โดยออกแบบมาให้สามารถช่วยตรวจโรคเบื้องต้น วินิจฉัย ติดตาม และรักษาโรคให้กับคนไข้ได้จากระยะไกล ไปจนถึงการแนะนำการดูแลตัวเอง และการให้บริการอบรมกับบุคลากรทางการแพทย์

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
SDG Updates | Telemedicine – การลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข เพื่อไม่ทิ้งคนไข้ไว้ข้างหลัง
เทรนด์ ‘Femtech’ กำลังมาแรง เมื่อการใช้เทคโนโลยีรักษาโรคมี ‘สุขภาพของผู้หญิง’ เป็นศูนย์กลาง
TikTok ออกฟีเจอร์ใหม่ในแอปที่ให้คำปรึกษาสุขภาพจิตและป้องกันการฆ่าตัวตายจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
‘Plume’ ดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านสุขภาพให้ชุมชนคนข้ามเพศเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยความเข้าใจในอัตลักษณ์และความรู้สึกของคนข้ามเพศ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลง 1 ใน 3 ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
– (3.8) ส่งเสริมการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิผล มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้
– (3.c) ส่งเสริมการใช้งบประมาณด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการจัดให้มีหลักประกันด้านสุขภาพเพื่อคนทำงานในประเทศกำลังพัฒนา

แหล่งที่มา:
3 Priorities to Scale Up Mental Health Services Amid COVID-19 (World Bank)

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

จุฬาฯ และ มจธ. ติดอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2021

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2021 The Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน …

ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นอย่างไร? เมื่อครึ่งหนึ่งของโลกยังเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไม่ได้ และไม่มีกรอบ “global data governance”

โควิด-19 ย้ำให้เห็นว่า ‘ข้อมูลดิจิทัล’ (digital data) มีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์และเชิงเศรษฐกิจในเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) …

UN สกัดส่งออกสารตั้งต้นผลิต “เฟนทานิล” ได้ถึง 1.6 พันล้านโดส ยกเป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือสากล ในการควบคุมยาเสพติดโลก

ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าระหว่างประเทศ ซึ่งใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนการส่งออกสารเคมีหรือสารควบคุม สามารถสกัดกั้นการส่งออกสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตเฟนทานิลได้สำเร็จ…

รวม 10 Insights เรื่องวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ปี 2020 จากนักวิจัยทั่วโลก

รายงานข้อมูลเชิงลึกด้านสภาพอากาศ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Future Earth, Earth League และ World Climate Research Programme ซึ่งรวมนักวิทยาศาสตร์ทั่วโล…

ค้นหา